royal coronation
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

"สัตว์การเมือง" "ลุงตู่" อ่านเกมอำนาจ

วันที่ 1 มิถุนายน 2562 - 08:38 น.
animal farm,นายกฯ แนะนำหนังสือ,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,ลุงตู่,บิ๊กตู่
Shares :
เปิดอ่าน 7,337 ครั้ง

ข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์ คมชัดลึก 1-2 มิ.ย.2562

 

**********************

 

          อย่าห้ามไทยไม่ให้โยงนิยายเป็นการเมือง เพราะตอนนี้ทุกอย่างเป็นการเมืองไปเสียทั้งหมดนั่นแหละ !

          ท่านผู้นำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลุกขึ้นมาแนะหนังสือเด็ดที่คนไทยควรอ่านทั้งที แถมเป็น “Animal Farm” นิยายการเมืองของนักเขียนหัวรังเกียจเผด็จการแล้ว อะไรๆ มันจะไม่พุ่งกลับไปแทงสวนคนแนะนำยังไงไหว

          สังคมไทยช่วงสองสามวันที่ผ่านมา จึงทั้งคุกรุ่น ขบขัน และคึกคักไปด้วยเรื่องราวของ “บิ๊กตู่” และ “Animal Farm” ใครรู้อะไรเกี่ยวกับหนังสือนี้ก็จะปล่อยของกันเต็มที่

 

 

 

ฟาร์มเล็กโลกใหญ่

 

          น่าสนใจมาก ขณะที่ Rap Against Dictatorship เจ้าของเพลง ประเทศกูมี” กำลังรับรางวัลอยู่บนเวทีสิทธิมนุษยชนนานาชาติที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมุดหมายหนึ่งของสังคมไทย

          คาบเกี่ยวกัน ข้ามทวีปมาบ้านเรา คนไทยกลุ่มไม่ใช่นักอ่าน ยังถึงกับต้องวุ่นวายตามหาเล่มนี้มาเสพให้เข้าใจ เพื่อจะได้เก็ตว่าดราม่าที่กำลังเกิดมันประมาณไหน

          มีคำถามหนึ่งคือ บิ๊กตู่อ่านจบหรือยัง? ที่เป็นคำถามสำคัญที่สะท้อนคำตอบได้สองทาง คือ ถ้ายังไม่อ่าน หรืออ่านไม่จบ คนไทยเข้าใจดราม่าได้ไม่ยาก

 

 จอร์จ ออร์เวลล์ 

 

          แต่อีกทางคือนายกฯ ของเราน่าจะอ่านจบแล้วมากกว่า ซึ่งนั่นแปลว่า “เมสเสจ” ที่่กำลังสื่อมาถึงคนไทย ต้องลึกล้ำกว่าดราม่าสามบรรทัดในโลกออนไลน์แน่ๆ

          Animal Farm เขียนโดย จอร์จ ออร์เวลล์ นักเขียนชื่อก้องโลก โดยชื่อเต็มคือ  Animal Farm: A Fairy Story ตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2488

          ใครอ่านแล้วเข้าใจได้ทันทีว่า สะท้อน เสียดสี ภาพของสังคมรัสเซียหลังการปฏิวัติและการครองอำนาจของ "โจเซฟ สตาลิน“ (ที่มาแทน วลาดิมีร์ เลนิน) หลังพรรคบอลเชวิคของพวกเขาทำการโค่นระบอบกษัตริย์ได้สำเร็จ แต่ใน Animal Farm ใช้ตัวละครเป็นสัตว์ในฟาร์มแห่งหนึ่ง มีมนุษย์คนเดียวคือเจ้าของฟาร์มแห่งนั้น

 

ปกพิมพ์แรก ปี 2488

 

 

 

              

Animal Farm เวอร์ชั่นต่างๆ

 

 

เสน่ห์สนุก

 

          ความสนุกมันก็อยู่ที่การ “จับคู่” คนและสัตว์ว่าใครเป็นใครกันแน่ !

          เจ้าของฟาร์มผู้ซึ่งมีนิสัยปล่อยปละละเลยสัตว์ คือ “พระเจ้าซาร์นิโคลัส” กษัตริย์องค์สุดท้ายของรัสเซีย

          หมูแก่ เมเจอร์” ที่เปรียบเป็น คาร์ล มากซ์” ผู้วางรากฐานแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์ โดยหมูแก่ได้ทิ้งทุ่นก่อนตายไว้ทำนองว่า “เสรีภาพและความเท่าเทียมคือคำตอบ”

          เมื่อหมูขาว สโนว์บอล” ที่เปรียบเป็น วลาดิมีร์ เลนิน ผู้นำปฏิวัติที่สามารถขับไล่เจ้าของฟาร์มไปได้ แต่ภายหลังเขาก็โดนหมูดำ นโปเลียน” ที่เปรียบเป็น โจเซฟ สตาลิน” ซึ่งเด็ดขาดรุนแรงกว่า ยึดอำนาจมาไว้ที่ตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอีกที

 

เวอร์ชั้นภาพนตร์ทั้งแบบแอนิเมชั่น ปี 2497 และนักแสดงสัตว์และคนจริง ปี 2542

 

          จากนั้น พวกสัตว์ในฟาร์ม ทั้ง หมู ม้า ไก่ เป็ด ฯลฯ ก็ทำการปกครองกันเอง แล้วตั้งกฎ 7 ข้อใช้ร่วมกัน เช่น อะไรที่เดินสองขาถือว่าเป็นศัตรู, สัตว์จะต้องไม่นอนบนเตียง, สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน ฯลฯ

