4 ปีถนนไดโนโรดชวน"นุ่งซิ่นนั่งสาดตักบาตร9วัด"

4 ปีถนนไดโนโรดชวน"นุ่งซิ่นนั่งสาดตักบาตร9วัด" : รายงาน  โดย...  สุมาลี สุวรรณกร 

 

          “ภาพเด็กๆ นักเรียนหญิงที่ใส่ผ้าถุง หรือนุ่งซิ่น ใส่เสื้อสีขาว พาดสไบผ้าขาวม้าแสนสวย เกล้าผมมวยทัดดอกจำปา หรือไม่ก็ดอกลีลาวดี พร้อมในมือถือกระติบข้าวรอตักบาตร เช่นกันกับหนุ่มน้อยเด็กนักเรียนที่นุ่งโสร่งและใส่เสื้อยืดสีขาว คาดพุงด้วยผ้าขาวม้า ถือกระติบข้าวรอตักบาตรด้วยเช่นกัน”

          การทำงานพัฒนาชุมชนที่ต้องอาศัยหลายภาคส่วนจากหลายฝ่ายประสานความร่วมมือกันเพื่อเป้าหมายคือให้ชุมชนนั้นเจริญรุ่งเรือง บ้าน วัด โรงเรียน เป็นหัวใจหลักของการทำงานพัฒนาในพื้นที่ และตัวอย่างหนึ่งที่สัมฤทธิ์ผลและพิสูจน์หลักการนี้ได้แล้วนั่นคือชาวอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ทำให้เมืองของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศด้วยการทำกิจกรรม “นุ่งซิ่น นั่งสาด ตักบาตร 9 วัด” ทุกวันเสาร์ และทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำให้หลายคนอยากมาเยือน

 

4 ปีถนนไดโนโรดชวน"นุ่งซิ่นนั่งสาดตักบาตร9วัด"

 

          เช้าตรู่ของทุกวันเสาร์ ภาพชาวชุมชนโนนบุรี ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับเด็กนักเรียนที่นั่งเรียงแถวยาวเหยียดบนเสื่อหรือภาษาอีสานเรียกว่า สาด ตั้งแต่หัวถนนไดโนโรด บริเวณกลางชุมชนโนนบุรี ใจกลางตลาดของ อ.สหัสขันธ์ เป็นภาพที่ทำให้หลายคนอดใจไม่ไหวต้องยกกล้องมาถ่ายภาพ และที่น่าสนใจและเป็นเสน่ห์มากกว่านั้นคือ ภาพเด็กๆ นักเรียนหญิงที่ใส่ผ้าถุง หรือนุ่งซิ่น ใส่เสื้อสีขาว พาดสไบผ้าขาวม้าแสนสวย เกล้าผมมวยทัดดอกจำปา หรือไม่ก็ดอกลีลาวดี พร้อมในมือถือกระติบข้าวรอตักบาตร เช่นกันกับหนุ่มน้อยเด็กนักเรียนที่นุ่งโสร่งและใส่เสื้อยืดสีขาว คาดพุงด้วยผ้าขาวม้า ถือกระติบข้าวรอตักบาตรด้วยเช่นกัน

          ส่วนชาวชุมชนนั้นก็แต่งตัวคล้ายคลึงกัน ทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส รอตักบาตรพระที่นิมนต์มาจาก 9 วัดใกล้เคียงพื้นที่ และก่อนตักบาตรทุกวันจะมีตัวแทนนักเรียนอาราธนาศีล ก่อนที่พระจะให้ศีลให้พร แถมเทศนาให้ฟัง ก่อนที่ท่านจะลุกขึ้นออกมารับบาตร

 

 

4 ปีถนนไดโนโรดชวน"นุ่งซิ่นนั่งสาดตักบาตร9วัด"


          แต่กว่าจะเป็นภาพสวยงามและพร้อมเพรียงแบบนี้ จนกระทั่งมีการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียและเป็นที่พูดถึงปากต่อปาก จนทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศสนใจมาเยี่ยมชมและร่วมบรรยากาศด้วยนั้น ชาวชุมชนนี้ก็ล้มลุกคลุกคลานเหมือนกัน

