"บ้านใหญ่สระแก้ว"ยังรักนายใหญ่แต่เกรงใจ "ลายพราง"

"บ้านใหญ่สระแก้ว"ยังรักนายใหญ่แต่เกรงใจ "ลายพราง" : คมชัดลึก...ลุยเลือกตั้ง  

 

          พาดหัวข่าว “คนบ้านใหญ่วัฒนานคร” ล่าสุด ชัดยิ่งกว่าชัดแล้ว ว่าเลือกตั้งงวดที่จะถึง คนตระกูล “เทียนทอง” จะฟาดฟันกันเองที่สนามสระแก้วแน่ๆ !

 

          หลังจากที่ฝ่าย “ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทยสระแก้ว เขียนบทละครเรื่อง “เลือดข้นคนจาง” ภาคพิเศษ คือ หันไปพรรคไหน “เทียนทอง” ก็ไปหมด !

 

          เขต 2 มี “ตรีนุช เทียนทอง” เจ้าเก่า ลูกสาวกำนันขวัญเรือน และ พิเชษฐ์ เทียนทอง (เสียชีวิตแล้ว) ที่เบนหัวเรือจากเพื่อไทย ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ


          ส่วนเขต 3 “สรวงศ์ เทียนทอง” ลูกชายคนโตสุดแสนรักของป๋าเหนาะ ที่ยังคงปักหลักอยู่พรรคเพื่อไทย เหมือนน้องชายต่างมารดา สุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.กทม.


          จะมีก็แต่เขต 1 และ เขต 2 ของพรรคเพื่อไทย ที่ยังหาตัวผู้สมัครไม่ได้ !


          มาวันนี้ พลันที่ชาวบ้านเห็นผู้เฒ่าควงคู่มากับหลานรัก ทั้ง “สนธิเดช เทียนทอง” รองนายกเทศมนตรีตำบลวัฒนานคร และ “แสงประทีป เทียนทอง” นายกเทศมนตรีตำบลวัฒนานคร ที่งานเททองหล่อพระและกฐินสามัคคี วัดป่าใต้พัฒนาราม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ช่วงวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา


          ใครๆ ก็รู้ทันทีว่า นี่คือการประกาศเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 สระแก้ว พรรคเพื่อไทยแน่นอน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ “สนธิเดช เทียนทอง” นั่นแหละ !

 

"บ้านใหญ่สระแก้ว"ยังรักนายใหญ่แต่เกรงใจ "ลายพราง"

สนธิเดช เทียนทอง รองนายกเทศมนตรีตำบลวัฒนานคร (ซ้าย) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 สระแก้ว พรรคเพื่อไทย


          แถมสนธิเดชเองก็ยังระบุว่า มีความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเข้าใจประชาชนรากหญ้าดี ที่คงได้รับบทเรียนจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หลังการปฏิวัติรัฐประหาร คงจะเปรียบเทียบได้กับผลงานของพรรคเพื่อไทย

 

          ส่วนที่ถามว่า การลงเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการลงเลือกตั้งแข่งกันระหว่าง ตระกูลเทียนทอง 2 คนนั้น เขาก็ตอบว่ายังไม่แน่ใจและยังไม่ทราบว่า เขาจะลงหรือไม่ลง

 


          เดิมที “ฐานิสร์ เทียนทอง” ผู้เป็นอดีตเจ้าของเก้าอี้ ส.ส.สระแก้ว เขต 1 จะประกาศเว้นวรรค ขอเป็นแบ็กอัพให้น้องสาว “ตรีนุช” ที่ปักหลักเขต 2 พรรคลายพราง พอวันนี้ญาติผู้พี่ “สนธิเดช” ขออาสาชิงชัยในเขต 1


          ไม่รู้ว่า จริงหรือลวง...หัวคะแนนของฐานิสร์แอบกระซิบว่า ลูกชายกำนันขวัญเรือน จะกลับมาลงสู้ศึกเลือกตั้งเขต 1 หนนี้ !!


