royal coronation
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ดับแดงฮาร์ดคอร์ ปิดวิทยุใต้ดินฝั่งซ้าย ลุงสนามหลวงล่องหน

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 - 12:09 น.
แดงฮาร์ดคอร์,ฝ่ายซ้าย,ลุงสนามหลวง
Shares :
เปิดอ่าน 15,307 ครั้ง

ฝ่ายความมั่นคงไทย ได้เกาะติดกลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว ทุกวันนี้ ไม่มีกลุ่มไหนได้จัดรายการวิทยุใต้ดินอีกแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังมีข่าวสุรชัยและพวก ถูกอุ้มหาย

          000 สงครามข่าวลวง ข่าวลับ ข่าวลือ ดำเนินการอย่างมีการจัดตั้งผ่านสื่อโซเชียลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเอาปั่นป่วนทั่วบ้านทั่วเมือง แต่บรรดา “แดงฮาร์ดคอร์” กลุ่มหนึ่งรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า เมื่อไม่ได้รับฟัง “วิทยุใต้ดิน” จากฝั่งซ้าย เนื่องจาก ลุงสนามหลวง” หรือ “ชูชีพ ชีวะสุทธิ์” ประกาศ “พักการออกอากาศ” รายการสหพันธรัฐไท ทางช่องยูทูบ ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว

 

ลุงสนามหลวง

          000 ฝ่ายความมั่นคงไทย ได้เกาะติดกลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว ที่มีอยู่ 3 กลุ่มคือ กลุ่มลุงสนามหลวง หรือสหพันธรัฐไท, กลุ่มสุรชัย แซ่ด่าน และกลุ่มไฟเย็น ซึ่งทุกวันนี้ ไม่มีกลุ่มไหนได้จัดรายการวิทยุใต้ดินอีกแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังมีข่าวสุรชัยและพวก ถูกใครไม่ทราบอุ้มไปสังหาร

 

         

          000 ต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ลุงสนามหลวง สร้างความวุ่นวายให้ฝ่ายความมั่นคง โดยการปลุกระดมให้สมาชิกองค์กร สหพันธรัฐไท” ที่อยู่ในเมืองไทย ออกมาทำกิจกรรมใส่เสื้อดำ ที่ติดแถบขาวแดง ขณะเดียวกัน ทางทหารได้เชิญภรรยาและลูกชายของลุงสนามหลวง เข้าไปปรับทัศนคติในค่ายทหาร 7 วัน

          000 ช่วงที่ “สุรชัย แซ่ด่าน” และลูกน้องสองคน ถูกทีมงาน “นักล่านิรนาม” อุ้มไปจากบ้านพัก ก็มีข่าวปล่อยว่า “ลุงสนามหลวง” ได้ย้ายออกจากลาวไปตั้งสถานีวิทยุใต้ดินใหม่ที่เวียดนาม แต่จริงๆ แล้ว ลุงสนามหลวงหลบซ่อนตัวอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ ดำเนินรายการวิทยุใต้ดินตามปกติ กระทั่งมีประกาศยุติการออกอากาศ “ชั่วคราว” เมื่อเร็วๆ นี้ ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของพวกเขา

          000 สำหรับ “ชูชีพ ชีวะสุทธิ์” หรือลุงสนามหลวง เป็น “คนเดือนตุลา” สายมหิดล หลัง 6 ตุลา เข้าป่าอีสานใต้ มีชื่อจัดตั้งว่า “สหายสมชาย” จึงรู้จักมักคุ้นกับนักการเมืองอย่าง “สหายจรัส” และ “สหายใหญ่” คนวงในเครือข่ายชินวัตรเป็นอย่างดี การทำรัฐประหาร 2549 ล้มรัฐบาลทักษิณ เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้แบบใต้ดินของชูชีพ จากกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ จนมาถึงกลุ่มสหพันธรัฐไท

          000 ก่อนพักการส่งกระจายเสียง ลุงสนามหลวง” ได้วิพากษ์ “นายใหญ่” และวงศ์วานว่านเครือแบบเผ็ดร้อน ทำนองว่า สู้ไม่จริง หรือหลอกใช้คนอื่นทำงานเสี่ยง จับความได้ว่า ลุงสนามหลวงรู้สึกผิดหวังที่เพื่อนพ้องน้องพี่ “คนเดือนตุลา” เครือข่ายนายใหญ่ ไม่ดูแลพวกคนเสื้อแดงที่หลบภัยอยู่ในฝั่งลาว 

