"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม

"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม : รายงาน

 

 

          แค่ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร ออกมาโพสต์แรงๆ ว่า “ลูกทักษิณ” ได้รับอะไรแรงกว่าคนอื่นเสมอ แต่รู้มั้ยเลือดเนื้อของ “ทักษิณ” ก็วิ่งอยู่ในตัวเราทั้ง 3 คนนั่นแหละ จะเข้มแข็งให้สมกับเป็น “ลูกทักษิณ”

 

 

          เท่านี้มิตรรักแฟนคลับรู้แล้วว่า “ลูกโอ๊ค" พานทองแท้ ชินวัตร ไม่รอดแน่ๆ !!


          และก็จริงตามนั้น เพราะที่สุดพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 ได้มีคำสั่ง “ฟ้อง” โอ๊คและพวกในคดีร่วมกันฟอกเงิน ทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้แก่กลุ่มธุรกิจในเครือกฤษดามหานคร โดยมิชอบ ซึ่งเป็นการสั่งฟ้องในส่วนของการทำธุรกรรมการเงิน จำนวน 10 ล้านบาท !


          คดีจะเป็นอย่างไรต่อไป แฟนคลับได้แต่ถอนใจ เพราะหลังจากนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ยิ่งข่าวเกรียวกราวว่าโอ๊คจะลงเล่นการเมืองยิ่งทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้


          ถามทำไม แน่นอนมันมีเหตุ ไม่เช่นนั้นคนใหญ่บ้านชินฯ คงไม่จัดวางให้ลูกๆ ทุกคนเดินในเส้นทางธุรกิจ ขอได้อย่าหันมาสนใจการเมืองเด็ดขาด อย่างที่รู้กันหรอก !


          เส้นทาง “เสี่ยโอ๊ค”
          โดยเฉพาะกับบุตรคนโตอย่าง “โอ๊ค” กับต้นทุนชีวิตล้นหน้าตัก จนหยิบเอาความฝันในทุกลิ้นชักหัวใจออกมาสร้างอาณาจักรได้

 

          19 พฤศจิกายน 2547 โอ๊คเปิดบริษัท ฮาวคัม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด นั่งเก้าอี้ประธานบริษัทในวัย 24 ปี เป็นหุ้นส่วนกับก๊วนเพื่อนที่เรียกว่า “ก๊วนฮาวคัม” อันมี นันทสิทธิ์ แจ่มสมบูรณ์, ไอยคุปต์ กฤตบุญญาลัย, สุศิษฎา (ปัจจุบันเป็น คชาภา) ตันเจริญ และ ทัศนาวลัย องอาจอิทธิชัย และยังมี เอม พินทองทา ชินวัตร ถือหุ้นอยู่ด้วย


 

 

"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม


          ที่นี่เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบันเทิงครบวงจร ทั้งรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์โฆษณา คอนเสิร์ต ตลาดจนอีเวนต์ และออแกไนเซอร์


          ต่อมา 22 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน โอ๊คเปิดตัวสตูดิโอ SHE@mood ผวนมาจากคำว่า shoot at me ในนาม บริษัท นิวโอ๊ค จำกัด ณ สยามสแควร์ ซอย 2 นี่เป็นการตามรอยฝัน ที่โอ๊คนั้นเป็นคนชอบถ่ายภาพ 


          ช่วงนั้น โอ๊คเคยบอกว่า “ไม่มีใครพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่หรอก ผมอยากทำให้มันดีขึ้นทั้งธุรกิจ..ชีวิต..แต่สิ่งที่อยากให้คนเห็นมากที่สุดคือ ผมไม่ใช่ลูกคนรวยที่ทำอะไรไม่เป็น”


          แน่นอนเมื่อคนไทยเห็นว่าโอ๊คทยอยเปิดตัวธุรกิจออกมาอย่างอลังการ หลายคนเชื่อว่าเขาคงไม่คิดปักหมุดชีวิตไว้ที่งานการเมืองแน่แล้ว ซึ่งก็สมใจคุณหญิงอ้อ พจมาน ณ ป้อมเพชร ที่ไม่เคยอยากให้ใครในครอบครัวลงการเมืองเลย


          แต่เมื่อเป็นลูกนักการเมือง คำถามเกี่ยวกับการเดินตามรอยพ่อ ย่อมผุดออกมาไม่จบ และวันนั้น โอ๊คพูดไว้ว่า

 

 

"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม

 


          “...เรื่องการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมอยากประสบความสำเร็จ มีเงินก่อน หมายถึงเงินส่วนตัวนะ ไม่ใช่ใบหุ้น ผมไม่เคยคิดว่า มีอะไรถาวร ไม่คิดว่าพ่อผมจะเป็นนายกฯ จนโลกแตก..."


