ปลดล็อก"กัญชา"สู่ยารักษาโรคสายพันธุ์ไทย(เคย)ดีที่สุดในโลก

ปลดล็อก"กัญชา"สู่ยารักษาโรคสายพันธุ์ไทย(เคย)ดีที่สุดในโลก : โดย...  พวงชมพู ประเสริฐ  qualitylife4444@gmail.com  

 

          “ถ้าดูไปในอดีตกัญชาไทยถือเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก แต่เนื่องจากเป็นยาเสพติดจึงไม่สามารถทำอะไรได้ จนปัจจุบันต่างประเทศนำไปใช้จำนวนมากพัฒนาสายพันธุ์ดีกว่ากัญชาไทยแล้ว” นพ.โสภณ เมฆธน ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม

          15 พฤษภาคม 2561 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดที่มีการเสนอแก้ไข เช่น ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อาจกำหนดพื้นที่ในการทดลองเพาะปลูกพืช ที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรือผลิตและทดสอบเกี่ยวกับยาเสพติดได้แล้วทิศทางการพัฒนา “กัญชา” เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของไทยจะเป็นไปในรูปแบบและทิศทางใด นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ดอภ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ พร้อมให้ความกระจ่าง

          “ประเทศไทยต้องเริ่มขยับในการศึกษาวิจัยและพัฒนากัญชา เพราะโรคบางโรคยังไม่มียารักษาที่ได้ผลดี แต่มีข่าวทางการแพทย์ปัจจุบันว่าบางโรคกัญชารักษาได้ บวกกับตำรายาแพทย์แผนไทยก็มีการระบุใช้กัญชาเป็นส่วนประกอบในบางตำรับเช่นกัน ทำให้เห็นว่าควรเริ่มมีการดำเนินการในเรื่องนี้” นพ.โสภณ กล่าว

 

ปลดล็อก"กัญชา"สู่ยารักษาโรคสายพันธุ์ไทย(เคย)ดีที่สุดในโลก

 

          ยกตัวอย่างเช่น โรคลมชัก บางทีที่ยาคุมไม่ได้ ทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดี พอได้กัญชาเข้าไปก็คุมได้ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้น่าสนใจ หรือโรคบางโรคที่ยังไม่มียารักษา เช่น พาร์กินสัน มีอาการเกร็งเดินไม่ได้ ต้องนั่ง แต่บางคนบอกว่าพอได้รับยากัญชาก็ลุกขึ้นมาเดินได้ รวมถึงโรคมะเร็ง ซึ่งในผู้ป่วยระยะสุดท้ายจะช่วยลดอาการปวด ทำให้อยากอาหาร ส่วนฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็งมีการพูดถึงแต่ยังไม่ 100% และตำรับยาแผนไทยก็พบว่ามีการใช้กัญชาเป็นยาตัวหนึ่ง อย่างโรคลมชักก็มีการระบุว่าใส่กัญชาตรงกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ยารักษามะเร็งตับก็มีการใส่กัญชา เป็นต้น

    
          0 กัญชาพันธุ์ไทยดีสุดในโลก 0
          นพ.โสภณ บอกว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขที่มีนพ.เสรี ตู้จินดา เป็นประธานก็เคยมีการหารือกันในเรื่องหากมีการศึกษาวิจัยแล้วนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ในบางโรคที่ยังไม่มียารักษาแล้วกัญชาเป็นทางเลือกก็ไม่ควรปฏิเสธ ขณะที่ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) บอกว่าโลกเปลี่ยนไปนานาชาติใช้กัญชาเป็นยาแล้ว ไทยก็ไม่ควรกลัวเป็นยาเสพติดและไม่เปิดให้มีการใช้ทางการแพทย์ เพราะฉะนั้นเมื่อกัญชามีทั้งประโยชน์และโทษจึงต้องคิดเอากัญชามาเป็นนวัตกรรมเพื่อใช้ในการดูแลรักษาโรค

 

ปลดล็อก"กัญชา"สู่ยารักษาโรคสายพันธุ์ไทย(เคย)ดีที่สุดในโลก

 

          “ถ้าดูไปในอดีตกัญชาไทยถือเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก แต่เนื่องจากเป็นยาเสพติดจึงไม่สามารถทำอะไรได้ จนปัจจุบันต่างประเทศนำไปใช้จำนวนมากพัฒนาสายพันธุ์ดีกว่ากัญชาไทยแล้ว เหมือนว่าอดีตเรามีแบรนด์ มีของดีอยู่แต่ด้วยกฎหมายในยุคหนึ่งทำให้การพัฒนาหยุดไป แต่วันนี้กลับมาใหม่กลายเป็นกัญชามีประโยชน์เป็นยาได้ ก็ต้องดูว่าจะดำเนินการนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้อย่างไร” นพ.โสภณ กล่าว
 
