วันที่รอคอยของ...  "วัน อยู่บำรุง"

"ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือ เดินเข้าห้องประชุมสภา เเล้วกล่าวต่อที่ประชุมว่า ท่านประธานที่เคารพ กระผมนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย"


 

          “อยู่บำรุง” คือตระกูลการเมืองย่านฝั่งธน (หนองเเขมเเละบางบอน) ที่สองพี่น้อง (ร.ต.อ.เฉลิมเเละเนาวรัตน์) ครองพื้นที่มายาวนานในการเป็นส.ส.เเละส.ก.เมืองกรุง

 

 

          ตระกูลนี้เเข่งขันกับตระกูลอื่นๆ ในพื้นที่กันมาหลายสิบปี มีเเพ้มีชนะตามกระเเสเเละข่าวสารในช่วงนั้นๆ เเต่ "อยู่บำรุง” ก็ยังหวังว่าจะมีทายาทเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสืบสานเจตนาของครอบครัวต่อไป


          เจ้าของมอตโต้ "ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม” ซึ่งพ่อของ "อาจหาญ, วัน, ดวง อยู่บำรุง" บอกว่า "ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช" เป็นผู้เขียนถึงอดีตสารวัตรกองปราบปรามคนนี้ที่ผันกายลงเล่นการเมืองเมื่อหลายสิบปีก่อน


          “สารวัตรเฉลิม" บอกเล่าเรื่องราวนี้ด้วยความระลึกถึงข้อเชียนของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ที่เขียนไว้เเละเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งที่ปราชญ์ของเเผ่นดินกล่าวขานถึงคนการเมืองไฟเเรงยามนั้น เเละส่งผลให้ทายาทอยากรับหน้าที่นี้ต่อไป


          "ขุนศึกฝั่งธน” ที่ยามนี้เป็นเสมือนทัพหน้าที่นำว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยตะลุยเก็บเเต้มเพื่อก้าวขึ้นเป็นว่าที่พรรคอันดับหนึ่งในการหย่อนบัตร โดยหวังว่าชาวบ้านทั่วไทยจะไว้วางใจให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้ง เเละอีกหนึ่งภารกิจของชายคนนี้ต้องสานฝันให้เป็นจริงให้ได้นั่นคือ ทำให้บุตรชายคนรองก้าวเข้าสู่ห้องประชุมสภาผู้เเทนฯ ในฐานะส.ส.กทม.เขตบางบอนเเละหนองเเขมให้ได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังจากที่เคยลงสนามมาสองครั้งเเล้วทำได้เพียงเเค่ได้ “ลิ้มประสบการณ์เเละเกือบชนะ”


          พรรคเพื่อไทยจะส่ง “วัน อยู่บำรุง” หรือหนุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่นที่ 110 ลงปะทะกับนักเรียนเก่าชมพูฟ้า รุ่นที่ 105 จากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อคว้าโควต้าส.ส.บางบอนเเละหนองเเขม


          โดยทายาทคนที่สองของร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า “คราวนี้เเข่งกับ พ.ต.อ.นพ.สามารถ ม่วงศิริ รุ่นพี่โรงเรียนเดียวกัน ผมเกือบชนะตระกูลนี้ในครั้งที่เเล้ว คราวนี้ผมขอเกือบเเพ้รุ่นพี่เเล้วกันในการเลือกตั้งครั้งนี้”

 




          0 คุณพ่อทำงานการเมืองเสี่ยงหรือไม่?
          เสี่ยงเเต่ทุกคนในครอบครัวยอมรับ มันเป็นสไตล์การทำงานของคุณพ่อ คิดอย่างเดียวทุกอย่างที่เกิดขึ้นฟ้าดินกำหนดมา เเต่เชื่อไหมเอาทิงเจอร์ไปราดข้างหลังคุณพ่อรับรองไม่มีผลเพราะคุณพ่อไม่มีเเผล ไม่มีความเจ็บปวดเจ็บเเสบ เพราะคุณพ่อวิจารณ์ทุกฝ่ายที่ทำไม่ถูก เมื่อไม่ถูกใจใคร ทำอะไรท่านไม่ได้ก็ลงที่พวกผม (หัวเราะ) 


          สมัยที่พวกผมยังเป็นวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวสนุกก็มีเรื่องมีราวบ้างเพราะโดนคนอื่นหาเรื่อง บางครั้งเชื่อไหม? ทะเลาะกันเเวบเดียว ไม่กี่นาทีนักข่าวมาถึงที่เลย มันเป็นเเบบนี้หลายรอบ จนพวกผมสงสัยกันเลยว่ามีอะไรหรือเปล่า? เเต่วันนี้ผมโตเเล้ว สิ่งที่ผ่านมามันคืออดีต พวกผมเคยทำผิดพลาดในเรื่องส่วนตัว เเต่ย้ำว่าอยู่บำรุง ไม่เคยสร้างความเสียหายให้ประเทศ


