
ประชาธิปัตย์ยุคใหม่ !! "มาร์ค" ดัน "ไอติม" สู้ "ธนาธร"
(ขยายปมร้อน) ประชาธิปัตย์ยุคใหม่ !! "มาร์ค" ดัน "ไอติม" สู้ "ธนาธร"
หลังจากพรรคใหม่ขยับเปิดตัวกันไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วันที่ 1 เมษายน ก็ถึงคิวพรรคเก่าขยับกันบ้าง
การขยับครั้งแรกของพรรคการเมืองเก่า นี้ก็เป็นไปตามคำสั่ง คสช. ที่ให้สมาชิกพรรคเก่าต้องมายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคพร้อมจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน หากภายใน 30 วันไม่มายืนยันก็ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค
ปมนี้ สองพรรคใหญ่ คือประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ได้ส่งเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาว่าเป็นข้อกำหนดที่ลิดรอนสิทธิ ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเดิมพรรคมีเวลาดำเนินการเรื่องสมาชิกพรรคได้ถึง 90 โดยไม่มีการกำหนดว่าสมาชิกต้องทำหนังสือยืนยัน และไม่ได้กำหนดว่าต้องเสียค่าบำรุงพรรคเลยทันที แต่ให้เสียภายหลังโดยกำหนดเป็นระยะๆ ไป นานสุดได้ถึง 4 ปี
ตรงนี้เองที่ถูกมองว่าเป็นการ “รีเซต” สมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ทำให้พรรคเก่าเสียเปรียบ
และล่าสุดผู้ตรวจการก็เห็นว่าคำสั่งนี้เป็นภาระและลิดรอนสิทธิ์ ขัดรัฐธรรมนูญ และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย (อ่านต่อ...มติผู้ตรวจฯพ.ร.บ.พรรคการเมืองขัดรธน.)
นั่นเป็นรายละเอียดในข้อกฎหมาย แต่ก็มองข้ามไม่ได้ เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญก็อาจจะเป็นเรื่อง
แต่อีกจุดที่น่าสนใจในการขยับอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพรรคการเมืองเก่า คือ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ถือโอกาสประกาศนโยบายของพรรคภายใต้สโลแกน “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่ สร้างใหม่สังคมไทย”
ในการแถลงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ของอภิสิทธิ์ ได้ตอกย้ำความเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ทั้งจากภาพโลโก้พรรคที่มีคำว่า “ยุคใหม่” เพิ่มไปที่ชื่อพรรค และการนำเสนอจุดขายและนโยบายที่พยายามแสดงให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่
จุดขายหนึ่งที่ประชาธิปัตย์งัดออกมา คือ การที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้าพรรค โดยจะกำหนดเป็นข้อบังคับพรรคเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคได้โดยตรง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง
อีกจุดขายสำคัญที่ “อภิสิทธิ์” ประกาศ คือ การสร้างใหม่สังคมไทย ด้วยการปฏิรูปที่ยึดหลักลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจประชาชน จะนำไปสู่ 5 เสาหลัก คือ เศรษฐกิจยุคใหม่ การศึกษายุคใหม่ ราชการยุคใหม่ การเมืองยุคใหม่ และ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมยุคใหม่
อภิสิทธิ์ บอกด้วยว่า การปฏิรูปของ คสช.ในช่วงช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และอาจจะทำต่อไปอีก 1 ปี ไม่ได้ตอบโจทย์นี้
แน่นอน นอกจาก การตอกย้ำ ความเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่แล้ว ในการแถลงประมาณ 40 นาที “อภิสิทธิ์” ยังพยายามจะสลัดภาพการเป็นพรรคที่หนุน คสช.ด้วย แถมในการให้สัมภาษณ์หลังจากนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังบอกด้วยว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรค ไม่ว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นใครก็ตาม ส่วนใครที่จะออกนอกแถวไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ไปทางเลือกอื่น ไม่ต้องมาที่นี่