          0ไทยมีศักยภาพพร้อม 0
          หากมองถึงศักยภาพของประเทศไทย นพ.โสภณ บอกว่า ไทยมีความพร้อมในทุกมิติที่จะศึกษาวิจัยพัฒนากัญชาเป็นยา ได้แก่ 1.สายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศ ซึ่งในอดีตสายพันธุ์ไทยเคยเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุด 2.มีนักวิชาการด้านเกษตรที่มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาสายพันธุ์พืชทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) หรือโครงการหลวงที่สามารถพัฒนาพืชเมืองหนาวทั้งไม้ดอกไม้ผลมาปลูกในเมืองไทยได้ผลดีมากๆ ทำให้สามารถพัฒนาสายพันธุ์กัญชาให้มีสารสำคัญให้มีปริมาณสูงเพื่อใช้ทางการแพทย์ได้ 3.ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม เชื่อว่าจะสามารถพัฒนาสายพันธุ์ได้ และ 4.มีองค์ความรู้ในเรื่องการสกัดสาระสำคัญมาใช้ประโยชน์ ซึ่งองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถดำเนินการได้

 

ปลดล็อก"กัญชา"สู่ยารักษาโรคสายพันธุ์ไทย(เคย)ดีที่สุดในโลก

 

          0 แคนาดาใช้มาแล้ว 17 ปี 0
          นพ.โสภณ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ อภ.ในฐานะที่ต้องผลิตยาได้เดินทางไปศึกษาดูงานเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ที่ประเทศแคนาดา เนื่องจากที่นี่มีถึง 13 โรงงานขนาดใหญ่และใช้กัญชาทางการแพทย์มาตั้งแต่ปี 2544 เป็นเวลาถึง 17 ปีมาแล้ว มีประสบการณ์และพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมาแล้ว 3 ปี มีการพัฒนาสายพันธุ์ของตัวเองและปลูกเป็นระบบปิดในโรงเรือน ควบคุมอุณหภูมิและแสงเพื่อควบคุมคุณภาพกัญชาที่จะนำมาใช้ มีการเข้มงวดคนที่จะเข้าออกต้องสแกนนิ้วมือและติดแท็กที่กัญชาทุกต้น
  
          เริ่มแรกของแคนาดาประกาศว่ากลุ่มโรคที่อนุญาตให้รักษาด้วยกัญชาและอนุญาตให้แพทย์เป็นคนสั่งยา เดิมจึงให้คนไข้ปลูกกัญชาเองตามบ้าน เช่น บ้านละ 4 ต้น แต่ปรากฏว่าการปลูกเองไม่ได้คุณภาพ เมื่อนำไปรักษาก็อาจจะไม่ได้ผล เพราะต้นกัญชาสามารถเปลี่ยนได้ง่ายมากเมื่อสภาพแวดล้อมไม่ดี ทำให้เปลี่ยนจากต้นตัวเมียเป็นตัวผู้หรือเป็นกะเทย แต่ส่วนที่มีสารสำคัญทางยาคือดอกตัวเมีย บวกกับมีปัญหานำไปใช้ในทางที่ผิดนำมาเสพไม่ได้ใช้ในการรักษา จึงดำเนินการทำในระดับอุตสาหกรรมเพราะต้องควบคุมคุณภาพ เนื่องจากโรคต่างๆ ที่ประกาศให้ใช้กัญชารักษาได้นั้นจะต้องพิจารณาด้วยว่าสารสำคัญของกัญชา 2 ตัว คือ สารทีเอชซี (THC) และสารซีบีดี (CBD) จะต้องมีขนาดแค่ไหนและสัดส่วนระหว่างสาร 2 ตัวนี้เป็นอย่างไรในการใช้แต่ละโรค ซึ่งกัญชาแต่ละสายพันธุ์จะมีสาร 2 ตัวนี้ไม่เท่ากัน

 

ปลดล็อก"กัญชา"สู่ยารักษาโรคสายพันธุ์ไทย(เคย)ดีที่สุดในโลก

 

