"สุชาติ-เนาวรัตน์" ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน

ข่าว เนชั่นสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับเสาร์-อาทิตย์ 18-19 พ.ค.2562

 

***********************

          คราวนี้ น่าจะขาดสะบั้นเบ็ดเสร็จแล้ว กับสายสัมพันธ์จากหัวใจเหลือแค่ใยบัว ระหว่าง ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ และ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’

 

 

          หลังจากที่เคย รักๆ เลิกๆ มาพักใหญ่ เมื่ออุดมการณ์ทางการเมืองออกแนวสวนทาง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นแยกทางห่างเหิน

          พอมาวันนี้ ทันทีที่แน่นอนแล้วว่า ฝ่ายศิลปินแห่งชาติ อดีตพระเอกพระอภัยมณีปี 2514 เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ มีชื่อเป็น 1 ใน 250 สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดที่ฝ่ายประชาธิปไตยเรียกว่า “ชุดรีไซเคิลอำนาจคสช.”

          คนอย่าง สิงห์สนามหลวง” หรือ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” สิงห์แห่งแวดวงวรรณกรรม ที่ออกตัวแรงไม่เอาเผด็จการมาเนิ่นนาน จึงประกาศรับไม่ได้ มิอาจร่วมเส้นทางมิตรสหาย ตัดขาดไม่เหลือใย ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนได้อีก โดยโพสต๋ในเฟซบุ๊กว่า

          “...มันนานมากพอแล้ว เมื่อตัดสินใจเลือกไปเป็น “ขี้ข้า” ให้กับการสืบทอดอำนาจของ คสช. เราก็ไม่น่าจะใช่ “เพื่อน” กันอีกต่อไป ทั้งในโลกโซเชียล และในชีวิตจริง ยกเว้นจะโหวต “ไม่รับ” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แวดวงก็ต้องชัดเจนในประเด็นนี้ด้วย ทั้งในโลกโซเชียลและในชีวิตจริง พวกท่าน Shell Shock มา 5 ปีแล้ว (ความจริง 13 ปี คือตั้งแต่รัฐประหาร 2549) น่าจะพอ “เข้าใจ” ได้เองไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ทั้งในเรื่อง “ธาตุแท้” และ “ปรากฏการณ์”..."

 

"สุชาติ-เนาวรัตน์"  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน

“สิงห์สนามหลวง” หรือ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี”

 

          วันนี้ สองคนสองคมจะลงท้ายจบและจากอย่างไร น่าติดตาม แต่ก็ยอมรับว่า ความยิ่ง่ใหญ่ของคนคู่นี้ย่อมส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมในกลุ่มมิตรน้ำหมึก และสังคมไทยโดยรวม ทั้งเห็นดีและไม่เห็นด้วย

          “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” วันนี้กับวัย 73 เขานั้นเป็นอดีตบรรณาธิการสังคมศาสตร์ปริทัศน์ วารสารทางวิชาการยุคแรกของประเทศไทย และยังเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เมื่อปี 2554 

          ตลอดมา คนไทยบางกลุ่มอาจคิดว่าเขาเป็นคนเสื้อแดง เพราะออกลีลา “หัวหมู่ทะลวงฟัน” ที่ไม่เอาเผด็จการ ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอา คสช. มาตลอด

          ทั้งยังร่วม Vote No ไม่เอา “รัฐธรรมนูญ 2560” โดยใช้พื้นที่หน้าจอ เป็นลานแสดงความคิดเห็น เขาเคยกล่าวว่า ตนนั้นยอมโชกเลือดใน “โลกเสมือน” คือโดนสับทางช่องคอมเมนต์ทำนองว่าเป็น “ควายแดง” ส่วนข้างแดงก็ว่าเป็น “นีโอสลิ่ม” เพราะเคยขึ้นเวที “เสื้อเหลือง” ช่วงก่อนปี 2549 จนเลิกราจากไป

          ส่วน ‘เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2536 วันนี้ในวัย 79 แน่นอนในบรรณพิภพ ไม่มีใครไม่ยอมรับฝีมือของเขา ผู้เป็นทั้งกวีซีไรต์ มีผลงานทั้งร้อยกรอง และร้อยแก้วมากมาย และ รางวัลอันทรงเกียรติล้นบ้าน

