ขอศาลรธน.เมตตา"ทษช."ได้เห็นข้อกล่าวหายุบพรรค

โดย...  สมัชชา หุ่นสาระ 


 

          “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ซึ่งพรรคไทยรักษาชาติ( ทษช.) ดำเนินการเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วนั้น..ในยามนี้ส่งผลสะเทือนมายังพรรคนี้แล้ว

 

          เมื่อ กกต.เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า “ทษช.” กระทำผิด สมควรยุบพรรค เนื่องจากเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ตามมาตรา 92 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง

 


          แต่ ทษช.อ้างว่า พรรคยังไม่ได้เห็นข้อกล่าวหาดังกล่าวเลย...ฉะนั้นขอความเมตตาต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้พรรคได้มีโอกาสเพื่อที่จะเตรียมพยานหลักฐานสู้คดีตามหลักนิติธรรมและรัฐธรรมนูญให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสชี้แจง...


          “พิชิต ชื่นบาน” ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตอบในช่วงบ่ายวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ว่าจะรับคำร้องของ กกต.ไว้วินิจฉัยหรือไม่...


          พิชิตกล่าวว่า "พรรคอยู่ในฐานะคู่กรณี ความหมายในทางกฎหมายคือ ผู้ร้อง, ผู้ถูกกล่าวหา และให้รวมถึงผู้มีสิทธิกระทำการแทนด้วย


          การที่ กกต.ยื่นเรื่องยุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญเลยโดยที่ไม่ให้พรรคไปรับทราบข้อกล่าวหาและขอชี้แจงนั้น กระทบสิทธิของพรรค, ผู้สมัคร ส.ส.สองระบบ และสมาชิกพรรคที่มีทั่วประเทศจำนวนมากด้วย


          จนถึงตอนนี้ข้อกล่าวหาที่ กกต.ยื่นต่อศาลนั้น พรรคยังไม่รู้เลยและไม่รู้ท้ายคำร้องที่กกต.ยื่นไปด้วย


          ตามหลักยุติธรรมที่ระบบตุลาการของไทยใช้มานานนั้นคือ หลักฟังความทุกฝ่าย ซึ่งเป็นหลักนิติธรรมที่รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับบัญญัติไว้รวมทั้งสากลโลกด้วย

 

          เหตุที่พรรคยืนยันแบบนี้เพราะการดำเนินการของ กกต.ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน

 

          ทั้งๆ ที่ตามปฏิทินแล้ว กกต.จะประกาศรับรองคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.และแคนดิเดตนายกฯ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ แต่ทำไมมีการประกาศคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ ก่อน และไม่ให้พรรคไปรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงเบื้องต้น เสมือนได้พิพากษาประหารชีวิตพรรคไทยรักษาชาติไปแล้ว เพราะมีเพียงข้อมูลที่นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอไปเพียงฝ่ายเดียว ไม่มีข้อมูลที่ผู้ถูกร้องแนบไปด้วย (กกต.อ้างว่าพรรคกระทำความผิดมาตรา 92 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง)

 

 


          เป็นเหตุให้ความเป็นพรรคการเมืองสิ้นสุดไปแล้วเบื้องต้น เสมือนพรรคมีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 90(2) ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 92

 

          เมื่อเป็นแบบนี้แต่พรรคไม่มีโอกาสชี้แจงต่อ กกต. แต่ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลยนั้น ยืนยันว่า กกต.ต้องทำให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 93

 

          (เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 ให้นายทะเบียนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

 

          ในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 92 คณะกรรมการจะยื่นคำร้องเองหรือจะมอบหมายให้นายทะเบียนเป็นผู้ยื่นคำร้องและดำเนินคดีแทนก็ได้ และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะขอให้อัยการสูงสุดช่วยเหลือดำเนินการในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจนกว่าจะเสร็จสิ้นก็ได้)

 

          จึงขอความเมตตาต่อศาลให้รับพิจารณา ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 27
(การพิจารณาคดีให้ใช้ระบบไต่สวนโดยให้ศาลมีอํานาจค้นหาความจริง ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ และในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานได้ทุกประเภท เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติห้ามรับฟังไว้โดยเฉพาะ ไม่ว่าการไต่สวน พยานหลักฐานนั้นจะมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากขั้นตอน วิธีการ หรือกรอบเวลาที่กฎหมายกําหนดไว้

 

          ถ้าศาลได้ให้โอกาสแก่คู่กรณีในการนําสืบพยานหลักฐานหักล้างแล้ว ก็ให้ศาลรับฟังได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความจริงที่เกิดขึ้นในคดีนั้น

 

          ในการปฏิบัติหน้าที่ ศาลมีอํานาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคํา ตลอดจนขอให้หน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานสอบสวน ดําเนินการใด เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาได้)

 

          ตอนนี้หากคำนึงถึงหลักนิติธรรมและการกระทบสิทธิประชาชนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ตรงนี้คือสิ่งที่พรรคดำเนินการขอความเป็นธรรมจากศาล เพื่อขอโอกาสนี้รับทราบข้อกล่าวหาของ กกต. เพื่อที่จะได้เตรียมพยานหลักฐานชี้แจง

 

          คดีนี้ไม่เคยมีในประเทศ และสิ่งที่พรรคดำเนินการไปนั้น ผมเชื่อโดยเจตนาบริสุทธิ์ของกรรมการบริหารพรรคที่ดำเนินการไป หากไปตรวจสอบประวัติของกรรมการบริหารพรรคชุดนี้จะพบว่าไม่มีประวัติเสื่อมเสียหรือล่วงละเมิดสถาบัน คนรุ่นใหม่เหล่านี้หวังสร้างพรรคนี้ให้เป็นทางเลือกของสังคมและเป็นที่พึ่งของประชาชน
การกระทำของ กกต.นั้นมิได้กระทบเพียงผู้บริหารพรรค แต่กระทบสิทธิของผู้สมัคร ส.ส.และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ ขั้นตอนที่พรรคนี้ดำเนินการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ตามระบบมินิไพรมารีโหวตจากสมาชิกทั่วประเทศ พรรคก็ปฏิบัติแม้เวลากระชั้นก็ตาม

 

          วันนี้ชาวบ้านและสมาชิกพรรครอไปเลือกตั้งที่รอมากว่าสี่ปีแล้ว หากพรรคจะโดนยุบ มันเป็นแรงสะท้อนที่สะเทือนใจของทุกฝ่ายนะ"