          0 ต้นทุนการผลิตไทยต่ำกว่า 0
          นพ.โสภณ บอกด้วยว่า สายพันธุ์ของไทยในอดีตเป็นกัญชาที่มี THC สูงตรงข้ามกับกัญชงพืชเส้นใย ที่โครงการหลวงดำเนินการคือพัฒนากัญชงให้ THC ลงมาต่ำกว่า 1 และให้มีเส้นใยดีๆ จึงมั่นใจว่าหากประเทศไทยจะดำเนินการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาให้มี THC กับ CBD สูงๆ ตามที่ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ก็สามารถทำได้เช่นกันที่สำคัญมั่นใจว่าหากประเทศไทยปลูกต้นทุนการผลิตของไทยจะต่ำกว่าที่ประเทศแคนาดา เพราะกัญชาเป็นพืชเมืองร้อน อย่างที่ประเทศแคนาดาอุณหภูมิข้างนอก 1 องศาเซลเซียส ต้องปลูกในกระโจมที่เป็นโรงเรือนและบังคับเรื่องอุณหภูมิ แสง และน้ำ เพราะฉะนั้นถ้าประเทศไทยดำเนินการเรื่องนี้จะสู้เขาได้

          0 โอกาสของไทย 0
          ถ้าศึกษาวิจัยสำเร็จจะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยได้มากน้อยเพียงใดนพ.โสภณ มองว่า โรดแม็พกำหนดการดำเนินการไว้ คือ 1.ต้องศึกษาวิจัยว่ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทยอย่างไรบ้าง ทำเป็นบัญชีว่ามีโรคอะไรใช้ได้บ้างและควรใช้ในสารเคมีขนาดเท่าไหร่ ใช้ในรูปแบบใด เป็นการศึกษาเพื่อให้รู้ความต้องการหรือดีมานด์ 2.ส่วนของซัพพลาย ต้องพัฒนาสายพันธุ์ตามที่ต้องการและผลิตสกัดสารสำคัญออกมาตามที่ต้องการใช้ อาจจะเป็นในรูปของน้ำมัน หรือเป็นดอกเพื่อใช้แบบสูดดมให้ระเหย เบื้องต้นอาจใช้กัญชาจากของกลางและควรเป็นรูปแบบการใช้อย่างไร เช่น ยากิน เหน็บ หรือยาแปะ เหล่านี้เชื่อว่าประเทศไทยทำได้ นอกจากนี้ต้องวางแผนศึกษาวิจัยต่อในส่วนของกลุ่มโรคที่ผลการรักษายังไม่ชัดเจนด้วย

 

ปลดล็อก"กัญชา"สู่ยารักษาโรคสายพันธุ์ไทย(เคย)ดีที่สุดในโลก


  
          หากทั้งหมดดำเนินการแล้วมีปริมาณความต้องการมากและการรักษาได้ผลดีก็ต้องมองว่าจะเอายามาจากไหน ซึ่งมีทางเลือก คือ 1.นำเข้าน้ำมันกัญชาจากประเทศแคนาดา หรือประเทศอื่นๆ และ 2.ไทยทำในระดับอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าไทยมีศักยภาพที่จะทำเพื่อดูแลรักษาคนในประเทศและหากมีเหลือก็ทำส่งออกขายได้
   
          “กัญชาแบรนด์ไทยดีเป็นสายพันธุ์กัญชาที่ดีที่สุดในโลกและต้นทุนการผลิตจะต่ำ มองเห็นว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยาของไทยได้ เพราะหากจะไปทำอุตสาหกรรมยาที่เป็นสารเคมีแข่งกับประเทศอื่นสู้ไม่ได้ แต่ถ้าทำจากพืชอย่างกัญชา หรือสมุนไพร เช่น ขมิ้นชัน หรือฟ้าทะลายโจรเราสู้ได้ จึงเป็นโอกาสของประเทศไทย ส่วนจะเปิดให้เอกชนดำเนินการหรือรัฐดำเนินการเองเชิงอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับนโยบายในอนาคต” นพ.โสภณ เชื่อมั่น

 

ปลดล็อก"กัญชา"สู่ยารักษาโรคสายพันธุ์ไทย(เคย)ดีที่สุดในโลก

 

          0 คาดอีก 9 เดือนได้ใช้ในคน 0
          นพ.โสภณ คาดว่าในอีก 9 เดือน หรือราวกุมภาพันธ์ 2562 ประเทศไทยจะมีกัญชาใช้ในคนโดยการนำมาศึกษาวิจัยในคนภายใต้โรคที่มีข้อมูลชัดเจนว่าสามารถใช้ได้ เนื่องจากน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติ (สนช.) และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
  
          "กฎหมายใหม่ยังกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 เหมือนเดิม เพียงแต่เปิดช่องให้รัฐมนตรีสามารถออกประกาศเพื่อให้สามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ โดยจะมีระบบควบคุมที่รัดกุม ไม่ให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางอื่น และประชาชนไม่สามารถปลูกหรือใช้เองได้จะมีความผิดตามกฎหมายเหมือนเดิม” นพ.โสภณย้ำชัด
                  
 


เปิดอ่าน