ทักษิณ แพ้น็อก! ยุบไทยรักษาชาติ?

คอลัมน์... กวาดบ้านกวาดเมือง โดย... ลมใต้ปีก

 

 

          การเมือง เป็นเรื่องที่พสกนิกร หรือประชาชนทั่วไป ไม่สมควรอย่างยิ่งที่ นักการเมืองหน้าไหนทั้งในและนอกประเทศจะนำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยทั่วแผ่นดินและมีสถานะเป็นสมมุติเทพ ฉะนั้นการที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช = ทักษิณ ชินวัตร) กระทำการอันมิบังควร สมควรอย่างยิ่งที่ต้องได้รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป

 


          ตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ประกาศไว้โดย อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เมื่อ 28 ธันวาคม 2561 ข้อ 17, ที่ระบุว่า “ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง” จึงชัดเจนอยู่ในตัวแล้วเมื่อมีพระราชวินิจฉัยที่ปรากฏอยู่ในพระราชโองการ เมื่อวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ดังความที่ปรากฏทั่วกัน โดยมิต้องแปลความอีก 


          ในเมื่อพรรคไทยรักษาชาติ ออกแถลงการณ์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 แม้ระบุน้อมรับพระราชโองการ แต่ในแถลงการณ์นั่นมิได้แสดงความรับผิดชอบใดๆต่อการกระทำผิดที่นำสถาบันฯ มาเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง จะต้องเป็นหน่วยงานหลักหน่วยแรกที่ดำเนินคดีความผิดต่อพรรคไทยรักษาชาติ อย่างถึงที่สุด มิฉะนั้น กกต.จะกลายเป็นผู้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่ารอให้ประชาชนผู้จงรักภักดีและทนไม่ได้กับการกระทำผิดครั้งนี้ต้องลุกขึ้นมาจัดการเอง เพราะถึงเวลานั้น กกต.อาจจะไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไป เพราะถ้ามีแล้วไม่ทำหน้าที่ “อยู่ไปก็เปลืองข้าวสุก” 
การเลือกเล่นเกมการเมือง เพื่อหวังเพียงแค่ชัยชนะ เพื่อแย่งอำนาจทางการเมืองของระบบทักษิณ ชินวัตร ผ่านกลไกเครือข่ายอย่างพรรคไทยรักษาชาติ เป็นตัวอย่างการเล่นการเมืองที่ผิดถนัด และกลายเป็นการ  “แพ้น็อก” ทางการเมืองไปอย่างฉับพลัน 


          เหตุการณ์ครั้งนี้ พรรคการเมืองในเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร มิใช่แค่พ่ายคู่แข่งในทางการเมือง แต่ยังพ่ายแพ้ในพรรคเครือข่ายด้วยกันเองอย่างยับเยิน การเล่นเกมอันมิบังควรทำให้เห็นปัญหาภายในพรรคไทยรักษาชาติ ที่ต่อไปนี้โอกาสจะเป็นกลไกทางการเมืองให้ทักษิณ ชินวัตร มืดมิดลง ยังเป็นการทำให้เห็นว่า แนวคิดแยกกันเดินทางการเมือง ระหว่างพรรคเพื่อไทยและไทยรักษาชาติ รวมทั้งพรรคอื่นๆ ใน “ยุทธศาสตร์แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย” เป็นแค่การหลอกใช้คน แต่เมื่อถึงเวลาก็พร้อม “ฆาตกรรมทางการเมือง” ได้ตลอดเวลา 


          ต้องถามความรู้สึกของ จาตุรนต์ ฉายแสง, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ถูกเชิดมาในเกมนี้ แต่ท้ายที่สุด “ถูกมองข้าม” ว่านี่เสมือน “ฆาตกรรมทางการเมืองหรือไม่” รวมทั้งบรรดาเสื้อแดงในพรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ที่ประกาศก้องว่า “จะเอาทักษิณกลับบ้าน” ถึงเวลานี้ ยังจะมีใครยืนหยัดรับใช้พาทักษิณกลับบ้านอีกหรือไม่. 


          ยังไม่ทันถึงเวลา “ชก” 24 มีนาคม 2562 แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น บรรดาคนข้างสังเวียนลงความเห็นว่า “แพ้น็อก ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นชก” 


          ต้องดูว่าเมื่อพรรคคู่แข่งแพ้ภัยในสิ่งที่ตัวเองทำ 1 พรรค และส่งผลสะเทือนทำให้ซวนเซไปอีก 3 พรรค คู่แข่งอ่อนล้าแบบนี้ ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งพรรคพลังประชารัฐ จะกำชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่