 

สุธรรม แสงประทุม

 

          000 นี่ก็คนเดือนตุลา สายพระเอกลิเก สุธรรม แสงประทุม” สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ที่ไม่ได้อยู่วงใน ลูกท่านหลานเธอ” ในห้วงวิกฤติของ ทษช. ก็พยายามโพสต์เฟซบุ๊ก อัพสเตตัสเท่ๆ “จงสู้จนสุดฤทธิ์แม้ชีวิตจะดับพ้น” และ “ศักดิ์ศรีมนุษยชนไม่ยอมทนเป็นทาสใคร” โดยมิได้มองสาเหตุแท้จริงคือ “นายใหญ่” ที่เดินเกมพลาด

          000 ตีเหล็กเมื่อแดง กินแกงเมื่อร้อน หรือตีเหล็กต้องตีตอนร้อน เป็นสำนวนเก่าๆ ที่คุ้นหู ในสถานการณ์ที่เพลี่ยงพล้ำของฝ่ายเครือข่ายคนแดนไกล "ฉลอง ฆารเลิศ“ ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ได้ปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงที่ติดป้ายและเบอร์ผู้สมัคร รวมทั้งรูปของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา” วิ่งไปตามถนนสายต่างๆ ภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งพื้นที่เมืองน้ำดำ ถือว่าเป็น “เขตแดงเข้ม” ไม่แพ้อุดรธานี ร้อยเอ็ด และขอนแก่น 

 

รถหาเสียงของพลังประชารัฐเมืองน้ำดำ

ฉลอง ฆารเลิศ ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์

 

          000 ทำนองเดียวกัน “เอกภาพ พลซื่อ” อดีต ส.ส.ค่ายวังพญานาค และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอ็ด ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในโรงแรมใหญ่กลางเมือง โดยเชิญตัวแทนกลุ่มแกนนำสตรีร้อยเอ็ดกว่า 4,000 คน มารับฟังการปราศรัย “เอกภาพ” บอกย้ำว่า พรรคพลังประชารัฐ จะไม่ดึงฟ้าต่ำแบบบางพรรค” และยังได้ขายนโยบายประชานิยมสูตรใหม่ โดยไม่หวั่นกระแส “คิดฮอดคนไกลบ้าน” ที่ดำรงอยู่ในทุกหมู่บ้าน

 

เอกภาพ - รัชนี พลซื่อ 

       

 

กลุ่มสตรี 4 พันคน มาฟังนโยบาย พปชร.

 

          000 ตรงกันข้ามกับพรรคพลังประชารัฐสายอีสาน เขต 1 สระแก้ว “ตรีนุช เทียนทอง” หลานสาว “ป๋าเหนาะ” ที่ย้ายจากเพื่อไทยมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ กลับเน้นความเป็น “ตรีนุช” คนบ้านใหญ่สาย กำนันขวัญเรือน” มากกว่าชูนโยบายพรรค หรือขายแบรนด์ “ลุงตู่” เช่นเดียวกับที่เขต 1 ฐานิสร์ เทียนทอง” พี่ชายของตรีนุช 

 

ตรีนุช เทียนทอง

 

          000 น่าสังเกตว่า “ฐานิสร์-ตรีนุช” ได้ใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือสื่อสารกับชาวบ้าน โดยตั้งชื่อเพจว่า ไปด้วยกัน ไปได้ไกล” เหมือนจะบอกว่า “สองพี่น้อง” จะก้าวไปด้วยกัน และไปได้ไกลกว่าสมัยที่อยู่ใต้ร่มเงา “บ้านใหญ่ป๋าเหนาะ”

          000 อย่างไรก็ตาม “อีสานโพลล์” ฉบับล่าสุด จากการสุ่มสำรวจคนอีสานว่าจะเลือกพรรคใด ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทย นำโด่งร้อยละ 44 ตามด้วยพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 21  ส่วนพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคภูมิใจไทย อยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกันประมาณร้อยละ 7 และที่แย่หน่อยก็พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3 เป็นผลสำรวจที่ไม่ต่างจากความคาดหมายของคนทั่วไป 

Shares :
เปิดอ่าน 15,307 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