          0 ลงเลือกตั้งครั้งนี้ครั้งที่เท่าใด?
          ครั้งที่สาม ครั้งเเรกสมัยอยู่พรรคความหวังใหม่เมื่อปี 2544 ได้ 17,074 คะเเนน เเต่ผมได้คะเเนนมากที่สุดนะสมัยพรรคความหวังใหม่ที่ส่งส.ส.ในกทม. ตอนนั้นคุณพ่อให้ลงสนามหาประสบการณ์ ครั้งที่สองสมัยพรรคเพื่อไทยปี 2554 ได้ 40,465 คะเเนน เกือบชนะ ลงสมัครคราวนั้นเตรียมตัวสามเดือน ตอนเย็นคะเเนนผมนำโด่งจนเเกนนำพรรคประชาธิปัตย์โทรศัพท์มาเเสดงความยินดี เเต่ช่วงดึกคะเเนนบัตรเสียในเขตนี้มีเเปดพันใบ เเต่บัตรเสียเฉลี่ยในกทม.ทุกเขตราวสองพันใบ


          ตอนนั้นลงพื้นที่ชาวบ้านสอบถามว่า เลิกเกเรหรือยัง? ไม่มีเลือกตั้งไม่เห็นหน้าเลย? ผมตอบว่าเลิกเเล้วครับ โตเเล้ว คำเเนะนำของชาวบ้านในพื้นที่ผมรับมาพิจารณาเเละขออภัยในสิ่งที่กระทำในอดีต เชื่อไหมตอนนั้นลงพื้นที่เเจกบัตรเเนะนำตัว ผมเดินสะดวก เพราะชาวบ้านเเหวกทางให้เดิน (หัวเราะ) บางครั้งเเนะนำตัวเสร็จชาวบ้านเอาบัตรเเนะนำตัวของผมที่เพิ่งให้ไปทิ้งเลย (หัวเราะ) พูดง่ายๆ ชาวบ้านเมิน ผมเสียใจนะในตอนนั้นเเต่ไม่ท้อ


          เจ็ดปีเศษตั้งเเต่วันนั้นยันวันนี้ ผมทำการบ้านเเละตั้งกลุ่ม “ใจถึง พึ่งได้” มาช่วยสังคม โดยบุคลากรที่ชอบวิธีการทำงานของผมมาช่วยงานทำสิ่งดีๆ ให้สังคม เเฟนคลับของกลุ่มนี้มีทั่วโลกเเละทั่วไทยราวหนึ่งเเสนเเปดหมื่นคน ผมอยากให้เเฟนคลับอยู่ในเขตบางบอนเเละหนองเเขมมากในตอนนี้ (หัวเราะ) ผมเชื่อเลยว่าไม่มีใครมีเเฟนคลับเป็นกลุ่มเป็นก้อนเเบบผม


          ตอนนี้ผมลงพื้นที่เสมอ ชาวบ้านยอมรับผมมากขึ้น เเละหวังว่าเลือกตั้งคราวนี้ผมคงจะเกือบเเพ้ (หัวเราะ) คราวที่เเล้วคะเเนนที่ผมได้มานั้นมาจากกระเเสพรรคเเละคะเเนนของคุณพ่อ คราวนี้ผมทำงานมาหลายปี มีเเฟนคลับเเละชาวบ้านในพื้นที่ยอมรับมากขึ้น เชื่อว่าผมจะได้รับโอกาส


          0ทำไมอยากลงการเมือง?
          พี่น้องสามคน (อาจหาญ, วัน, ดวง) มีผมชอบการเมืองคนเดียว พี่ชายไปทำธุรกิจ น้องชายรับราชการ (ทหาร) ความฝันของผมตั้งเเต่เด็กคืออยากเป็นส.ส.เพราะไปช่วยคุณพ่อหาเสียง คุณพ่อบอกเสมอว่า การเมืองไม่ใช่มรดก จะยกให้เอ็งง่ายๆ นั้นมันทำไม่ได้ เอ็งอยากได้ต้องสร้างเอาเอง ทำอย่างไรก็ได้ให้ไปนั่งในหัวใจชาวบ้าน


          คุณพ่อทำงานการเมืองตั้งเเต่เป็นส.ส.เเละเป็นรัฐมนตรี ผมไปช่วยงานตลอด เรียนรู้การทำงานมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมคิดว่า “อยู่บำรุง” ต้องมีทายาทรุ่นต่อจากคุณพ่อเเละคุณอา (เนาวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.กทม.) คนไทยรู้จักอยู่บำรุงเพราะทั้งสองท่าน อย่าลืมว่าทั้งสองท่านไม่เคยโดนอภิปรายหรือข้อหาทุจริตนะ ผมต้องรับหน้าที่นี้ต่อจากทั้งสองท่านโดยต้องเป็นผู้เเทนฯ ให้ได้


          ผมทำงานการเมืองมาห้าตำเเหน่งเเล้วนะ (เลขานุการรมช.สาธารณสุข รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขานุการ รมช.คมนาคม ที่ปรึกษา รมช.คมนาคม สองสมัย) ประสบการณ์ไม่ถือว่าน้อย ขาดเพียงการเป็นผู้เเทนฯ เท่านั้น


          “ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือเดินเข้าห้องประชุมสภาเเล้วกล่าวต่อท่ี่ประชุมว่า “ท่านประธานที่เคารพ กระผมนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย” ตรงนี้เป็นเกียรติในชีวิตของผมเลยนะ ผมหวังว่าผมต้องเป็นส.ส.ให้ได้ในช่วงก่อนที่คุณพ่อจะวางมือทางการเมือง”
 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน