ของจริง !!?? "ชวน รีเทิร์น" คู่ชิง "บิ๊กตู่"

ปรากฏการณ์ "มหาธีร์" ปลุกกระแส "ชวน รีเทิร์น" กลับมาอีกครั้ง แต่ในความเป็นจริงอาจจะเป็น "ชวน หลีกภัย" นี่แหละ ที่จะเป็นคู่ชิงนายกฯกับ "บิ๊กตู่"

                ปรากฏการณ์ “สึนามิมาเลเซีย” ที่ “มหาธีร์”เอาชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายไม่ได้สร้างความสั่นสะเทือนแค่การเมืองมาเลเซียเท่านั้น แต่ยังส่งผลมาถึงเมืองไทยด้วย

                นอกจากการเปรียบเทียบบริบททางการเมืองในสองประเทศ ที่บางคนมองว่ามีความคล้ายคลึงกัน กระแสหนึ่งที่เกิดขึ้นมา คือ การกลับมาของ “คนแก่” ซึ่งตอนนี้ “มหาธีร์” สร้างสถิติเป็นนายกฯที่อายุมากที่สุดในโลกไปแล้ว คืออายุมากถึง 92 ปี

                เรียก “คนแก่” บางคนอาจจะบอกฟังดูไม่ดี ควรเรียกว่า “ผู้มากประสบการณ์” จะดีกว่า

                กรณี “มหาธีร์” ทำให้กระแส “ชวน รีเทิร์น” กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

 

ของจริง !!?? "ชวน รีเทิร์น" คู่ชิง "บิ๊กตู่"

                “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนหนึ่งที่ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ เมื่อถูกให้เปรียบเทียบระหว่าง “มหาธีร์” กับอดีตนายกฯชวน

                อภิสิทธิ์ บอกว่า นายชวน อายุน้อยกว่ามหาธีร์มาก ยังมีผู้คนเคารพนับถือและศรัทธานายชวนจำนวนมาก นายชวนเป็นแบบอย่างนักการเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยที่ยังทำงานไม่หยุด เชื่อว่ามีคนไม่น้อยสนับสนุน

                ทั้งนี้ นายชวนกำลังจะมีอายุครบ 80 ปี ในเดือนกรกฎาคมนี้

                อย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์ บอกว่า "แต่ที่ผ่านมาท่านแสดงออกว่าท่านไม่รับ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องของอนาคต เพราะยังไม่รู้ว่าใครจะได้รับการเสนอให้เป็น 3 รายชื่อ ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรค ต้องรอให้มีการปลดล็อกและต้องมีการตราข้อบังคับพรรคใหม่และเลือกกรรมการบริหารใหม่ก่อน”

                สำหรับประโยคหลัง จะมองว่าเป็นการ “ตีกัน” ก็อาจจะมองได้ แต่ถ้ามองในข้อเท็จจริง ก็เป็นไปตามที่ “อภิสิทธิ์” พูด

ของจริง !!?? "ชวน รีเทิร์น" คู่ชิง "บิ๊กตู่"

(อ่านต่อ..."มาร์ค"เผยคนไม่น้อยหนุน"ชวน"นั่ง"นายกฯ"ตามรอย"มหาธีร์" )

 

                นอกจาก “อภิสิทธิ์” ยังมี “อลงกรณ์ พลบุตร” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกคน ที่ออกมาพูดสนับสนุนการกลับมาของนายชวน

                “การที่นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 92 ปี ยังสามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หลายคนก็คิดถึงท่านชวน ที่อาจมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งมานำประชาธิปไตยไทยท่านชวนเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์หากพรรคประชาธิปัตย์ มีการปฏิรูปตัวเอง สร้างวิสัยทัศน์ใหม่ ก็อาจสร้างปรากฏการณ์มหาเธร์ได้” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอก

                ถ้าจำกันได้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกิดกระแสว่า “อดีตนายกฯชวน” อาจจะมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง หลังจากมีสูตรพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์อาจจับมือกันหลังเลือกตั้ง ตอนนั้นมีการมองกันว่า “ชวน หลีกภัย” น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะถูกชูขึ้นเป็นนายกฯตามสูตรนี้ เพราะหากเป็น “อภิสิทธิ์” คนเพื่อไทยโดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงคงยอมรับไม่ได้

                ครั้งนั้นมีประเด็นด้วยว่าอาจจะมีการดัน “ชวน” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง หลังจากที่ “อภิสิทธิ์” ไม่น่าจะเป็นจุดขายที่ดีแล้ว

 

ของจริง !!?? "ชวน รีเทิร์น" คู่ชิง "บิ๊กตู่"

(อ่านต่อ..."ชวน หลีกภัย" รีเทิร์น ??)

 

                นั่นคือสถานการณ์เมื่อต้นปี

                แล้วสถานการณ์ตอนนี้ล่ะ?

                นอกจากกระแส “มหาธีร์” สถานการณ์การเมืองไทยวันนี้มีจุดไหนที่แตกต่างไปจากเดิม หรือมีปัจจัยที่จะหนุนเสริมโอกาสในการกลับมาของนายชวน เพิ่มขึ้นหรือไม่?

