royal coronation
วันที่ 23 กรกฎาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ศึกอลเวง ณ แจ้งวัฒนะ

วันที่ 5 มิถุนายน 2562 - 13:45 น.
เลือกนายกรัฐมนตรี,แจ้งวัฒนะ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
Shares :
เปิดอ่าน 2,878 ครั้ง

โดย...   เร้นกาย ไร้เงา

 

 

 

          การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ของ ส.ว.และ ส.ส. น่าติดตามยิ่งว่า เกมการเมืองของคนการเมืองหลังการยึดอำนาจของ คสช.ในช่วงห้าปีที่ผ่านมานั้นจะเผยรูปเกมมาเช่นใด

 

 

          ไม่ว่าขั้วไหน พรรคใด จะเสนอชื่อบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่ง สร.1 ในคราวนี้ก็ขอให้ดำเนินการด้วยความสุจริตและยึดประโยชน์บ้านเมืองเป็นที่ตั้ง กลเกมน้ำเน่าทางการเมืองมิควรเกิดขึ้นในยุคนี้อีก...


          หากถามว่าสังคมให้ความสนใจไปยังใครและขั้วใดเป็นหลักในช่วงที่ผ่านมาจวบจนวันนี้ แน่นอนว่าเป้าหลักในยามนี้และยามหน้าคงไม่พ้น “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”, พรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งพรรคแนวร่วมตั้งรัฐบาล และ ส.ว. 250 คน เพราะทุกความเคลื่อนไหวในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองนั้นจะโดนฝ่ายค้าน, สื่อมวลชน และสังคมออนไลน์ รวมทั้งอาจจะมีว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลติดตามทุกระยะในทุกอิริยาบถ


          ส่วนขั้วต้านลุงตู่ที่มี 7 พรรคจับมือและหนุน “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าสู้เพื่อขอสิทธิจากสองสภาในการทำหน้าที่ สร.1 โดยที่พรรคเพื่อไทยซึ่งมี ส.ส. 135 คน ยอมให้พรรคสีส้มซึ่งเป็นพรรคที่มี ส.ส.ในสภาผู้แทนฯ อันดับ 3 นำธงรบชิงบัลลังก์นายกฯ


          นับเป็นอีกครั้งที่พรรคสายแม้วยอมให้พรรคในเครือข่ายลงชิงตำแหน่งแทน (คราวก่อนเสนอชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก จากพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นแคนดิเดตชิงนายกฯ แข่งกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของพรรคสีฟ้า) คราวนี้พรรคสายแม้วรู้ว่ากระแสและองค์ประกอบร่วมในตอนนี้มิใช่เวลา การมอบหน้าที่แบบไม่มีอะไรจะเสียให้แกนนำพรรคสีส้มไปลุยแทนนั้น มันเข้าเงื่อนไขที่ลงตัวแล้ว

 



          เสมือนว่าตัวแทนประชาธิปไตยหัวใหม่ลงชนกับตัวแทนกลุ่มอนุรักษนิยมแบบไม่ต้องมีนอมินีมาปะทะแทน เพราะตัวแทนของสองขั้วที่มาชิงดำกันในคราวนี้ เปรียบเหมือนการชิงนำประเทศในวันข้างหน้ากลายๆ


          เหลียวมองพรรคสีส้มที่ออกมาแถลงเมื่อวันวานว่า ส.ส.เกือบทั้งพรรคโดนทาบทามให้เป็นงูเห่าสีส้ม ด้วยแรงจูงใจหลักสิบหลักร้อยล้านบาท เพื่อให้ไปยกมือหนุนลุงตู่ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังมิแน่ชัดว่าใครจะไม่ไหวหวั่นกับเงื่อนไขที่มิอาจปฏิเสธได้บ้าง... ดังนั้น ยามนี้ “เสี่ยเอก” แห่งพรรคสีส้มจำต้องออกโรงลุยเพื่อป้องกันการเสียขบวนของลูกพรรค แม้จะรู้ลึกในใจว่าสิ่งที่หวังอาจไม่บังเกิด


          หันมองภาพรวมในห้องประชุมล่วงหน้า...แน่นอนว่าการประท้วงจะมากันอุตลุดในเรื่องคุณสมบัติของผู้ชิงเก้าอี้ สร.1 จากทั้งสองขั้ว แม้แต้มต่อเบื้องต้นตอนนี้ “ลุงตู่” นำ “เสี่ยเอก” ไปหนึ่งช่วงตัว แต่...ขั้วต้านลุงตู่หรือจะปล่อยให้พลังประชารัฐเดินเข้าเส้นชัยแบบง่ายๆ


          ยิ่งไม่กี่วันก่อน คนหน้าใหม่และ ส.ส.หลายสมัยก็ออกมาปะ-ฉะ-ดะบนโลกออนไลน์มาแล้ว คราวนี้ก็น่าจะมีมวยเด็กขอวัดมือกับมวยเก๋ากันหลากคู่ชัวร์...


