royal coronation
วันที่ 18 กันยายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

อ่านภูมิทัศน์การเมืองจากมุมมอง"ภูมิธรรม"กับอนาคตตู่2-ปชต.ไทย

วันที่ 10 มิถุนายน 2562 - 12:40 น.
ภูมิธรรม,เพือไทย,ลุงตู่,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา
Shares :

อ่านภูมิทัศน์การเมืองจากมุมมอง"ภูมิธรรม เวชยชัย"กับอนาคตตู่2และประชาธิปไตยไทย โดย...  สมัชชา หุ่นสาระ

 

 

          แน่ชัดแล้วว่า 246 ส.ส.ขั้วค้านลุงตู่จะทำหน้าที่ตรวจสอบ ครม.ประยุทธ์ 2 ดังนั้น บทบาทพรรคอันดับหนึ่งแต่ต้องพลาดการเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลคราวนี้ จะวางกลยุทธ์ไว้อย่างไร ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้คำตอบในจังหวะข้างหน้าไว้ดังนี้

 

 

          0 บทบาท 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านในอนาคตจะมีอะไรบ้าง
          ก่อนอื่นต้องพูดถึงจุดเริ่มต้นของการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของ  “7 พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย"  


          ในวันนั้นเรามีความเห็นพ้องต้องกันว่ากระบวนการที่ผ่านมาตลอด 5 ปี รวมถึงความพยายามที่จะสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎ กติกาต่างๆ และความไม่ตรงไปตรงมาในการเลือกตั้ง รวมถึงการใช้อำนาจต่างๆ เพื่อเอื้อให้เกิดความได้เปรียบอย่างต่อเนื่องของ คสช. และรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว และจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันหยุดยั้ง ไม่ให้เรื่องเหล่านี้ดำเนินต่อไป

 

 

 

 


          “7 พรรคร่วมฯ” ตอนนั้นเรามีจำนวนเสียงมากเกินกว่า 250 เสียง ซึ่งถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ วันนั้นก็จัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว แต่ด้วยความวิปริตของกติกาและการบิดเบือนของข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้พวกเราเหลืออยู่ 246 เสียงในปัจจุบัน มีปฏิบัติการหลายอย่างที่ทำให้คิดได้ว่า เป็นการดำเนินการเพื่อให้ฝ่ายสืบทอดอำนาจมีคะแนนเสียงมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นสูตรคิดคำนวณที่ขัดต่อหลักการสากล การนำเสียงของพรรคการเมืองเล็กๆ ที่คะแนนไม่ถึงสัดส่วนของ ส.ส.พึงมี เป็นต้น


          สิ่งที่สำคัญอยู่ที่ ประเด็นสิทธิของ “ส.ว.” ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ "คสช.” ล้วนแล้วแต่เป็นเครือข่ายคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจ สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งหนึ่งในแคนดิเดต คือ หัวหน้าคสช. ผู้แต่งตั้ง ส.ว. กระบวนการและกลไกต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น จะนำมาสู่การบริหารประเทศโดยรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ ขาดการยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ถือเป็นการถอยหลังกลับไปเหมือนการเมืองไทยเมื่อ 30-40 ปีก่อน 

 




          แม้จะเผชิญกับการคุกคามหรือการตัดตอนทางการเมืองอย่างไรก็ตาม แต่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ของ “7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ได้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการร่วมปกป้องประชาธิปไตยจนถึงที่สุด ตามที่ได้พูดไว้กับพี่น้องประชาชน ถึงแม้ว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่สำเร็จ แต่พวกเราก็เชื่อมั่นว่า นี่คือจุดเริ่มต้นที่เป็นความหวังและเป็นอนาคตของสังคม ซึ่งพวกเรายังต้องยืนหยัด ต่อสู้ต่อไป


          จากนี้ไปเรายังจะต้องทำงานให้หนักขึ้น เราต้องทำการสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจกลเกมการเมืองทั้งในและนอกสภาให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ร่วมกันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง


          ส่วนของการทำงานในรัฐสภา พรรคเพื่อไทยจะร่วมทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับ “7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน” อย่างเต็มที่และสมศักดิ์ศรี  เราจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเกือบ 20 พรรคอย่างเข้มข้นโดยสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและต่อพี่น้องประชาชน

 

 

 

 


          ในส่วนงานนอกรัฐสภา พรรคฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 7 พรรค คงจะต้องเดินหน้าทำภารกิจเพื่อประชาธิปไตยต่อไป เพื่อชี้ช่องให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาและผลกระทบของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อความเจริญเติบโตของประเทศและส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนในมิติต่างๆ มากมาย เพราะการอาศัยกลไกที่มีอยู่ในระบอบรัฐสภาเพียงลำพังนั้นคงไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ได้ กระแสสังคมและแรงกดดันจากประชาชนจึงสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 