          กิตติพร อินทะสี ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนที่เพิ่งเกษียณอายุราชการและมาทำงานเพื่อสังคม เล่าย้อนให้ฟังว่า นับชื่อถนนไดโนโรดที่ได้ก่อตั้งกันมาถึงวันนี้ครบ 4 ปีพอดี เริ่มต้นชาวชุมชนคิดอยากจะทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมือร่วมใจกัน โดยเริ่มต้นจากสภากาแฟวงเล็กๆ ที่มานั่งดื่มกินกันอยู่ที่ถนนไดโนโรดแห่งนี้ หรือก่อนหน้านี้ชื่อถนนคือถนนตลาดกลาง ตลาดเก่าของชุมชนที่มีบ้านไม้ชั้นเดียวเรียงรายอยู่สองข้างถนน เนื่องจาก อ.สหัสขันธ์ มีสภาพภูมิประเทศค่อนข้างเอื้ออำนวย มีทั้งน้ำ ทั้งภูเขา และมีความเป็นมายาวนาน แถมมีข้าราชการเกษียณอายุที่มีพลัง มีความคิดมาอาศัยอยู่เยอะ ทำให้ได้มีโอกาสคุยกัน คิดกันจนกระทั่งขยายวงออกไปหารือกับเทศบาล โรงเรียน และชาวชุมชน จนกระทั่งมาลงตัวที่จะรื้อฟื้นประเพณีเก่าๆ แต่โบราณที่เราทำกันอยู่เพียงแต่กระจายกันทำ แต่หากเอามารวมกันมาอยู่ด้วยกันก็จะทำให้เด็กเยาวชนเห็นตัวอย่างและมาร่วมด้วย

          จากนั้นได้เริ่มกิจกรรมตักบาตรเช้า ต่อด้วยวงพูดคุยสภากาแฟ และดึงกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุเข้ามาด้วย เพราะทุกวันเสาร์ผู้สูงอายุจะต้องมาเรียนหนังสือ ซึ่งโรงเรียนผ้สูงอายุก็อยู่บนถนนไดโนโรดด้วย ชื่อโรงเรียนรัตตัญญู เลยเกิดโครงการขึ้นมา และชวนโรงเรียนในพื้นที่มาร่วมด้วยคือ โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา ก็ได้ให้เด็กนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยการให้มาวันเสาร์ละ 1 ชั้นเรียนคือ ชั้น ม.1 ม.2 เวียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึง ม.6 และวนกลับมาใหม่ ซึ่งพอดำเนินการแรกๆ เด็กๆ อาจจะบ่น แต่พอนานไปเขาชอบ เพราะได้แต่งตัวสวยๆ มาถ่ายรูปและหลังๆ ครูก็ให้คะแนนจึงกลายเป็นมาถนนไดโนโรดมีกิจกรรมตักบาตรอย่างพร้อมเพรียงจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและนำไปสู่การท่องเที่ยวชุมชนในเวลาต่อมา ต่อยอดถึงโฮมสเตย์ด้วย

 

4 ปีถนนไดโนโรดชวน"นุ่งซิ่นนั่งสาดตักบาตร9วัด"

 

          ในขณะที่ สหัส อรรถเนติกุล ประธานชมรมโฮมสเตย์ ที่รับผิดชอบดูแลบ้านพักให้แก่นักท่องเที่ยวที่มา และเป็นอดีตพัฒนาการอำเภอหลายแห่งทั่วประเทศ เล่าว่า ตอนแรกพูดเรื่องโฮมสเตย์ชาวบ้านไม่ค่อยเข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไร พอมีการอธิบายว่าเหมือนใช้บ้านตนเองให้คนมาพักมาอยู่อาศัย เหมือนญาติมาเยี่ยมบ้าน แต่เขาจ่ายเงินให้เรา ทำให้เขาเริ่มเข้าใจและตอบรับ ตอนนี้มีสมาชิกเข้าร่วมจำนวนมาก แต่ละคืนสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 100 คน และปีนี้โฮมสเตย์อำเภอสหัสขันธ์กำลังก้าวสู่มาตรฐานระดับอาเซียนเพราะจากการคัดเลือกโฮมสเตย์ทั่วประเทศ 100 แห่ง โฮมสเตย์สหัสขันธ์ผ่านเข้ารอบ 20 แห่งสุดท้าย และหากผ่านมาตรฐานระดับอาเซียนก็จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้เลย

