royal coronation
วันที่ 20 กรกฎาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

เจาะทีมไซเบอร์อนาคตใหม่...ความสำเร็จที่ "ล็อกผลได้" ของธนาธร

วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 - 10:35 น.
ทีมไซเบอร์,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
Shares :
เปิดอ่าน 70,981 ครั้ง

โดย...  ภคนันท์ มุมาน / อนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์ 

 

 


          หลายคนคงเคยสงสัยเหมือนๆ กันว่า พรรคอนาคตใหม่มีดีอะไร ทำไมถึงได้ ส.ส.เข้าสภาเกือบ 100 คน ทั้งๆ ที่มีแต่ผู้สมัครหน้าใหม่ โนเนม และทำไมเวลามีความเคลื่อนไหวใหญ่ๆ ที่กระทบต่อพรรคจึงมีผู้คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ทั้งแฮชแท็กยอดนิยม และยอดไลค์ ยอดแชร์พุ่งกระฉูด

 

 

          ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพโดยทีมงานด้านไซเบอร์ทีมใหญ่ที่รวมสุดยอดระดับ “จอมยุทธ์” ในวงการมาทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย “อนาคตใหม่” และส่งรับข้อมูลกันจนสามารถสร้าง “ชุดความคิด” ให้คนจำนวนมากได้


          หัวหอกที่จัดการงานด้านไซเบอร์ให้พรรคคือ ไกลก้อง ไวทยากร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค ประวัติของเขามีความเชี่ยวชาญอย่างสูงด้านการจัดทำข้อมูล บิ๊กดาต้า และสื่อออนไลน์


          การทำงานต้องบอกว่าขับเคลื่อนไปอย่างมียุทธศาสตร์ สร้างกิจกรรมการมีส่วนร่วมทางไซเบอร์ตลอดเวลา แม้แต่การให้ช่วยตั้งชื่อพรรค คิดชื่อพรรค คิดนโยบาย ยังกลายเป็นแฮชแท็กยอดนิยมทุกครั้ง


          ช่วงพรรคเริ่มตั้งไข่และยังไม่มีใครให้ความสนใจพรรคใหม่พรรคนี้ แกนนำพรรคและทีมไซเบอร์ได้จัดสัมมนาในลักษณะแข่งขันให้ผู้ที่มีความสามารถด้านไอที ระดมความคิด ไอเดีย และร่วมมือกันแก้โจทย์ที่ทางพรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้น ด้านหนึ่งทำให้พรรคสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้คนผ่านโลกออนไลน์ได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ตามรั้วมหาวิทยาลัยและคนวัยทำงาน ทั้งยังมีโอกาสคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถเข้ารวมทีมไซเบอร์ของพรรคได้ด้วย


          การขับเคลื่อนงานด้านไอทีของพรรคไม่ได้ทำอย่างกะโหลกกะลา แค่จ้างบริษัททำเว็บเปิดเว็บแล้วใส่ข้อมูลลงไปเหมือนพรรคการเมืองอื่น แต่อนาคตใหม่จับมือกับบริษัทเอกชนที่มีความสามารถในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กดาต้า มีการตั้งทีมงานรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเว็บไซต์ที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเมือง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการออกแบบนโยบายและแนวทางการหาเสียงให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและคนทำงาน




          บริษัทใหญ่ด้านไอทีแห่งนี้ยังเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์ (คล้ายๆ กับที่ “อาลีบาบา” มีกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลความสนใจและการจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งภายหลังต่อยอดพัฒนาเป็นการใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ เพื่อกุมข้อมูลและรสนิยมของผู้คน จะได้เสนอขายสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย) และยังเคยจัดทำฐานข้อมูลให้แก่ภาครัฐ ทำให้มีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจำนวนมาก เช่น ไอพี แอดเดรส / เบราเซอร์ที่ใช้ / ระบบปฏิบัติการที่ใช้ / ทำให้บริษัทแห่งนี้มีฐานข้อมูลประชาชนที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก เมื่อมาจับมือกับพรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้นในทางการเมืองได้ไร้ขีดจำกัด


          ในขณะเดียวกันก็สามารถหยิบปรากฏการณ์ที่กำลังเป็นกระแสมาเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรค หรือเป็นชื่อกิจกรรมได้อย่างโดนใจ ทำให้พรรคการเมืองนี้ใกล้ชิดคนกลุ่มใหญ่ที่ใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียเกือบทั้งหมดในชีวิตประจำวัน


          เช่น การจัดกิจกรรม “อนาคตใหม่ไฟแรงเฟร่อ” ที่มาจากภาพยนตร์เรื่อง “เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ” ที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น หรือการสร้าง “จุดร่วม” ของบรรดาแฟนคลับหรือสาวกว่า “ฟ้ารักพ่อ” ซึ่งหยิบมาจากละครโทรทัศน์ยอดนิยมเรื่อง “ดอกส้มสีทอง”


          คำกล่าวที่ว่า “ผู้ใดครองสื่อและข้อมูลข่าวสาร ผู้นั้นครองโลก” คือวลีที่สามารถอธิบายความสำเร็จแบบ “ก้าวกระโดด” ของพรรคอนาคตใหม่และนายธนาธร


          จากการตรวจสอบเชิงลึกยังพบว่านอกจากปฏิบัติการทางไซเบอร์เพื่อสร้างความนิยม ซึ่งไม่ใช่แค่พื้นๆ ในรูปแบบปั่นไลค์ปั่นแชร์เท่านั้น แต่เป็นการนำข้อมูล ความคิด และรสนิยมของประชาชนมาสร้างนโยบายและกำหนดทิศทางทางการเมืองแล้ว พรรคอนาคตใหม่และทีมไซเบอร์ยังสร้างเครือข่ายกับเว็บไซต์บางแห่งเพื่อขยายผลหรือตอกย้ำ “ชุดความคิด” ที่ตนสร้างขึ้น เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือในระดับ “ปฏิเสธไม่ได้” จากผู้รับข้อมูลข่าวสาร


          เว็บไซต์ที่เป็นเครือข่ายของอนาคตใหม่ก็เช่น เว็บไซต์เกี่ยวกับกฎหมายที่ประกาศตัวอยู่ฝ่ายตรงข้าม คสช. คอยตรวจสอบการใช้อำนาจและการตรากฎหมายในยุค คสช.อย่างเข้มข้น


          นอกจากนั้้นยังมีเว็บไซต์ข่าวการเมืองที่คนรุ่นใหม่นิยมติดตาม มีการออกแบบหน้าเว็บที่ทันสมัย เน้นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้ “อินโฟกราฟฟิก” เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ในระยะเวลาสั้นๆ


          ขณะเดียวกันก็มีแอดมินเพจที่มีผู้ติดตามมากกว่า 3 แสนคน คอยสร้างประเด็นหรือส่งต่อข้อมูลที่เกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่และนายธนาธร รวมทั้งปั่นกระแสต่างๆ ในโลกออนไลน์ โดยแอดมินเพจรายนี้เป็นอดีตนักเรียนทุนมูลนิธิไทยคม ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับนายทักษิณ ชินวัตร


          ทีมงานระดับพระกาฬยังมีทีมออกแบบกราฟฟิกที่ใช้ในสื่อออนไลน์และป้ายหาเสียง ทีมกราฟฟิกดีไซน์ เชี่ยวชาญการออกแบบโลโก้ ฟอนท์ตัวหนังสือ ภาพไดอะแกรม และอินโฟกราฟฟิก ทีมดีไซน์หน้าเว็บ ทีมงานที่ทำนิตยสารแนวสาระที่วัยรุ่นและคนรุ่นใหม่นิยมอ่าน ทีมโปรแกรมเมอร์และวิเคราะห์ข้อมูล รวมไปถึงทีมผู้เชี่ยวชาญการแสดงข้อมูลด้วยภาพ ซึ่งทำงานอยู่ในโซเชียลชื่อดังอย่างทวิตเตอร์


          ทั้งยังมีบริษัทที่ทำงานด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไอที หรือเทคโนโลยีสารสนเทศอีกหลายแห่ง บางแห่งอยู่ในระดับยักษ์ใหญ่ในวงการ ซึ่งผู้บริหารและกรรมการบริษัทเหล่านี้บางคนได้กลายมาเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ด้วย หนำซ้ำบางรายยังทำธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนบิตคอยน์


          กล่าวสำหรับการปั่นไลค์สร้างกระแส (หมายถึงกรณีทั่วๆ ไป ไม่ได้เจาะจงว่าพรรคอนาคตใหม่ทำ) มีผล 2 อย่าง คือ “ผลลวง” ให้ดูเหมือนมีผู้สนับสนุนจำนวนมาก มีคนสนใจมาก เรียกว่าการสร้างภาพลวงหรือภาพลักษณ์ดีเกินจริงในโลกออนไลน์ แต่ต้องไม่ลืมว่าผลลวงลักษณะนี้มีโอกาสสร้างกระแสจริงๆ ได้ด้วย ถ้าผู้รับสารกลายเป็นสาวกของ “นักปั่น” ไปแล้วจริงๆ ท่ามกลางสถานการณ์เลือกข้างและสร้างความเกลียดชังอย่างที่เป็นอยู่


          เหมือนกับปรากฏการณ์ “อาหรับสปริง” ในตะวันออกกลางที่สร้างกระแสล้มรัฐบาล ลบล้างขนบดั้งเดิม หรือทำให้เกิดสงครามกลางเมืองได้เลยทีเดียว


          แต่สำหรับรูปแบบการทำงานด้านไซเบอร์ของพรรคอนาคตใหม่ไปไกลกว่านั้นมาก ทำให้สามารถขีดเส้นทางความสำเร็จแบบข้ามคืนที่ “ล็อกผลล่วงหน้าได้” ของทั้งพรรคและตัวนายธนาธร


          น่าคิดว่าการต่อสู้ของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับเขาซึ่งยังใช้ขนบดั้งเดิมและเทคนิคกฎหมายลายลักษณ์อักษร กำลังทำให้เกิดการปะทะกันระหว่าง “ดิจิทัล” กับ “อนาล็อก” อีกครั้งในการเมืองไทย และใครจะเป็นฝ่ายชนะ


 

Shares :
เปิดอ่าน 70,981 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