ย้อนกลับก่อนที่ “อภิสิทธิ์” จะมาขาย “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่” เมื่อสัปดาห์ก่อน มีการจัดเวที “วาระประเทศไทย” โดย “สุทธิชัย หยุ่น” มีนักการเมืองรุ่นเก๋าอย่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย อนุทิน ชาญวีรกุล จากพรรคภูมิใจไทย และมี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นักการเมืองหน้าใหม่ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ที่กำลังถูกจับตา ไปร่วม
ปรากฏว่าประชาธิปัตย์ส่ง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ์ หลานชายอภิสิทธิ์ไปร่วม แม้ไม่มีการบอก แต่ก็น่าจะสามารถพูดได้ว่างานนี้ “อภิสิทธิ์” น่าจะส่ง “ไอติม” ไปทดสอบ ซึ่งก็ต้องบอกว่า วันนั้น “ไอติม” ทำผลงานได้ไม่เลว
(อ่านต่อ....ไม่เอารัฐประหาร!! สุดารัตน์-อนุทิน-ธนาธร ประสานเสียง)
นอกจากได้เทียบชั้นรุ่นเก๋า ในเวทีนั้น “ไอติม” ยังมีโอกาสได้เทียบฟอร์ม กับ “ธนาธร” ด้วย
“ไอติม” ประกาศชัดเจนถึงการเข้าสู่เส้นทางการเมือง ว่า จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปัตย์ยุคใหม่ โดยในเวทีเขาพูดจาคล่องแคล่ว ฉะฉาน ด้วยลีลาที่เรียกได้ว่า “โคลนนิ่ง” อภิสิทธิ์มาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าภาพที่ออกมาเหมือนอภิสิทธิ์มากๆนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นจุดแข็งอย่างเดียว
ขยับออกมามองภาพใหญ่ของการเมืองตอนนี้ ก็ต้องบอกว่าการเดินเข้าสู่สนามการเมืองของ “ธนาธร” ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญ
ด้านหนึ่งจากภาพความเป็นคนรุ่นใหม่ ทำให้ตอนนี้แต่ละพรรคโดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่ พยายามให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ในพรรคมากขึ้น
พรรคประชาธิปัตย์ มี “ไอติม” ที่จะก้าวเข้าสู่สนามการเมืองในวัยเพียง 26 ปีเป็นจุดขาย อายุน้อยกว่าตอนที่อภิสิทธิ์ ลงสนามครั้งแรกปี 2535 ด้วยซ้ำ ตอนนั้นอภิสิทธิ์อายุ 27 ปี
ขณะที่ฝั่งเพื่อไทย ก็ปัดฝุ่นคนรุ่นใหม่ในพรรคออกมาขาย โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกหลานอดีต ส.ส.ในพรรค
แม้แต่การประกาศนโยบายประชาธิปัตย์ “ยุคใหม่” ก็ไม่อาจบอกได้ว่าไม่เกี่ยวกับการก้าวเข้ามาของ “ธนาธร”
“กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ” แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ขยายความถึงจุดขาย “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่” ว่า ทางพรรคต้องการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกๆด้าน
สำหรับเรื่องคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองนั้น กอร์ปศักดิ์ บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบที่มีคนรุ่นเก่าอยู่ด้วย เพราะการผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่เป็นเรื่องที่ดี ลำพังคนรุ่นใหม่ ที่ไม่มีประสบการณ์ หากจะเข้ามาบริหารประเทศเลยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย "เพราะประเทศไทยไม่ใช่ร้านขายกาแฟ"
ต้องรอดู เพราะนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น !!
เรื่องโดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ คมชัดลึกออนไลน์
***เรื่องที่เกี่ยวข้อง
"อภิสิทธิ์" ขายฝัน ปชป. "ยุคใหม่" หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค
อย่ามาที่นี่!! "มาร์ค"ตะเพิด สมาชิก ปชป.นอกแถว หนุน "บิ๊กตู่