 

"สุชาติ-เนาวรัตน์"  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

 

          แน่นอน รวมถึงสุชาติเองก็คงนับถือเลื่อมใสตามธรรมชาติแห่งมิตรน้ำหมึก อย่างน้อยๆ ผลงานของทั้งคู่ก็ร่วมอยู่ในวรรณกรรมที่เป็น “มรดกของชาติ” 38 เรื่อง ในวาระครบรอบ 100 ปี ของวรรณคดีสโมสร ที่ได้จัดตั้งเมื่อ พ.ศ.2457 คือ กวีนิพนธ์เรื่อง “เพียงความเคลื่อนไหว” ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และรวมเรื่องสั้น “ความเงียบ” ของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี

 

          หากน่าสนใจที่ว่า เมื่อบ้านเมืองถึงยุคแยกค่าย ศิลปินกวีไทยก็แตกสายย้ายแยกเป็นธรรมชาติ แต่ฝ่าย “ความเงียบ” กลับเลือกที่จะเคลื่อนไหวอย่างอึกทึก โดยเฉพาะหลังจากช่วงปี 2553 หลังการชุมนุมเสื้อแดงผ่านพ้น ฝ่ายเนาวรัตน์เข้าร่วมงานเป็น คณะสมัชชาปฏิรูปประเทศของรัฐบาลอภิสิทธิ์ 

          สุชาติ หรือ สิงห์สนามหลวง ก็ยังคงข่มเขี้ยวใส่อีกฝ่ายอย่างตรงแรงอยู่เนืองๆ หลายวาระ เรื่อยมาจนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงปี 2557 กวีได้เก้าอี้ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สุชาติออกมาจวกใส่ชุดใหญ่

          ช่วงปี 2560 ฝ่ายกวีแต่งกลอนเพิ่มต่อจากที่ลุงตู่แต่งไว้ พร้อมๆ กับกลิ่นตุๆ เรื่องเก้าอี้ ส.ว. สุชาติก็ออกมาจวกว่า  “ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น ไม่เคยรู้ก็จะได้รู้”

          “นี่กระมังครับ 1 ใน 250 ของ “ส.ว.ลากตั้ง” ทางวัฒนธรรมจำพวก “เงาของเขา” ในกระทรวงวัฒนธรรม และพวกพ้องที่เลือกแล้วเตรียมตัว “เลีย” ล่วงหน้าได้ ขณะนี้ก็เป็น 1 ใน 15 ของคณะกรรมการกลาง “วัฒนธรรมแห่งชาติ” อยู่แล้ว ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ เอาตามที่เลือก ที่สบายใจกันต่อไปตามที่นิยมยินดี”

 

"สุชาติ-เนาวรัตน์"  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน

ความหลังของ สุชาติ กับ เนาวรัตน์

 

          หรือช่วงเมษายน 2562 ยังออกมาประกาศว่าเวลาตนเองตายไปก็อย่าให้คนที่อวยรัฐบาลเผด็จการมาอ่านบทกวีประกอบเสียงขลุ่ยอย่างเด็ดขาด จนกระทั่งล่าสุดอย่างที่เกริ่นไปข้างต้น สุชาติ ขอแยกทางเดินแบบไม่หวนกลับ

          ขณะที่ฝ่ายกวีเป่าขลุ่ย แม้จะเคยขึ้นเวทีการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง และ กปปส. แต่กับสุชาติ เขากลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ต่อเวทีสาธารณะ นอกเหนือจากวงเหล้าของเพื่อนมิตรที่จะได้ยินเนาวรัตน์พูดถึงสุชาติบ้าง

          ที่เหลือคือ ความเคลื่อนไหวแบบเงียบๆ แต่ก็จริงจังและร้อนแรงในที เมื่อเขามานั่งเป็น ส.ว. ที่จะมีส่วนร่วมโหวตรัฐบาลใหม่ที่งวดใกล้เข้ามานี้

          แต่เรื่องการเมือง มุมมองต่างเหตุผล ฝ่ายหนึ่งมองว่า “อำนาจลาภยศอดไม่ไหว" แต่อีกฝ่ายมองว่า "ธรรมาธิปไตยต้องเป็นจริง" ก็ได้

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่