หลักฐานเบี่ยงเบน ประวัติ "ธนาธร" ไม่ได้

คอลัมน์...  ออฟเรคคอร์ด  ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 

 

 

          25 เม.ย.2556 มติบอร์ด PICNI เห็นชอบควบรวมกิจการกับ เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) เพื่อนำหุ้นกลับมาเทรดรอบใหม่ ต่อมา วันที่ 27 พ.ค. 2557 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รายงาน ก.ล.ต.ซื้อหุ้น ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น (PICNI) จำนวน 7.1% ในวันเดียวกันนั้น เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) แจ้งขายหุ้น PICNI จำนวน 86.36%

 


          24 พ.ย. 2557 PICNI เข้าควบรวมกิจการกับ เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP และกลับมาซื้อขายรอบใหม่เมื่อ 1 ก.พ.2561


          ผู้ถือหุ้น WP ณ วันที่ 6 พ.ย.2557 มีชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือ 7.45% ผ่านไปถึง 25 มี.ค.2559 สัดส่วนลดเหลือ 3.72% ก่อนจะค่อยๆถอยออกไปจนล่าสุดไม่ปรากฏรายชื่อ


          เป็นประวัติศาสตร์ที่ ธนาธร จะปฏิเสธไม่ได้ เพราะทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง


          ขณะที่ WP เลือกที่ปฏิเสธประวัติศาสตร์เช่นกัน ราวกับว่า ธนาธร เป็นคนไม่ดีหรืออย่างไร เป็นคนทำให้บริษัทเสื่อมเสียอย่างนั้นหรือ


          การออกมาชี้แจงของ ธนาธร ที่อาสามาเป็นผู้นำชาติ การออกมายอมรับว่า เคยถือหุ้น PICNI และขายออกไปแล้ว น่าจะสง่างามกว่าการไปกล่าวหาว่าเป็นการทำลายล้างทางการเมือง


          หากคิดจะแล่นการเมืองต้องยอมที่ต้องเปียกฝน เพราะว่าเมื่อเดินเข้าสู่รัฐสภา หรือ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องถูกตรวจสอบหนักกว่านี้หลายเท่า


          ธนาธร จะต้องเผชิญหน้ากับความจริง หากเผชิญหน้ากับความจริงไม่ได้ ก็ไม่ควรเข้ามาสู่การเมือง และออกไปจากการเมืองซะ


          “คนเราไปแก้ข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ไม่ได้ แต่ชี้แจงเหตุผลที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ได้ ไม่ควรเบี่ยงเบน ยกเรื่อง เหตุผลทางการเมืองมากลบเกลื่อนความจริงทางประวัติศาสตร์”


          ส่วนบางบริษัทที่เลือกใช้การ “ขู่ฟ้อง” เพื่อปิดปากสื่อ ช่างเป็นวิธีการไดโนเสาร์ที่เขาเลิกทำกันแล้ว ทุกคนต้องพิสูจน์กับความจริง เพราะไม่มีใครหนีความจริงหรือปฏิเสธความจริงได้ตลอดไป!

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่