          และขอมองไปช็อตหน้าว่า...หากว่าที่ประชุมรัฐสภาลงมติเกินกว่ากึ่งหนึ่งหนุนลุงตู่ให้ทำหน้าที่นายกฯ สมัยที่สอง มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับขั้วหนุนลุงตู่ที่จะขยับสิ่งต่างๆ นานาได้ดั่งใจหวัง แม้ขั้วหนุนลุงตู่จะมีกติกาที่วางไว้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ก็ตาม 


          ใครต่อใครต่างรู้ว่ากติกาต่างๆ ที่บังเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เอื้อต่อการทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ คสช.วางโรดแม็พเอาไว้และนำมาสานต่อได้แบบอัตโนมัติหากไม่เดินผิดแนวที่วางไว้ แต่เอาเข้าจริงแล้ว รัฐบาลผสมที่มีมากมายหลายพรรคนั้น มันยิ่งกว่า “จับปูใส่กระด้ง” เพราะคนการเมืองแต่ละขั้ว แต่ละพรรคนั้น มีวิธีคิดและแนวทำงานที่แตกต่างกัน โดยสิ่งที่จะทำให้รัฐบาลผสมอยู่ด้วยกันได้คือ “นโยบายรัฐบาลและการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองที่ลงตัว”


          แต่สิ่งที่ผ่านมาในหลายวันก่อน มองแล้วมันยากยิ่งนักสำหรับรัฐนาวาที่ชื่อพลังประชารัฐ รวมทั้งกัปตันที่ชื่อลุงตู่จะมอบสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการได้ครบถ้วนกระบวนความ ฉะนั้นการทำหน้าที่ประมุขฝ่ายบริหารอีกคราวของลุงตู่และ พปชร.ที่ต้องทำหน้าที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลนั้น เสมือนเป็นทองเนื้อเดียวกัน แน่นอนว่า อำนาจหัวหน้า คสช. ต้องปลดสิ้นไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่ พปชร.กับลุงตู่ต้องบรรเลงเพลงการเมืองในมุมที่สอดรับกัน แม้ลุงตู่จะมีมือไม้ที่จัดวางไว้ล่วงหน้าแล้ว อาทิ กฎหมาย, เจ้าหน้าที่รัฐ, กลุ่มทุน รวมทั้งเครื่องมือทางโลกออนไลน์ที่มีไว้สื่อความกับมวลชน แต่เอาเข้าจริง...วันที่ลุงตู่ต้องสวมเครื่องแบบนักการเมืองเต็มตัว...สิ่งต่างๆ ข้างต้นแทบจะช่วยอะไรได้ไม่มากนักในยามข้างหน้า


          เพราะกระแสสังคมในช่วงที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ มันบ่งบอกอะไรหลายอย่างให้ลุงตู่รับรู้และไตร่ตรองได้ล่วงหน้าแล้วว่า ชะตาชีวิตบนถนนการเมืองจะต้องพบพานกับอุปสรรคใดบ้าง


          การเมืองวันข้างหน้านั้น ลุงตู่เสมือน “นักมวยที่ไร้พี่เลี้ยง” ในการขึ้นเวที ดังนั้นการแก้เกมต่างๆ นานาที่จะบังเกิดขึ้นนั้น ลุงตู่ต้อง “บินเดี่ยว” และพร้อมรับแรงปะทะในทุกรูปแบบที่จะพานพบ


          รัฐนาวาที่ลุงตู่ต้องกุมพังงาฝ่าคลื่นลมที่จะเข้ามาปะทะแบบนั้น “ความอดทน อดกลั้น” คือสิ่งเดียวที่ลุงตู่ต้องท่องให้ขึ้นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยั่วยุจากขั้วตรงข้ามที่น่าจะเปิดสงครามข้อมูลข่าวสารรายวันเพื่อที่จะดิสเครดิตลุงตู่และคณะแบบไม่ยั้งมือ


          พลพรรค พปชร.ในช่วงจากนี้ไป แกนนำพรรคต้องอบรมหลากพฤติกรรมที่จะแสดงออกมา เพราะเพียงไม่กี่เพลาที่ผ่านมานั้น สังคมจดจำวีรกรรมต่างๆ ที่คนของ พปชร.ได้กระทำไว้แล้ว ฉะนั้นสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงจากนี้ไป แต้มต่อที่เคยมีในมือนั้น ตอนนี้แทบไม่เหลือแล้ว 


          ฉะนั้นขอเตือนล่วงหน้าไปยังองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ทั้งในและนอกสภาไว้แต่เนิ่นๆ ว่าจะชี้แจงแถลงไขสิ่งใดนั้น หลักการควรมาก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นอาจจะนำพาลุงตู่หลงทิศและเสียแต้มการเมืองแบบมิจำเป็น

Shares :
เปิดอ่าน 2,878 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