          ก็แปลได้หลายทางอยู่ เพียงแต่การทำธุรกิจของโอ๊คในตอนนั้น ดูจะเป็นเรื่องหลักของชีวิตมากกว่า


          เพราะหากลองนึกภาพฉากหลังที่เป็นบรรยากาศทางการเมืองช่วงรอยต่อจาก “ทักษิณ 1” ไปสู่ “ทักษิณ 2” ในปี 2548 แห่งพรรคไทยรักไทย อะไรๆ มันช่างสดใสไปหมด


          กระทั่งในวันครบขวบฮาวคัม โอ๊คก็ยังดูเป็น “เสี่ยโอ๊ค” ที่ควรสวมสูทต่อไป มากกว่าจะเปลี่ยนไปผูกผ้าขาวม้ารอบเอว


          เวลานั้น กลุ่มฮาวคัมแข็งแกร่งขีดสุด ขยายไปอีก 4 บริษัท คือ นอกจาก ฮาวคัม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทแม่แล้ว ก็ยังมี ฮาวคัมเอวี ทำอีเวนต์, ฮาวคัมมีเดีย ทำสื่อโฆษณานอกบ้าน, ฮาวคัมสตูดิโอ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ และ ฮาวคัมไอพี ทำคอนเทนต์ดูหนังฟังเพลงในโทรศัพท์มือถือ


          นอกจากนี้ โอ๊คยังมีธุรกิจอื่นๆ อีกเพียบ เช่นช่วงก่อนนั้นราวปี 2546 โอ๊คเปิด บริษัท มาสเตอร์ โฟน จำกัด นำเข้าและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือหรูแพง “Vertu”


          หรือช่วงปี 2548 เปิดร้านกาแฟ Cafe Inn โดยลงขันกับ ‘อุษณีย์ มหากิจศิริ’ ประเดิมสาขาแรกกลางสยามสแควร์

 

"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม

 


          แต่แล้วที่สุด อะไรก็ไม่แน่นอนตามว่า เพราะย่างเข้าปี 2549 เดือนกันยายน บ้านเมืองเกิดรัฐประหารโดย คมช. นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 หมดอำนาจ ขั้วการเมืองเปลี่ยน ฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงลงกลางบ้านฮาวคัมด้วย !


          ถึงแม้บริษัท ฮาวคัม เอวี ที่ขาดทุนมาตลอด ได้ปิดตัวลง เช่นเดียวกับร้านถ่ายรูป She@mood และร้านกาแฟคาเฟ่อินน์ สยามสแควร์ซอย 2 ที่ปิดให้บริการไปก่อนหน้ารัฐประหาร


          แต่หลังจากนั้น ฮาวคัม มีเดีย และ ฮาวคัม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ก็พลอยได้รับผลกระทบจากขาดรายได้โฆษณา แถมพอไอทีวีถูกปิดฉากจอดำไปในปี 2550 รายการของฮาวคัมก็ถูกปิดตาย


          จะมีแว่วๆ ก็ช่วงปี 2556 ว่าบริษัท ฮาวคัม สตูดิโอ ได้งานรับจ้างพิมพ์แผ่นพับหาเสียงให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ตอนที่ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย


          แต่ชื่อชั้นของฮาวคัมฯ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว !

 

"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม

 


          พายุการเมือง
          อย่างที่บอกว่า จุดตั้งต้นที่ทำให้โอ๊ค พานทองแท้ ลุกขึ้นมาพลุ่งพล่านทางการเมืองในหน้าสังคมข่าวสารมันก็ต้องมีเหตุ


          แน่นอนหลังรัฐประหารปี 2549 ที่ “ทักษิณ” ผู้พ่อ หนีญญ่าย พ่ายจะแจ แพ้โดยไม่ตั้งตัว


          งานนั้นมีหรือที่ความรู้สึกของผู้ลูกจะไม่ขาดผึง ! ถ้าใครจำได้ หลังจากนั้น 2-3 ปี โอ๊คและสองสาวผู้น้อง เคยออกหนังสือให้พ่อ “คนอื่นเรียกนายกฯ แต่เราเรียกพ่อ”


          ในนั้นโอ๊คเล่าความรู้สึกนาทีหลังรัฐประหารว่า ต้องไปหลบตามบ้านเพื่อน และคิดถึงขั้นที่่ว่าจะฆ่าตัวตายหากต้องถูกจับไปเพื่อให้เรียกตัวพ่อกลับมายังประเทศไทย


          มากกว่านั้นคือ ครอบครัวของพวกเขา ก็ไม่เหมือนเดิมอีก ถึงขนาดที่พ่อแม่ต้องหย่าขาดจากกัน

 

 

"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม

 


          อย่างไรก็ดี โอ๊คกลับมาอยู่ในหน้าสื่ออย่างเต็มตัวอีกครั้งในช่วงปี 2552 กับการเปิดตัวเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม “วอยซ์ทีวี” (ก่อนจะมาเป็นทีวิดิจิทัลในภายหลัง)


          แน่นอนแม้เจ้าตัวบอกว่า ช่องนี้ไม่ได้ฝักใฝ่ขั้วสีไหน แต่คนไทยก็รู้ตั้งแต่นาทีนั้นแล้ว


          และเอาเข้าจริงๆ การมีช่องโทรทัศน์ของโอ๊ค ก็เหมือนได้คลายปมไปเปลาะหนึ่่ง อารมณ์ทางการเมืองจึงไม่คุกรุ่นมากเท่ากับช่วงปี 2549


          แถมหลังจากนั้น พรรคไทยรักไทย เปลี่ยนมาเป็น “พรรคพลังประชาชน” มาสู่ “พรรคเพื่อไทย” ที่อาปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นแท่นนายกฯ จากการเลือกตั้ง บ้านตระกูลชินก็ดูมีความหวังมากขึ้น !


          ช่วงปี 2556 โอ๊คยังโพสต์เฟซบุ๊กชัดเจนว่า ไม่เล่นการเมือง หากเลือกได้ขอชีวิตครอบครัวคืน


          “ถ้าผมเลือกได้ ผมขอทำหน้าที่ “องครักษ์พิทักษ์อาปู” และจะขอทำหน้าที่จนกว่าผู้ที่มีใจรักประชาธิปไตยจะเป็นฝ่ายชนะ คุณพ่อผมได้กลับบ้าน และเพื่อนฝูงพี่น้องทุกคนที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยกันมา เป็นฝ่ายชนะ ได้รับความเป็นธรรมกลับคืน”


          ใครอ่านถึงตรงนี้ ก็อาจสับสนว่าโอ๊คเอาไง แต่ก็อนุมานได้ว่า โอ๊คโตขึ้น และผ่านมาจนรู้เห็นแล้วว่า ถนนการเมืองมันไม่ใช่ทุ่งลาเวนเดอร์จริงๆ อย่างที่แม่บอก

 

"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม

 


          และการทำหน้าที่จนกว่าประชาธิปไตยจะเป็นฝ่ายชนะ มันก็ทำได้หลายแบบ อย่างการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ เปิดข้อมูลลับๆ แซบๆ บ้างตามโอกาส ก็เป็นหนทางหนึ่ง


          เพียงแต่สิ่งนี้ น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้โอ๊คต้องเจอดาบสำคัญในวันนี้กับคดีกรุงไทย เพราะความเคลื่อนไหวทางการเมืองของลูก ก็คือความเคลื่อนไหวของพ่อนั่นแหละ แยกกันไม่ขาด !


          แต่ผลของการถูกฟัน กลับทำให้โอ๊คเลือดเดือดขึ้นมาอีกรอบ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กช่วงวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา อย่างร้อนแรงว่า


          “ลุง...อยากให้ผมไปนัก-ผมก็จะอยู่ ไม่อยากให้ผมไปช่วยหาเสียง-ผมก็จะไปมันทุกจังหวัด ผมจะทำทุกอย่างในกรอบของกฎหมาย เพื่อสนับสนุนทุกองค์กร และทุกพรรคการเมือง ที่อยู่ในฝั่งประชาธิปไตย ให้รวมพลังกันเอาชนะการสืบทอดอำนาจของฝ่ายเผด็จการฯ ให้ได้..!!”


