"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก  Hinoki land -BannmaihomHinoki บ้านไม้หอมฮิโนกิ

 



 

          ถ้าพูดถึงวัฒนธรรมไทย แน่นอนคนไทยนึกออกว่าประมาณไหน


          แต่กับ “ฮิโนกิแลนด์” ที่เพิ่งติด 1 ใน 10 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไปของ “กรมส่งเสริมวัฒนธรรม” กระทรวงวัฒนธรรม นั้น กระแสสังคมไทยยังรู้สึกค้านสายตาอยู่มาก

 

 

          โดยเฉพาะคนเชียงใหม่ที่มองว่าสถานที่แห่งนี้ไม่สะท้อนถึงรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมล้านนา จนส่งผลให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมต้องนำข้อท้วงติงเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาทบทวนอีกครั้ง

 

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 

 


          00วัฒนธรรมกับเส้นแบ่ง?
          หลังจากช่วงวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้เปิดเผยรายชื่อ 10 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป และมี “ฮิโนกิแลนด์” อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ติดโผมาด้วยจนส่งผลให้เกิดเสียงคัดค้าน


          ถึงขนาดที่ เฉลิม สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ระบุอาจยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองให้ถอนรายชื่อ ฮิโนกิแลนด์ ออกจากประกาศดังกล่าว เพราะเชียงใหม่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น ดอยสุเทพ หอคำหลวง ฯลฯ

 

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 


          ทั้งยังระบุว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมของไทยเป็นหลัก ไม่ควรใช้เกณฑ์คัดเลือกว่าเป็นวัฒนธรรมของชาติใดก็ได้ ควรส่งเสริมวัฒนธรรมของไทยเท่านั้น แต่หากเรื่องดังกล่าวนี้เป็นการดำเนินการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ฮิโนกิแลนด์จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเมื่อมาเยือนเชียงใหม่ ก็จะมีความเหมาะสมมากกว่า


          ต่อมาทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ออกมาชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ที่อธิบายได้ว่าเหตุใดสถาปัตยกรรมรูปแบบญี่ปุ่นอย่าง “ฮิโนกิแลนด์” ถึงเป็นหนึ่งในนั้น

 

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 


          โดยโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊ก “กรมส่งเสริมวัฒนธรรม” ระบุว่า ฮิโนกิแลนด์ มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่ท้าทาย มีอาคารสถาปัตยกรรมที่สร้างจากไม้หอมฮิโนกิ ตกแต่งด้วยโคมแดง เป็นแหล่งเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตของญี่ปุ่น หากผู้สนใจสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมแทนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นได้ และมีศักยภาพสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง




          โดยมีเกณฑ์การคัดเลือก อาทิ เป็นสถานที่ที่มีตัวอาคารมั่นคงถาวร เป็นที่รวบรวมองค์ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์, มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่บุคคลทั่วไปได้ และมีการนำเสนอแนวทางการดำเนินการแบบวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy) หรือเปิดให้บริการเป็นประจำแก่เด็ก เยาวชน และผู้สนใจทั่วไปให้เข้าไปศึกษา หาความรู้ และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของชาวไทย และชาวต่างชาติ ฯลฯ

 

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 


          โดย 10 แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการคัดเลือก คือ 1.ดอยตุง จ.เชียงราย 2.ฮิโนกิแลนด์ จ.เชียงใหม่ 3.จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จ.นครราชสีมา 4.ปราสาทสัจธรรม จ.ชลบุรี 5.สวนนงนุช จ.ชลบุรี 6.หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จ.สุพรรณบุรี 7.วู้ดแลนด์ เมืองไม้ จ.นครปฐม 8.เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ 9.สยามนิรมิต กรุงเทพมหานคร และ 10.ภูเก็ต แฟนตาซี จ.ภูเก็ต


          ทั้งนี้ แม้ว่าอีก 9 รายชื่อแหล่งท่องเที่ยวที่เหลือ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สะท้อนวัฒนธรรมของไทยในแง่มุมต่างๆ แต่ก็น่าคิดว่าหลักเกณฑ์ข้างต้น มิได้ระบุชี้ชัดกำหนดขอบเขตตายตัวว่าต้องเป็น “ไทย” เท่านั้น


          ดังนั้น หากว่ากันตามตัวอักษร “ฮิโนกิแลนด์” จึงถือว่าเข้าข่ายสามารถพิจารณาได้ตามเกณฑ์ข้างต้น แต่หากว่ากันตามความเหมาะสมเชื่อว่าหลายคนคงมีคำตอบ

 

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 

 


          00ฮิโนกิแลนด์ ยังไงก็น่าไป
          อย่างไรก็ดี มุมหนึ่งเรื่องนี้ได้ทำให้ “ฮิโนกิแลนด์” มีชื่อเสียงมากขึ้นไปอีก หลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561


          แต่ไม่ใช่เพราะดราม่าที่ลามไกลถึงบทบาทหน้าที่ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม หากเป็นเพราะข่าวได้ทำให้เราอยากรู้จักที่แห่งนี้มากขึ้น กระทั่งได้พบว่าที่นี่ไม่ธรรมดา มันกำเนิดขึ้นจากคำว่า “แพชชั่น” โดยแท้


          เพราะเจ้าของคือ อนิรุทธ์ จึงสุดประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านไม้หอม ฮิโนกิ ไชยปราการ จำกัด ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น หลังจากไปใช้ชีวิตที่นั่นอยู่นานเกือบสองทศวรรษ 


          และไม่ใช่เพียงแค่ ความอยากมี ความชอบ แต่ทั้งหมดเขายังออกแบบ เขียนแบบ และเลือกพื้นที่เองทุกอย่าง

 

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 


          บนพื้นที่ 83 ไร่ ที่นี่ไม่ได้จำลองของจริง แต่เป็นการสร้างของจริงขึ้นมา โดยเลียนแบบปราสาทและหมู่บ้านโบราณแบบญี่ปุ่นทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะปราสาทฮิโนกิที่สร้างขึ้นด้วยทุน 96 ล้านบาท ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้


          ใครที่เคยไปจะต้องไม่พลาด เก็บภาพสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของที่นี่ อย่าง “เสาโทริอิสีแดง” หรือซุ้มประตูแบบญี่ปุ่น 88 คู่ ตามความเชื่อที่ว่า อาณาเขตเบื้องหลังเสาโทริอิเป็นอาณาเขตของเทพเจ้า เสาโทริอินี้ สามารถพบได้ตามศาลเจ้าชินโตตลอดจนวัดพุทธบางแห่งในประเทศญี่ปุ่น


          ขณะที่ภายในยังตกแต่งด้วยดอกซากุระแท้จากญี่ปุ่น มีการจัดสวนแบบญี่ปุ่น มีร้านค้าของที่ระลึก มีผู้คนพากันมาเที่ยวชม และกิจกรรมอีเวนท์ที่จัดต่อเนื่องไม่ขาด

 

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 

 


          โดยเฉพาะการใช้ “ไม้ฮิโนกิ” เป็นตัวอาคาร เนื่องจากเจ้าของนั้นทำธุรกิจนำเข้าไม้หอมชนิดนี้อยู่ก่อนแล้ว แถมบ้านพักของเขาก็คือ “บ้านไม้หอมฮิโนกิ” อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ที่เคยเป็นข่าวดังอยู่ช่วงหนึ่ง ด้วยเป็นบ้านที่สร้างจากความชื่นชอบพระราชวังอิมพีเรียล ที่สร้างด้วยไม้ฮิโนกิอย่างดี


          ไม้หอมฮิโนกิได้ชื่อว่าเป็นไม้เพื่อสุขภาพ เป็นต้นไม้จำพวกสน ลำต้นตรง ทนความชื้น คุณสมบัติในเนื้อไม้มียางที่ช่วยป้องกันแมลงและเชื้อรา และยางนี้ยังนำมาสกัดเป็นน้ำมัน ที่่ช่วยรักษาอาการระคายเคืองต่างๆ ได้ ขณะที่กลิ่นของเนื้อไม้ก็เป็นผลดีต่อระบบทางเดินหายใจ ยารักษาภูมิแพ้ หืดหอบ ลดอาการคัดจมูก และช่วยลดความเครียด

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 


          ทางหนึ่ง อนิรุทธิ์ได้สร้างบ้านไม้หอมของตนเองขึ้นมา เพื่อเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไม้หอมฮิโนกิ โดยเป็นการรวมกลุ่มของสตรีแม่บ้านในชุมชน ผลิตจนสร้างรายได้ให้สมาชิกพอเพียงต่อการดำรงชีวิตอย่างดี


          แต่วันนี้ เขายังต่อยอดมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยรู้จริตของคนไทยที่ชื่นชอบวัฒนธรรมแดนปลาดิบอย่างสุดจิตสุดใจ ทั้งอาหารการกิน วิถีชีวิต ไปจนถึงบันเทิงที่เรียกว่า เจ-ป๊อป ที่นี่ จึงเหมือนเอาญี่ปุ่นมาวางไว้ที่เชียงใหม่ ให้คนไทยไปเยี่ยมเยือน เอื้อมถึงได้ไม่ยาก


          อย่างที่รู้ ฮิโนกิแลนด์ได้รับคัดเลือกเป็น 10 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ท่ามกลางพายุคำถามจากคนไทยส่วนใหญ่

 

 

 

"ฮิโนกิแลนด์"วิถีญี่ปุ่น คุณค่าเพื่อคนไทย

 


          แต่เรื่องนี้ อนิรุทธ์ จึงสุดประเสริฐ ยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนเห็นต่าง แต่ก็เห็นด้วยกับแง่มุมที่ว่า หากการคัดเลือกมาจากเงื่อนไขคือ “วัฒนธรรมไทย” ผลงานของเขาย่อมไม่เข้าเกณฑ์แน่น่อน


          อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่อุปสรรคที่ฮิโนกิแลนด์จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยควรไปเยือน โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่