จำได้ไหมคนไทย นายพลเสื้อคับ

บิ๊กจ๊อดซึ่งเป็นนายทหารที่อาวุโสสูงสุดเพราะอายุ 60 ปีพอดี ได้รับการผลักดันขึ้นเป็น "หัวหน้าคณะรสช." นั่งอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ออกโทรทัศน์

    

         ถ้าคนไทยจำ “พฤษภาทมิฬ” ได้ จะต้องไม่ลืมนายพลคนนี้ ผู้ซึ่งมีบทบาทในเหตุการณ์รัฐประหาร 2534 ก่อนจะนำมาสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535

         เขาคือ พล..สุนทร คงสมพงษ์ หรือ “บิ๊กจ๊อด” เจ้าของฉายา “นายพลเสื้อคับ” ผู้เป็นบิดาของ “บิ๊กแดง” พล..อภิรัชต์ คงสมพงษ์ บุคคลที่กำลังเป็นที่จับตามองขณะนี้นั่นแหละ

          พล..สุนทร จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 1 รุ่นเดียวกับ พล..ชวลิต ยงใจยุทธ

          เคยดำรงตำแหน่งสำคัญคือ ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด

 

 จำได้ไหมคนไทย  นายพลเสื้อคับ

 

          พล..สุนทร เคยสมรสกับ พ..หญิง คุณหญิงอรชร คงสมพงษ์ มีบุตรสองคน คือนอกจากบิ๊กแดงแล้ว ก็มี พล..ณัฐพร คงสมพงษ์ อีกคน

          สำหรับฉายานายพลเสื้อคับ มาจากบุคลิกส่วนตัวที่ชอบแต่งกายรัดรูป มีบุคลิกโผงผาง และมีคติประจำตัวว่า “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” แถมยังมักขับเฮลิคอปเตอร์ด้วยตนเองเวลาไปราชการ

          แต่ฉากชีวิตสำคัญของนายทหารใหญ่ คงเป็นเรื่องราวของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 เมื่อคณะนายทหารนำโดย พล..สุจินดา คราประยูร และ พล..อิสระพงศ์ หนุนภักดี ร่วมด้วย พล...เกษตร โรจนนิล ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจาก พล..ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี

          บิ๊กจ๊อดซึ่งเป็นนายทหารที่อาวุโสสูงสุดเพราะอายุ 60 ปีพอดี ได้รับการผลักดันขึ้นเป็น “หัวหน้าคณะรสช.” หรือชื่อเต็มคือ “คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ” ต้องนั่งอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ออกโทรทัศน์ ชี้แจงเหตุผลของการยึดอำนาจ 5 ข้อ

         

          แต่ต่อมาภายหลัง คณะ รสช. แปรสภาพเป็นสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ โดยบิ๊กจ๊อดยังคงนั่งประธานสภาฯ แต่ไม่มีบทบาทมากมายนัก เพราะเป็นที่รู้กันว่า ตัวจริงของงานนี้คือ “บิ๊กสุ” พล..สุจินดา ผบ.ทบ. และรองหัวหน้า รสช. มากกว่า ที่สุดบิ๊กจ๊อดก็เกษียณอายุราชการไปในเดือนกันยายนปีเดียวกันนั้นเอง

 

 จำได้ไหมคนไทย  นายพลเสื้อคับ

 

          คนไทยไม่ได้ยินข่าวคราวของเขา หรืออาจหลงลืม เพราะฉากการเมืองไทยหลังจากนั้นร้อนแรงมากกว่านัก จนมาได้ยินข่าวภายหลังว่าบิ๊กจ๊อดไปเปิดร้านอาหารที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ช่วงหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเมืองไทยและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2542 ด้วยโรคมะเร็งปอด ขณะอายุ 68 ปี

          กระทั่งมาถูกพูดถึงอีกครั้งในช่วงที่ลูกชายคนโตของเขาเติบโตขึ้นมาอย่างโดดเด่นในเส้นทางทหารเวลานี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่