          ดังนั้นอย่าถามว่าโอ๊คจะเล่นการเมืองหรือเปล่า เพราะโอ๊คทำอยู่แล้วมาตลอดทั้งในสื่อหลัก สื่อออนไลน์


          ให้ถามว่า จะเล่นแนวไหน เบื้องหลัง หรือ นั่งแถวหน้า แค่นั้นเอง...


          ดราม่า "มดดำ"เราและนาย!!
          อย่างที่รู้กันว่า “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร มีเพื่อนสนิทที่เรียกว่า “ก๊วนฮาวคัม” ประกอบไปด้วย “ป่าน” นันทสิทธิ์, “น้ำนิ่ง” ไอยคุปต์, “มดดำ” คชาภา และ “ฮาน่า” ทัศนาวลัย


          ทั้งหมดนี้ลงขันลงแรงเงิน แรงใจ ปั้นอาณาจักรฮาวคัมมาด้วยกันทางหนึ่ง แต่ก็ยังเป็นสหายที่ไม่เคยตัดกันขาด !


          ช่วงรอยต่อที่การเมืองของลุงษิณภินท์พัง ก็มีข่าวแว่วมาว่าก๊วนนี้ก็พังพาบไปด้วย หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาเพียงสงวนจุดยืนไม่ให้ได้รับผลข้างเคียงมากกว่า

 

"เกิดเป็นลูกทักษิณ"ยากที่จะพ้นพงหนาม

 


          มาวันนี้คำว่า “ก๊วนฮาวคัม” หวนกลับมาอีกครั้ง เมื่อหนึ่งในเพื่อนซี้อย่าง “มดดำ” ออกมาส่งสารให้กำลังใจเพื่อนโอ๊ค ชนิดออกตัวแรงสองชุด


          ชุดแรกโพสต์ลงไอจีวันที่ 9 ตุลาคม ระบุ “อยากส่งกำลังใจไปให้ @oak_ptt อยากให้คนรู้จักโอ๊คเหมือนที่ฉันรู้จักเธอวะ ขอส่งกำลังใจไปให้ อยากบอกยังไงก็รักและไม่เคยลืมบุญคุณเธอ อยากให้เธอทำสำเร็จอย่างที่เธอตั้งใจ ขออยู่เป็นกำลังใจให้เด้อ ส่งกำลังใจไปให้นะ อยากให้เธอได้รับความยุติธรรมบ้าง”


          ชุดต่อมาวันที่ 10 ตุลาคม โพสต์โวยขาเม้าท์ว่า “ทำไมคนอื่นเขาแสดงความคิดทางการเมืองด่าคนได้ แต่เป็นฉันให้กำลังใจเพื่อนสนิท ด่ากูจัง ผิดไรวะ ก็เพื่อนกู @oak_ptt ไม่ได้ทำไรผิด อะ กูก็รักเพื่อนกูไหมวะ @numning @bam9770 เตรียมใบสมัครพรรคให้ด้วย จบ เจ็บคอ”


          อย่างไรก็ดี ที่จริงมดดำนั้นได้แยกวงจากฮาวคัมไปก่อนแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่ฮาวคัมเพิ่งเปิดตัวใหม่ๆ ในช่วงปี 2547


          บ้างว่า แตกคอกันเองจากการทำบริษัท ฮาวคัม นั่นแหละ บ้างว่าเพราะปัญหาส่วนตัวของมดดำเองเรื่องหนึ่ง !


          แต่ที่สุด มดดำก็กลับมากับ “ปริศนา” ที่ซ่อนอยู่ในประโยคว่า “ยังไงก็รักและไม่เคยลืมบุญคุณเธอ” ที่เพิ่งโพสต์ถึงโอ๊คครั้งนี้ ให้เราคนไทยเผือกกันไปอีก


          เหนืออื่นใด ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของมดดำ แถมยังแท็ก “น้ำนิ่ง” ก็แปลว่าพวกเขาไม่เคยหายไปไหน แต่ยังต่อติดถึงกันตลอด