royal coronation
วันที่ 23 กรกฎาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ลุงตู่2อยู่ยืดแค่ไหน?

วันที่ 3 มิถุนายน 2562 - 07:34 น.
กวาดบ้านกวาดเมือง,ลุงตู่,พรรคพลังประชารัฐ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,พลอเปรม ติณสูลานนท์
Shares :
เปิดอ่าน 9,238 ครั้ง

คอลัมน์...  กวาดบ้านกวาดเมือง   โดย...  ลมใต้ปีก

 

 


          แทบจะไม่มีข้อโต้แย้งทางการเมืองว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไป จะเป็นคนเดิมที่ชื่อลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้จะมีเสียงฮึ่มๆ บ้างจากทั้งพรรรคการเมืองอื่นที่ตั้งเงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาล หรือ “คลื่นใต้น้ำ” ในพรรคพลังประชารัฐ แต่ด้วยเงื่อนไข (กติกา) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 คิดมุมใดนายกรัฐมนตรีที่กำลังจะโหวตเลือกกัน 5 มิถุนายน หนีไม่พ้น “ลุงตู่” 

 


          ประเด็นของการเมืองไทยวันนี้ คือรัฐบาลลุงตู่ 2 จะมีเสถียรภาพแค่ไหนและอยู่ได้นานเพียงใด คำถามนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนทั้งคอการเมือง-นักลงทุน-ต่างชาติ กังวลมากกว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี 


          การจัดตั้งรัฐบาลที่เกิด “แรงกระเพื่อม” ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เกิดความคิดสองขั้วภายในพรรค ซึ่งกำลังต่อสู้กันระหว่างขั้วความคิด “เอาลุงตู่” กับ “ไม่เอาลุงตู่” ที่ไม่ว่าท้ายที่สุดพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ล้วนแล้วแต่มี “ความเสี่ยง” ในความเป็นเอกภาพต่อเสียงสนับสนุนรัฐบาล บทเรียนทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ 10 มกราคม 2530 ประวัติศาสตร์ที่ “ชำรุด” ของประชาธิปัตย์ ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จนนำไปสู่การยุบสภาปี 2531 คงเป็น “บทเรียน” ทางประสัติศาสตร์ที่รัฐบาลประยุทธ์ 2 ต้องระมัดระวัง 


          ปัจจัยสำคัญต่ออายุของรัฐบาลประยุทธ์ 2 คือการบริหารการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐที่รวมเอากลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันและมารวมกันด้วย “การต่อรองผลประโยชน์” แต่การแบ่งกระทรวงที่ไม่ลงตัวเห็นอาการ “ไม่พอใจ” ของกลุ่ม “สามมิตร” แล้วน่าวิตก แม้ว่า จะมีผู้มากบารมีสีเขียว” มา “จัดการ” ให้ความไม่พอใจครั้งนี้หยุดลง แต่จะจัดการได้ทุกครั้งหรือไม่เพราะมีคำพูดหนึ่งจากฝั่งแกนนำสามมิตร หลุดระหว่างการ “ชักเย่อ” “เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ต่อกรกับ “คำสั่งผู้ใหญ่” ถึงขนาดคนโตในสามมิตรประกาศในกลุ่มว่า “การเมืองวันนี้เป็นประชาธิปไตยแล้ว หมดเวลาที่สีเขียวจะมีอำนาจเหนือผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง” นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่ามี “อาการ” ในพลังประชารัฐที่ไม่เป็นเอกภาพที่พร้อมจะเป็น “คลื่นใต้น้ำ” ที่รอจังหวะและโอกาส เท่านั้น 


          ปัจจัยภายนอกต้องโฟกัสที่พรรคคู่แข่ง สำคัญที่สุดคือ เพื่อไทยและอนาคตใหม่ที่มุ่งมั่นทำลาย “ความชอบธรรม” ในการดำรงอยู่ของประยุทธ์ 2 อย่างไม่ต้องสงสัย และทั้งสองพรรคต้องใช้ทุกวิถีทางทั้งในและนอกรัฐสภาเพื่อ “กระชาก” ประยุทธ์ 2 ลงมาและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ 


          ความพร้อมของการ “ปั่นกระแส” นอกสภา ต้องยอมรับว่าทีมสนับสนุนของทั้งสองพรรคนี้มีมากกว่าพลังประชารัฐ เพื่อไทยมีความชำนาญการสร้างการสนับสนุนมวลชน แพลตฟอร์มเดิมคือมวลชนที่พร้อมออกมาสนับสนุน ขณะที่อนาคตใหม่ มีความสำคัญในการปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ในโซเชียลมีเดีย หากทั้งสองแพลตฟอร์มมาประสานกันในการเคลื่อนไหว รับประกันได้ “ประยุทธ์ 2 อาการหนัก” 


          แต่ปัจจัยชี้ขาดทั้งจะทำให้ “สนิมเกิดแต่เนื้อในตน” คือความขัดแย้งภายในของประชาธิปัตย์และความไม่เป็นเอกภาพภายในของพลังประชารัฐ รวมทั้งการเคลื่อนไหวของพรรคคู่แข่งจะมีประสิทธิผลบั่นทอนรัฐบาลประยุทธ์ 2 ได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการทำงานของรัฐบาลประยุทธ์ 2 เป็นสำคัญ หากยังมีภาพความไม่ซื่อสัตย์สุจริต เป็นรัฐบาลที่แบ่งผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนและแผ่นดิน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ประยุทธ์ 2 นอกจากจะอายุสั้น การลงจากหลังเสือของผู้มีอำนาจทั้งหลายจะมีจุดจบที่ไม่สวยงาม 


          ตรงกันข้ามถ้ารัฐบาลตั้งมั่นใจในการสร้างประโยชน์สุขให้บังเกิดแก่ประชาชนและแผ่นดิน หัวหน้ารัฐบาลควบคุมมิให้ผู้มาดำรงตำแหน่งทั้งการเมืองและราชการแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง แม้เสียงจะปริ่มน้ำแต่ “เกราะความตั้งใจดี” จะช่วยให้ประยุทธ์ 2 อยู่ได้ยาว

Shares :
เปิดอ่าน 9,238 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