"หัวหอกคสช."ผู้นำก๊วนคนแพ้ฝันรางวัลใหญ่เก้าอี้"นายกฯ"อีกสมัย

"หัวหอกคสช." ผู้นำก๊วนคนแพ้ ฝันรางวัลใหญ่เก้าอี้ "นายกฯ" อีกสมัย!? : คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย...  สำนักข่าวเนชั่น 

 

         ความระแวงที่มีอยู่เต็มอก กับผลการ “เลือกตั้ง” ที่จะเกิดขึ้น คือเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้ “หัวหอกคสช.” ทอดเวลาในอำนาจจวนจะครบ 4 ปี หลังการ “รัฐประหาร 22 พ.ค.57”

         จากเป็นคนหย่าศึกม็อบบนท้องถนนก่อนขึ้นสู่อำนาจบริหารเบ็ดเสร็จโดยที่ไม่คิดหรือมุ่งหวังในทางการเมือง แต่วันนี้ดูเหมือนอะไรๆ จะเปลี่ยนแปลงไปกันหมด

         เห็นได้ชัดเรื่องการลงพื้นที่ถี่ขึ้นในช่วงหลัง กิริยาท่าทาง เวลาพบเจอประชาชน คล้ายถอดแบบนักการเมืองมายังไงยังงั้น แถมดูจะแฮปปี้ ดี๊ด๊า เป็นพิเศษ

         หนำซ้ำกระแสตั้ง “พรรคประชารัฐ” หรืออาจมีพรรคการเมืองตั้งใหม่ขึ้นมาหนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้นั่งนายกฯ หลัง “เลือกตั้ง” อีกสมัย

         ทว่าเกมนี้มันไม่ง่าย แม้กลไกทั้งจาก “รัฐธรรมนูญ 60” หรือพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง จะคอยสกัดคู่แข่ง โดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่ ไม่ให้ทำอะไรได้สะดวกมากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเอื้อคนที่คิดจะมีอำนาจต่อไปได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่

         ในเมื่อคิดจะเล่นในเกม “ประชาธิปไตย” คนที่มาจากเกม “รัฐประหาร” เลยต้องเตรียมตัวมากกว่าพวกมืออาชีพหลายขุม

          แค่คิดเปลี่ยนเสื้อคลุมคงไม่พอ สิ่งสำคัญอย่าง “มวลชน” หรือ “กองหนุน” ที่ต้องเร่งปั๊มเพิ่มในอัตราเร่งด่วน โดยเฉพาะผู้ที่มาทีหลัง ซึ่งมีแต่อำนาจในมือตอนนี้ กำลังหวั่นๆ การเปลี่ยนผ่านไปสู่วิถีทางที่โลกสากลยอมรับ ตามที่ “หัวหอกคสช.” ลั่นวาจาครั้งล่าสุดว่า “เลือกตั้งภายในกุมภาพันธ์ 2562”

         เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงได้เห็นความพยายาม “ดูด” อดีตส.ส. ทั่วทุกหัวระแหง จากทุกพรรคการเมือง สมใจบ้าง ผิดหวังบ้างเป็นธรรมดา

 

          โดยล่าสุดปรากฏโผรายชื่ออดีตส.ส.เหนือและอีสาน 24 คน พร้อมมาซบคนของ “รัฐบาลคสช.” ลุยงาน “การเมือง” ด้วยการ “เลือกตั้ง” แต่พอพลิกดูรายชื่อแต่ละคนล้วนไม่ใช่ผู้แทนเจ้าของพื้นที่แบบผูกขาด หรือคนที่ยืนหยัดยึดพื้นที่ได้ด้วยความนิยมของตัวเอง จะเห็นก็แต่พวกที่เคยเป็นส.ส. ด้วยความนิยมของพรรคที่สังกัดทั้งสิ้น


         มีบางคนถึงขนาดอวดรูปผ่านไลน์ถึงผู้ใหญ่ในพรรค ขณะนั่งโต๊ะพูดคุยกับคนใกล้ชิด “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ ที่ว่ากันว่าเป็นหัวขบวนเดินงานการเมือง เพื่อดัน “บิ๊กตู่” ควบเก้าอี้ “นายกฯ” อีกสมัย ซึ่งกำลังถูกจับตาทุกฝีก้าวว่าจะเคลื่อนไหวดำเนินการอย่างไร

          ทั้งนี้เมื่อผู้ใหญ่ในพรรคบางพรรคเปิดไลน์เห็นรูปดังกล่าวเข้า และรู้ว่าคนที่ส่งมานั้นเป็น 1 ใน 24 โผรายชื่ออดีตส.ส. แทนที่จะเสียดาย แต่กลับกลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่ด้วย แถมย้ำชัดด้วยว่าอย่าไปให้ราคาเลย!!!

         แต่ทำไมคนของ “รัฐบาลคสช.” ถึงให้ราคา???

         เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าในตลาดผู้แทนเวลานี้ไม่มีชอยส์หรือตัวเลือกให้คนใน “รัฐบาลคสช.” เลือกจิ้มหรือดูดเอาตามใจชอบได้มากนัก จะเหลือก็แต่คนที่พรรคอื่นไม่เอา หรือถ้าเอา เข็นยังไงก็ไม่ประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้ง

         ส่วนเหตุผลที่โผอดีต 24 ส.ส.เหนือและอีสาน โผล่มาในเวลานี้ คนก็ปรามาสไว้แล้วว่าปล่อยมาเพื่อเรียกราคา หรือไม่ก็จงใจส่งสัญญาณถึงคนอื่นๆ ที่เหลือให้รีบตัดสินมาร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน งานนี้เลยเห็นแต่คนอกหัก ไร้ที่ยืนทางการเมืองมารวมตัวกัน!!!

         หรือนี่อาจเป็นกลยุทธ์ที่คนฝ่าย “รัฐบาลคสช.” เลือกใช้ โดยเน้นโกยคะแนนแถวสอง แถวสาม จากการส่ง “ส.ส.แบบเขต” แล้วเอาคะแนนรวมรวมกัน หวังเก็บ “ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” ส่วนนี้แทน

         เหมือนกลยุทธ์ “พรรคกปปส.” ที่แว่วมาว่า แกนนำเบอร์ต้นๆ บางคนคุยสัญญาปากเปล่ากับผู้บริหารท้องถิ่นในภาคใต้ รวมถึงคนที่ตั้งใจจะลงสมัครส.ส.เขต แต่ “พรรคประชาธิปัตย์” ไม่เคยเหลียวแลแล้ว “พรรคกปปส.” จึงจะดึงตัวมาลง “ส.ส.เขต” ในนามพรรคแทน ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่ายังไงก็ต้านกระแส “ประชาธิปัตย์” ไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ต้องแพ้เสาไฟฟ้าอยู่วันยังค่ำ

         ถึงแม้จะแพ้แต่คะแนนที่ได้จากหลายๆ คนรวมกันย่อมมีโอกาสลุ้น “ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” ได้ไม่มากก็น้อย

         นี่อาจเป็นโมเดลช่วงชิง “ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” ให้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับ “ส.ส.เขต” ที่ “เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” คงกวาดเรียบ

         หลังจากนี้ต้องเกาะติดทุกฝีก้าว โดยเฉพาะที่ศูนย์กลางการบริหารประเทศ “ทำเนียบรัฐบาล” ที่สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม มือซ้ายมือขวา “สมคิด” เคลื่อนไหว วิ่งแพ็กคู่กันขาขวิดพบ “บิ๊กตู่” ที พบ “สมคิด” ที