          สนามเลือกตั้งสระแก้วเลยร้อนระอุขึ้นมาทันใด ไม่ใช่ร้อนเพราะเห็น “เลือดข้นชนกันเอง” แต่ระอุเพราะสับสนในลีลาป๋าเหนาะ สรุปนี่จะเอาใจหมดครบทุกค่าย ไม่มีแอ็กท่า ไว้เชิงอะไรทั้งสิ้นใช่มั้ย ?…


          แต่หลายคนบอก นาทีนี้ ก็น่าเห็นใจนักเลือกตั้งเหมือนกัน อย่างที่รู้ว่า “อภินิหารกฎหมายเลือกตั้ง” รอบนี้ วางไว้เหนียวขนาดไหน !

 

 

"บ้านใหญ่สระแก้ว"ยังรักนายใหญ่แต่เกรงใจ "ลายพราง"

 

          ไหนๆ เปิดตัวแล้ว มาทำความรู้จักกันสักนิด สำหรับ “สนธิเดช เทียนทอง” หลานชายผู้เฒ่าแห่งวังน้ำเย็นผู้นี้ เขาเรียนจบปริญญาโทนิติศาสตร์/รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นบุตรชายของ “เอื้อ เทียนทอง” พี่ชายคนโตของป๋าเหนาะ (เสียชีวิตเมื่อ ก.ค. 2552)

 

          เอื้อนั้น นับเป็น 1 ใน 3 เสือแห่ง หจก. ส.เทียนทอง ธุรกิจตั้งต้นของตระกูล ร่วมกับ เสนาะ และ พิเชษฐ์ เทียนทอง (ในบรรดาพี่น้อง 5 คน) งานหลักของ ส.เทียนทอง ดำเนินธุรกิจอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่มีอยู่ทั่วทั้งสระแก้ว ลานมัน โรงสีข้าวสัมปทานสุรา ไปจนถึงธุรกิจหลักสำคัญคือรับเหมาก่อสร้าง


          จนกระทั่งเสนาะลงเล่นการเมืองช่วงปี 2519 จึงวางมือทางธุรกิจ แล้วให้น้องชาย “พิเชษฐ์" ดูแลต่อ จนกลุ่มเทียนทองถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ขับเคลื่อนจังหวะหัวใจเศรษฐกิจของพื้นที่สระแก้ว


          ทั้งนี้แม้ชื่อของ “เอื้อ” ไม่ปรากฏไฮไลท์มากนัก หากแต่บุตรชายของเขา ทั้ง สนธิเดช และ แสงประทีป นั้น ก็เป็นทายาทที่นับเป็นหมากสำคัญของเกมฐานรากทางการเมืองสระแก้วของคนตระกูลนี้


          กล่าวคือ หากกลุ่มตระกูลเทียนทองวางตำแหน่งทางการเมือง ด้วยการให้ป๋าเหนาะ และ วิทยา เทียนทอง ลงเล่นในฐานะผู้แทนสระแก้วระดับประเทศ อีกทางหนึ่งก็ยังส่งผ่านไปยังรุ่นลูก รุ่นหลาน ทั้ง ฐานิสร์, ตรีนุช ที่เล่นบทนำทางการเมืองด้วยการ เป็น ส.ส.ในระดับจังหวัด

 

          พอมาระดับท้องถิ่น กลุ่มเทียนทองก็มีทั้ง “ทรงยศ เทียนทอง” นั่งนายกอบจ.สระแก้ว หรือที่ ต.วัฒนานคร ที่นำโดย “แสงประทีป” นายกเทศมนตรีตำบลวัฒนานคร และ “สนธิเดช” รองนายกเทศมนตรีที่เดียวกัน

 

"บ้านใหญ่สระแก้ว"ยังรักนายใหญ่แต่เกรงใจ "ลายพราง"


          แต่วันนี้ เมื่อการเมืองทำให้หมากขุนในกระดานขยับสับเปลี่ยน “ฐานิสร์” อดีต ส.ส. เขต 1 และ “ตรีนุช” อดีต ส.ส. เขต 2 ที่เป็นเจ้าพื้นที่มาเนิ่นนาน กลับย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ


          งานนี้ ถ้าจะเอาให้อยู่หมัด ฟัดกันสนุก อดีต “ผูัจัดการรัฐบาล” อย่างป๋าเหนาะ เลยต้องสวมบทผู้จัดการตระกูล จัดกระบวน วางขุมข่ายกำลังใหม่ เพื่อให้พลังต่อรองยังคงเป็นของคนบ้านนี้ไม่เสื่อมคลาย !