 

4 ปีถนนไดโนโรดชวน"นุ่งซิ่นนั่งสาดตักบาตร9วัด"

 

          ด้าน เจียมรัตน์ เรือนพันธุ์ หรือแม่ต้อ ประธานกลุ่มถนนไดโนโรดที่มีหน้าที่ดูแลการจัดการถนนไดโนโรดเพื่อเตรียมพร้อมตักบาตร เล่าให้ฟังว่า การจัดกิจกรรมทุกภาคส่วนจะต้องได้ร่วมมือกันทำ เริ่มจากต้องมีการกวาดถนน ปูเสื่อ เตรียมเก้าอี้ เตรียมเครื่องเสียง เพราะทุกเช้าวันเสาร์จะต้องมีพระมาเทศน์มาให้ศีลให้พร ซึ่งจะมีการแบ่งหน้าที่กัน หากมีนักท่องเที่ยวมานอนโฮมสเตย์และร่วมตักบาตร จะต้องมีการจัดเตรียมอาหารเพื่อให้นักท่องเที่ยวตักบาตร ซึ่งจะต้องมีการเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนกลางคืน และพอตักบาตรเสร็จแล้วก็จะต้องมีการเก็บ การจัดการให้เรียบร้อยเพื่อให้กลับมาเป็นถนนปกติที่ใช้สัญจรไปมาได้เหมือนเดิม

 

4 ปีถนนไดโนโรดชวน"นุ่งซิ่นนั่งสาดตักบาตร9วัด"

 

          ส่วนโรงเรียนที่เข้ามาร่วมแต่ต้นและพาเด็กนักเรียนมาตักบาตรด้วยทุกเช้าวันเสาร์อย่างโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา โดย ผจญ นาทองคำ ครูโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา บอกว่า ทุกวันนี้เด็กๆ ที่เรียนวิชาศิลปะกับเขาล้วนอยากจะมาตักบาตรกันทั้งนั้น ตอนแรกๆ ต้องใช้คะแนนมาล่อ แต่หลังๆ เขาอยากมาเอง บางคนไปทำงาน ไปอยู่ไกลบ้าน พอกลับมาก็อยากจะมาตักบาตรตอนเช้าวันเสาร์ เพราะได้แต่งตัวสวย ถ่ายรูป โพสต์สื่อออนไลน์ มันกลายเป็นความสุขเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน จนกลายเป็นวิถีของสหัสขันธ์ไปแล้ว

          นี่คืออีกหนึ่งความสำเร็จของชุมชนที่ร่วมกันพัฒนา ร่วมกันผลักดัน และทำอย่างต่อเนื่องไม่ท้อ ไม่หยุด แม้ตอนแรกจะมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งยังมีภาคีความร่วมมือของวัดที่เข้ามาหนุนเสริมและตอบรับที่จะร่วมกันพัฒนาชุมชนไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นวัดพุทธาวาส(ภูสิงห์) วัดไตรภูมิ วัดกลางมาลัย วัดกัลยา ณ บริหาร โดยมี พระครูกัลยา ณ ทิวากร เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ รองเจ้าคณะอำเภอ เป็นผู้นำของคณะสงฆ์เป็นผู้ร่วมด้วยช่วยกัน

 

4 ปีถนนไดโนโรดชวน"นุ่งซิ่นนั่งสาดตักบาตร9วัด"

 

          และทุกวันนี้ชุมชนสหัสขันธ์แห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่เว้นแต่ละวัน เพราะใครๆ ก็อยากจะมาสัมผัสเสน่ห์และกลิ่นอายความเป็นพื้นถิ่นอีสาน ที่มีของดีมากมาย โดยเฉพาะหากมากันเป็นกลุ่ม เป็นทัวร์ ชาวเมืองสหัสขันธ์นี้จะเริ่มต้นจากการเลี้ยงพาแลง พาไปนอนโฮมสเตย์ และตื่นมาตักบาตรตอนเช้า โดยคิดค่าหัวในการบริหารจัดการแค่เพียงหัวละ 650 บาทเท่านั้น ใครสนใจลองไปเยือนและคุณจะรู้ว่าเสน่ห์อีสาน เสน่ห์สหัสขันธ์จะทำให้คุณประทับใจ