          แต่ผลสุดท้ายไม่เหมือนที่คุยกันไว้ เพราะสัตว์ที่ถูกปกครองยังคงทำหน้าที่ผู้ผลิต เหนื่อยเหมือนเดิม หิวเหมือนเดิม ทุกอย่างวนกลับลูปเดิม

          ขณะที่หมูผู้นำปฏิวัติ ก็เป็นแค่เจ้าปกครองคนใหม่ แถมยังไปเออออ ทำข้อตกลง ยืนสองขากับมนุษย์ แล้วแก้กฎจาก “สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน” เป็น “สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน...แต่สัตว์บางตัวเเท่าเทียมกว่าสัตว์อื่นๆ" ซะอย่างนั้น

 

 

ครื้นเครงดราม่า

 

          พอคนไทยรู้เนื้อเรื่องแล้ว ความสนุกเลยยกระดับขึ้นมาอีกชั้น คือการจับคู่บรรยากาศเมืองไทยกับบรรยากาศในเรื่องราว หัวเสรีนิยมครางฮือว่าเหมือนเด๊ะ อ่านท่าไหน ภาษาใด กลับหัวอ่านยังไงก็ชี้ไปทางคนแนะนำนั่นแหละ (ฮา)

          หนักเข้าก็ประชดว่าน่าจะแนะอ่าน “1984” ซะเลย ซึ่งเล่มนี้ก็มาจากปากกาด้ามเดิมของนักเขียนคนเดิม คือถ้า “Animal Farm” เป็นแบบเรียนปฏิวัติฉบับเบาๆ “1984” ก็คือแบบศึกษา “เผด็จการวิทยา” ฉบับเข้มข้น!

 

 

          แต่พอดราม่าเริ่มเลอะเทอะ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็แจงรัวว่า อย่าเชื่อมโยงทุกอย่างเป็นการเมือง และอย่าตีความว่าการแนะนำให้อ่านหนังสือเป็นการดูถูก เพราะการอ่านจะช่วยสร้างหลักคิด สร้างปัญญาไม่ใช่ปัญหา และมนุษย์ควรดูแลใส่ใจสิ่งที่อยู่รอบตัวให้ดี รวมถึงสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม ทุกชีวิตต้องช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

          อีกมุมหนึ่ง ถ้าไม่อคติ ที่ผ่านมาบิ๊กตู่ก็เป็นนายกฯ ไทยอีกคน (นอกเหนือจากอดีตนายกฯ ทักษิณ) ที่ชอบออกมาแนะนำหนังสือดีๆ อยู่เสมอ

          ก่อนหน้านี้ เช่นปี 2559 แนะนำให้อ่าน “The Governance of China” เขียนโดย สี จิ้นผิง ผู้นำจีน, ช่วงปลายปี 2559 แนะนำ ชีวิตของประเทศ” ของวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ

          จากนั้นปี 2560 แนะนำ พูดอย่างไรไม่ให้พัง” ของเดอะนิวยอร์กไทมส์ และที่เป็นไวรัลช่วงปีที่แล้ว ที่ลุงตู่แนะนำ จินดามณี” แต่โป๊ะแตกโชว์ความจำผิดเล่ม ไปท่องตอนหนึ่งจาก “นิราศภูเขาทอง” ของสุนทรภู่แทน

 

 

ลึกในลึก จากลุง

 

          ที่จริงยังมีอีกหลายเล่มที่ลุงตู่กรุณาแนะนำให้คนไทยอ่านกันมากขึ้นกว่า 8 บรรทัด แต่ไม่มีเล่มไหนที่ปังเท่ากับ “Animal Farm”

          แต่ถ้าใครยังไม่เก็ตสารของลุงตู่ ลองดูมุมมองของ ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต จากนิด้า ที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าคิด ในรายการเจาะลึกทั่วไทยทางช่องสปริงนิวส์ ว่าลุงตู่อาจต้องการบอกเราสองเรื่อง

 

 

          ส่วนแรกคาดว่าจะเป็นกลุ่มคนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ ที่มีอุดมการณ์ในเชิงเสรีนิยมแบบเข้มข้น และบางอย่างเน้นเรื่องรัฐสวัสดิการ การสร้างความเท่าเทียมให้กับคน

          “คนรุ่นใหม่ที่เข้าไปสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ถ้าเข้าไปอ่านหนังสือเล่มนี้ก็จะเห็นภาพว่าตอนแรกที่เสนอมา กับท้ายที่สุดมันเป็นยังไง สื่อถึงคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ เลือกพรรคใหม่”

          ส่วนที่ 2 อาจจะเป็นการพูดในเชิงประชดประชันถึงสภาพการเมืองในปัจจุบัน ที่อาจกำลังมีการแก่งแย่งอำนาจกันตอนนี้

          พร้อมทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะอย่างไร หนังสือเรื่องนี้เราทุกคนควรอ่าน เพราะมันชี้ถึงคำสัญญาในช่วงเริ่มต้นของการเข้าสู่อำนาจ ที่จะมีแต่คำหวานทั้งสิ้น

 

 

          คนไทยฟังแล้วเข้าใจไม่ยาก ว่าที่สุดแล้วไม่ว่าคนเอ่ยคำหวานจะเป็นใคร ฝ่ายไหน คำสัญญานั้นก็จะกลายกลับ เหมือนใน “Animal Farm” ที่พอมีอำนาจก็เขียนกฎใหม่ให้เข้าทางตน

Shares :
เปิดอ่าน 7,337 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