          0 ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเปิดทางไม่รับทุกตำแหน่งในครม.ใหม่เพื่อให้บางพรรคมาแตะมือแต่คำตอบออกมาแล้วในวันนี้ ในวันข้างหน้าจะมีการร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยได้หรือไม่
          ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าประชาชนได้เรียนรู้จุดยืนที่แท้จริง จากพฤติกรรมของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ได้ปฏิบัติต่อคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับพวกเขา ไม่ใช่เพียงกล่าวถึงนโยบายอย่างหนึ่งแต่ทำอีกอย่างหนึ่ง การเลือกตั้งจะมีความหมายและเป็นที่จดจำในใจประชาชนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเคารพสิ่งที่พูดไว้กับประชาชนหรือไม่ เพียงใด 


          อย่าลืมว่าประชาชนเลือกเพราะไว้ใจในสิ่งที่พรรคการเมืองประกาศกับพวกเขา การมีนโยบายไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ แต่หลังการเลือกตั้งหลายพรรคการเมืองก็พลิกมติ  และกลับเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งอย่างแข็งขันในการต่อท่ออำนาจของ คสช. ความกล้าหาญของพรรคการเมืองในสถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนเฝ้ามองและจดจำ อันจะนำไปสู่การตัดสินใจในการเลือกตั้งในอนาคต  


          ภาพลักษณ์ของการดำเนินการทางการเมืองในปัจจุบัน จะเป็นข้อมูลที่จดจารในใจของประชาชน โดยเฉพาะ จุดยืนและนโยบายที่ไม่เคารพเสียงประชาชน ของพรรคการเมืองที่ละเลยหรือบิดพลิ้วไปจากพันธสัญญา ที่ให้ไว้กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของกลุ่มอำนาจเดิม


          เกียรติภูมิของพรรคการเมืองหลายพรรคในครั้งนี้ได้ถูกจารึกในพื้นที่ประวัติศาสตร์ไปเรียบร้อยแล้ว ว่าพรรคใดตั้งขึ้นมาหรือรวมตัวกันขึ้นมาเพื่อร่วมกันต่ออายุให้รัฐบาลจากการสืบทอดอำนาจและทำร้ายระบอบประชาธิปไตยของประเทศ

 

 

 

 


          สำหรับการร่วมมือกันในอนาคต พวกเราพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือกันหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ หากมีวันใดที่พรรคเหล่านั้นตัดสินใจใหม่ ก็ยังสามารถเข้ามาร่วมมือกันเพื่อทำคุณประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองได้


          ผมเชื่อว่าพวกเราทุกพรรคทุกฝ่ายพร้อมต้อนรับเพื่อทำงานใหญ่ร่วมกันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การคำนึงถึงประโยชน์ร่วมกันนี้ทำให้เราต้องเปิดใจกว้าง เพราะทุกฝ่ายมีประโยชน์และมีความหมายต่อการแก้ปัญหาเพื่ออนาคตจึงไม่มีคำว่า สายเกินไป  

 


          0 แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดได้หรือไม่
          ก่อนอื่นต้องเรียนให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้พวกเขาตั้งใจออกแบบมาเพื่อไม่ให้แก้ เพราะถือเป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพของฝ่ายสืบทอดอำนาจ เราได้เห็นถึงพลังของรัฐธรรมนูญที่สามารถทำให้ฝ่ายเสียงข้างมากกลายเป็นเสียงข้างน้อย ทำให้พรรคที่เป็นอันดับสองสามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะมี ส.ว.ในมือ 250 เสียงเป็นพลังสนับสนุน


          ทั้งหมดนี้พวกเขาออกแบบ สร้างกติกาออกมาเพื่อไม่ต้องการให้แก้ไข พวกเขาได้สร้างข้อจำกัดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากมาย จนอาจเรียกได้ว่าหากแก้ตามวิถีทางในรัฐธรรมนูญแทบจะทำไม่ได้เลย แต่ครั้นจะเป็นวิถีทางนอกรัฐธรรมนูญ เราก็ไม่อยากสนับสนุน เพราะจะยิ่งเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยให้อ่อนแอลงไปอีก


          แต่ผมเชื่อว่ามาถึงวันนี้ ประชาชนรู้ซึ้งมากขึ้นแล้วถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมคิดว่าความรับรู้ของประชาชนมีพลังอำนาจและเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ความรับรู้นี้ไม่ได้จำกัดวงเฉพาะนักการเมืองเท่านั้น แต่ขยายกว้างไปถึงประชาชนกลุ่มวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทต่อการเมืองและสังคมไทยในอนาคต การเกิดความตระหนักใหม่จะสร้างวัฒนธรรมการเมืองใหม่ ที่คนมีส่วนร่วมและใส่ใจกับแนวคิดทางการเมือง แนวทางใหม่ๆที่สร้างสรรค์มากขึ้น และจะเป็นพื้นฐานสำคัญให้แก่การหาทางออกให้ประเทศ เพราะเมื่อใดก็ตามที่คนส่วนใหญ่ในประเทศเห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้คือตัวปัญหา การจัดการปัญหานี้ก็พอจะมีทางเป็นไปได้ในอนาคต


          การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกพรรคการเมือง และประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งผมคิดว่าวันนี้ทุกพรรค ทุกฝ่ายต่างทราบและตระหนักดีถึงผลกระทบที่ทุกคนจะได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ 


          เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ผมเชื่อมั่นและหวังว่าทุกพรรคทุกฝ่าย จะต้องช่วยกันนำพาประเทศออกจากกับดักของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

 


          0 วางบทบาทของพรรคเพื่อไทยกับบทบาทฝ่ายค้านไว้เช่นใด
          ก่อนการเลือกตั้ง ถึงแม้จะมีข้อจำกัดด้านกติกา เราคาดหวังว่าเราจะสามารถได้รับความไว้วางใจจากเสียงสนับสนุนของประชาชนให้เป็นผู้บริหารประเทศ หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ และนำแนวนโยบายที่ได้หาเสียงไว้มาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศ แต่เมื่อมาถึงวันนี้ ที่เราไม่สามารถเดินต่อไปได้ในฐานะรัฐบาล พวกเราก็ไม่เคยคิดว่าหนทางแห่งประชาธิปไตยจะสิ้นสุด เรายังคงต้องต่อสู้ร่วมกับทุกพรรคการเมืองและประชาชน ที่จะมีจำนวนมากขึ้นๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการบรรลุจุดหมายปลายทางต่อไป 


          นอกจากบทบาท “ฝ่ายค้าน” ที่ต้องตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น จริงจัง ภายใต้รูปแบบที่สร้างสรรค์แล้ว การทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนโดยไม่มีอำนาจรัฐก็ยังสามารถทำได้อยู่ พรรคเพื่อไทยจะวางบทบาทพรรคเป็นผู้ประสานผลประโยชน์ภาคประชาชน โดยเป็นตัวกลางเชื่อมผลประโยชน์ระหว่างประชาชนกับประชาชน ประชาชนกับภาคเอกชน หรือแม้แต่ประชาชนกับภาครัฐ ในทุกโอกาสที่เราทำได้ต่อไป


          นอกจากนั้น พรรคยังเห็นความสำคัญของการเมืองระดับท้องถิ่น ในหลักการแล้วการเมืองท้องถิ่นเป็นรากฐานสำคัญในการเข้าถึงการรับใช้ประชาชนและการสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน อีกทั้งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเมืองในระบบใหญ่  ดังนั้น จากนี้ไป พรรคเพื่อไทยจะมุ่งให้ความสำคัญต่อการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ซึ่งจะเกิดขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้าให้มากขึ้น และถือเป็นทิศทางการเมืองที่สำคัญต่อไป

 


          0 วิเคราะห์อนาคตรัฐบาลประยุทธ์ 2 ไว้เช่นใด
          รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกออกแบบมาให้สถาบันการเมืองอ่อนแอ การเมืองจะไร้เสถียรภาพ ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลผสมชุดนี้ ซึ่งมีเสียงปริ่มน้ำอย่างนี้ จะสามารถเดินไปได้ไกล แนวโน้มบอกได้เลยว่ารัฐบาลนี้จะกลายเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 

          นอกจากนี้รัฐบาลเองก็ต้องคำนึงถึงกฎกติกา แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อคาดหวังจะใช้ควบคุม หากฝ่ายที่เห็นต่างประสบความสำเร็จได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล การพยายามออกแบบมาให้สามารถควบคุมนโยบายต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นพันธะอันไม่สอดคล้องกับการเติบโตของรัฐบาล และกลายเป็นกลไกที่กีดกันการก้าวรุกไปข้างหน้าของประเทศอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกับดักที่ถูกวางไว้และจะย้อนมาเป็นอุปสรรคในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศของรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเอง


          ผมจึงเชื่อว่าอนาคตการเมืองไทยคงจะลุ่มๆ ดอนๆ ไป พร้อมกับเสถียรภาพของรัฐบาลที่จะอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เป็นผลสำเร็จ


          ตราบใดที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ประชาชนคงจะได้เห็นงูเห่าเกิดขึ้นอีกหลายครั้งหลายวาระในการผ่านกฎหมาย งบประมาณ และญัตติต่างๆ ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลที่จำต้องเลี้ยงงูเห่าด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทนเช่นนี้จะสามารถอยู่ได้ยาว และมั่นคง…


          วันหนึ่งความขัดแย้งรอบด้านที่สั่งสมและปะทุขึ้น จะกลับมาทำลายความมั่นคงของกลุ่มผลประโยชน์ของพวกเขา และผมยังเชื่ออีกว่า…ประชาชนก็จะไม่อดทน และไม่มีวันยินยอมกับสภาวะแบบนี้อย่างแน่นอน

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