กล้าพอไหม ?? 'หัวหน้าเพื่อไทย' ไม่ได้สวยหรู

กล้าพอไหม ?? 'หัวหน้าเพื่อไทย' ไม่ได้สวยหรู  :  คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย...  ทีมข่าวเฉพาะกิจออนไลน์

 
          งวดเข้ามาทุกทีกับวันที่พรรคการเมืองต่างๆ รอคอยมาอย่างนานแสนนานกว่า 4 ปี หลังจากมีคำสั่งของคสช.ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและห้ามชุมนุม 5 คนขึ้นไป

          ความชัดเจนต่างๆ ทางการเมืองหลังจากที่คสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง คงจะมีมากยิ่งขึ้น ว่าใครโดนดูดไม่โดนดูด ใครจะอยู่หรือใครจะไป เรียกได้ว่าเตรียมเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างเต็มตัว

          สิ่งที่ทุกคนต่างจับตาอยู่นาน ก็คงหนีไม่พ้น ความชัดเจนในตัว “ผู้ที่จะมาถือธงนำของพรรคเพื่อไทย" หลังจากมีกระแสข่าวอยู่นานสองนาน ว่าสรุปแล้วใครจะมานั่งกุมบังเหียน

          ไล่เรียงตั้งแต่แกนนำเพื่อไทย อาทิ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, “เดอะอ๋อย” จาตุรนต์ ฉายแสง, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไปจนกระทั่งคนในครอบครัวชินวัตร อย่างน้องเขย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาถึงลูกเขยหัวแก้วหัวแหวน ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์

          ทั้งหมดทั้งมวลก็ยังเป็นเพียงกระแสข่าวที่ออกมาเป็นระยะๆ หลังจากที่นายใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร ควงน้องสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บินวนเวียนอยู่ละแวกใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์

          แต่ก็ยังมีคำถามอยู่ว่า ตัวผู้นำพรรคเพื่อไทย มีความสำคัญอย่างไร ตอบได้เลยว่า มีความสำคัญมากๆ พอกับตัวผู้สมัครในแต่ละพื้นที่เลยก็ว่าได้ เพราะในหลายพื้นที่ของส.ส.เพื่อไทยที่ได้รับเลือกตั้งมา ส่วนใหญ่นอกจากคะแนนนิยมในตัวผู้สมัครแล้ว ยังมีคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย เรียกได้ว่าครึ่งต่อครึ่งกันเลย

          หากมาวิเคราะห์ระหว่างตัวผู้นำพรรคเพื่อไทยที่มาระหว่างจากคนในตระกูลชินกับคนนอกตระกูลชิน จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป ไม่มากก็น้อย

          หากได้ผู้นำเป็นคนในตระกูลชินวัตร สิ่งที่ได้ตามมาคือ ความเป็นเอกภาพภายในพรรคเพื่อไทย มุ้ง กลุ่ม ก๊วนต่างๆ ภายในพรรค ถึงแม้จะยังมีอยู่ แต่แรงกระเพื่อมต่างๆ จะมีน้อยหรือแทบไม่มี เพราะคนที่มาคุมถือว่าเป็นสายตรง ทุกอย่างที่พูดหรือตัดสิน อาจจะเรียกได้ว่าผ่านกระบวนการของนายใหญ่มาในระดับหนึ่งแล้ว

          แต่ต้องไม่ลืมว่า คนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ คือคนที่สนับสนุนและชื่นชมในตัวของทักษิณ หากมีชื่อของคนในตระกูล ภาพทักษิณก็ยังคงอยู่ กลุ่มกองเชียร์ก็ยังอยู่ไม่ไปไหน 

          แต่ข้อเสียคือ หากเป็นคนในตระกูลชิน ภาพทักษิณก็ยังติดอยู่และจะกลายเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน และไม่สามารถลบภาพนอมินีทักษิณได้

          ในทางกลับกันหากไม่ได้ผู้นำเป็นคนในตระกูลชินวัตร ความเป็นเอกภาพจะลดลงอย่างแน่นอน ไม่ว่ากลุ่มก๊วนไหนขึ้นมา คลื่นใต้น้ำหรือแรงกระเพื่อมภายในพรรคก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง กลุ่มก๊วนต่างๆ การต่อรองต่างๆ ก็จะเกิดขึ้น ทิศทางในการนำของพรรค บางครั้งแม้ขัดใจหรือไม่ได้รับการยอมรับจากพรรค ก็มีคำถามเกิดขึ้นว่า นายใหญ่โอเคหรือไม่

          และหากไม่ใช่คนในตระกูชิน จะสามารถสายตรง สั่งได้ ทำอะไรตามเกมที่วางไว้ได้หรือไม่ ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นในยุคสมัคร สุนทรเวช มาแล้ว ที่เกิดแก๊งออฟโฟว์ จนกระทั่งต้องมีการเปลี่ยนตัวนายกฯ มาเป็น “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ปัญหาใหญ่คือ “สั่งไม่ได้”

          แต่ข้อดีก็คือ ความเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ใช่สถาบันครอบครัว และก็อาจจะสามารถลดภาพคำว่า นอมินีทักษิณ ออกไปได้ในระดับหนึ่ง และการถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามก็อาจจะลดตามไปด้วย

          โจทย์และปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของผู้ที่จะมานำพรรคเพื่อไทยสู้ศึกในครั้งนี้ น่าจะอยู่ที่ใครจะกล้าแลกยอมเสียสละตัวเองหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็ได้เห็นแล้วว่า คนที่จะมาถือธงนำ ต้องโดนอะไรบ้าง เกิดมรสุมอะไรกับชีวิตบ้าง เป็นเป้าโจมตีอย่างไรบ้าง

          ดีไม่ดีท้ายที่สุดแล้ว หากเกิดวิกฤติทางการเมืองขึ้นมาอีกครั้ง เกิดความรุนแรงและมีปัญหาอย่างที่ผ่านมา คนที่จะมาถือธงนำ พร้อมที่จะเจอกับมรสุมชีวิตหรือไม่ พร้อมที่จะขึ้นโรงขึ้นศาลในคดีต่างๆ หรือไม่ เพราะเชื่อว่า หากมีความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นมาอีก คดีความต่างๆมีติดตัวอย่างแน่นอน จะกล้าเอาตัวเองและครอบครัวเข้ามาเสี่ยงด้วยหรือไม่

          และหากเลวร้ายที่สุดอาจจจะต้องติดคุกติดตะราง หรือหากแย่ขั้นสุด ก็อาจจะต้องระหกระเหินเร่ร่อน ออกไปอยู่ต่างประเทศเหมือนนายใหญ่และน้องสาวหรือไม่

          สิ่งเหล่านี้ จึงอาจจะเชื่อได้ว่า เป็นเรื่องที่คนที่จะมาถือธงนำเพื่อไทยคนใหม่ คงต้องมานั่งคิดไตร่ตรองพิจารณาให้ดีอย่างแน่นอน ว่าเก้าอี้ผู้นำพรรคเพื่อไทย อาจจะไม่ได้สวยหรูและราบรื่นอย่างที่ทุกคนใฝ่ฝัน...