                ถ้ามองถึงบริบทการเมืองไทยตอนนี้ ต้องบอกว่าแตกต่างจากเมื่อต้นปีอย่างสิ้นเชิง

                จุดหนึ่งที่สำคัญ คือ ก้าวย่างทางการเมืองของฝ่าย คสช. ที่กำลังเดินเกม “ตั้งพรรค” และ “ดูด” อย่างหนัก 

                แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าสูตรการดูดของ คสช.จะเป็นอย่างไร จะเป็นการดูด “สูตรพรรคสามัคคีธรรม” ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2535 หรือ จะเป็นการดูด “สูตรป๋า” คือไม่ได้มารวมเป็นพรรคเดียวกัน แต่ก็มาสนับสนุนให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ

                และยังไม่ชัดเจนว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะเลือกที่จะเป็นนายกฯสูตรไหน “สูตรนายกฯคนใน” คืออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ที่จะต้องเปิดตัวตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง หรือจะเลือก “สูตรนายฯคนนอก”

                ถ้าเลือกสูตรแรก ข้อดีที่ชัดเจนคือ พูดได้ว่ามาตามระบบ ตรงไปตรงมา แต่ข้อเสียคือ เปิดตัวเร็ว ก็เสี่ยงโดนถล่มเร็ว ถ้าประคองตัวไม่ดีมีสิทธิ์เซ เสียศูนย์ได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า “ลุงตู่” ก็ยังคงมีมาตรา 44 เป็นตัวช่วยอยู่

                ถ้าเลือกสูตรสอง ก็ลอยตัวได้ในตอนแรก แต่บวกลบคูณหารแล้ว ต้องบอกว่าโอกาสที่จะได้มาเป็นนายกฯจะยากขึ้นไปอีก นอกจากเรื่องตัวเลขที่ต้องใช้มากกว่าสูตรแรก คือ 500 คน ขณะที่ สูตรแรกใช้แค่ 375 คน โอกาสที่นักการเมืองจะปล่อยโอกาสในการตั้งรัฐบาลให้ไปถึง “บิ๊กตู่” ก็มีน้อยเต็มที

                อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า “บิ๊กตู่” จะเลือกสูตรไหน ที่น่าจะเกิดขึ้นแน่ๆ คือ พรรคของ คสช. ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อภารกิจอุ้ม “หัวหน้า คสช.” กลับตึกไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง

                นั่นหมายถึง ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมี “พรรค คสช.” ที่ยังไม่ชัดว่าจะใช้ชื่อ “พรรคพลังประชารัฐ” หรือไม่ มาเป็นคู่แข่งในสนามด้วย

                ซึ่งก็ต้องให้เครดิตไว้ก่อนว่าพรรค คสช. จะเป็นพรรคคู่แข่ง “พรรคหลัก” อีกพรรคหนึ่ง นอกจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะส่งผลให้การเมืองแบ่งเป็น 3 ขั้ว อย่างชัดเจน

                ขั้วที่ 1 คสช. ขั้วที่ 2 พรรคเพื่อไทย ขั้วที่ 3 ประชาธิปัตย์

                แต่ถ้าจะตั้งรัฐบาลให้ได้ ต้องมีการจับกับอย่างน้อย 2 ขั้ว

                เพื่อไทย กับ คสช. คงไม่ร่วมกันแน่ ขณะที่ประชาธิปัตย์ น่าจะสามารถร่วมได้ทั้งฝั่ง คสช.และฝั่งเพื่อไทย ขึ้นอยู่กับตัวเลขหลังเลือกตั้ง อยู่ฝั่งไหนจะลงตัว และต่อรองได้มากที่สุด

                “หลังเลือกตั้งยังไงพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เป็นรัฐบาล แต่จะถึงเป็นนายกฯหรือไม่ ยังต้องดูตัวเลขหลังเลือกตั้ง” คนในพรรคประชาธิปัตย์วิเคราะห์

                สำหรับคนที่เป็นหัวหน้าพรรคอาจจะยังเป็น “อภิสิทธิ์” เหมือนเดิม แล้วสร้างความเป็น “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่” ด้วยการเอาคนรุ่นใหม่ เช่น “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ มาขาย เพราะหากให้ “ชวน” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เท่าที่ฟังจากเสียงสะท้อนภายนอก และสุ้มเสียงจากคนในพรรค น่าจะไม่เป็นผลดี

                แต่จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่บัญชีรายชื่อบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯมากกว่า ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้แต่ละพรรคเสนอได้ไม่เกิน 3 รายชื่อ

                ซึ่งค่อนข้างนิ่งแล้วว่า 1 ใน 3 ชื่อ น่าจะมี “ชวน หลีกภัย” อยู่ด้วยแน่ๆ ไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

                “หากพรรคเพื่อไทยชนะมาถล่มทลาย หรือถ้ารวมกับพรรคอนาคตใหม่แล้วได้เสียงเกินครึ่ง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไปสกัดไม่ให้คนของเพื่อไทยเป็นนายกฯ แต่ถ้าเพื่อไทยได้มาไม่มากไม่ถึง 200 และประชาธิปัตย์ได้มาไม่น้อย เช่น 150 เสียง ประชาธิปัตย์ก็จะสามารถต่อรองตำแหน่งนายกฯได้หรือถ้ามองอีกด้าน ถ้าจะไปจับมือกับพรรค คสช.ก็เป็นลักษณะเดียวกัน” แหล่งข่าวคนเดิมจากพรรคประชาธิปัตย์วิเคราะห์

                ถามว่าหากจะดันคนพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นนายกฯในสูตรการต่อรอง “ใคร” จะเป็นคนที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับได้มากที่สุด

                สุดท้ายชื่อคู่ชิงนายกฯกับ “บิ๊กตู่” อาจจะเป็น “ชวน หลีกภัย” ก็ได้ !!

 

เรื่องโดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

 

ของจริง !!?? "ชวน รีเทิร์น" คู่ชิง "บิ๊กตู่"

(อ่านต่อ...หักปากกาเซียน!! "มหาธีร์" พาฝ่ายค้านโค่นรัฐบาลสำเร็จ )