royal coronation
วันที่ 24 สิงหาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ป.ป.ส.ผนึกประเทศลุ่มน้ำโขงทลายเครือข่ายยาฯสามเหลี่ยมทองคำ

วันที่ 24 มีนาคม 2561 - 17:25 น.
เส้นทางขนยาเสพติด,เลขา ปปส,สามเหลี่ยมทองคำ,เมียนมา,ไทย,ลาว,นายธนากร คัยนันท์ ผอปปสภาค 7,นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ปปส,นายธันวา ผุดผ่อง,190ล้านาท,โฮโรอิน,ฝิ่น,กัญชา,กรุงเทพฯ
Shares :
เปิดอ่าน 1,092 ครั้ง

ป.ป.ส.ไทยผนึกกลุ่มประเทศกลุ่มแม่น้ำโขง ทลายเครือข่ายยาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำ..ติดตามเรื่องนี้กับ "คมชัดลึกออนไลน์"

 

         หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดมีข้อมูลว่า ในแต่ละปีในย่านสามเหลี่ยมทองคำรอยต่อระหว่างเมียนมา ไทย และลาว ปลูกฝิ่นได้กว่า 650 ตัน เมื่อนำไปผลิตเป็นเฮโรอีนแล้ว จะได้จำนวนมากถึง 60 ตัน และยังมียาบ้าอีก 1,000 ล้านเม็ด ไอซ์อีก 20 ตัน ถูกผลิตขึ้นในดินแดนแห่งนี้

         ปริมาณของยาเสพติดที่ผลิตได้ในสามเหลี่ยมทองคำมีมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตะวันออกกลาง หรือที่เรียกกันในกลุ่มมือปราบยาเสพติดว่าแหล่งพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งมียอดการผลิตยาเสพติดที่สูงกว่าไม่มากนัก

 

         แม้แต่ละประเทศรอยต่อของสามเหลี่ยมทองคำพยายามสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดจากบริเวณนี้ทะลักออกนอกพื้นที่ แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก

         เหตุผลหนึ่งเพราะแหล่งผลิตยาเสพติดแทบทั้งหมดอยู่ในเขตอิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธ และที่สำคัญลักษณะภูมิประเทศของบริเวณนี้ที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน เป็นเส้นทางสัญจรเชื่อมระหว่างประเทศที่ค่อนข้างสะดวก

         ระยะทางกว่า 265 กิโลเมตรของแม่น้ำโขง จากท่าเรือกวนเล่ย ทางตอนใต้ของจีน ถึงท่าเรือเชียงแสนของไทยเชื่อมต่อ 4 ประเทศคือ จีน เมียนมาร์ ลาว และไทย ถูกระบุว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่เครือข่ายค้ายาเสพติดใช้เป็นเส้นทางขนยาเสพติด เพราะเวลาเพียง 15 นาที ก็สามารถอาศัยแม่น้ำโขงลำเลียงยาเสพติดจากประเทศหนึ่งสู่ประเทศหนึ่งได้ไม่ยากนัก

 

 

         ข้อมูลการข่าวพบในย่านสามเหลี่ยมทองคำ มีโรงงานผลิตยางเสพติดคือยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน อยู่ 12 แห่ง ในจำนวนนี้มี 3 แห่ง ที่ลอบนำยาเสพติดเข้าไทยทางชายแดนภาคเหนือ

         “ผู้ผลิตยาเสพติดทุกกลุ่มในสามเหลี่ยมทองคำยังเร่งผลิตยาเสพติดและส่งเข้ามาในไทย รวมถึงประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซี่ยน ประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง ทั้งในเมียนมา ลาว กัมพูชา หรือแม้กระทั่งจีน ต่างได้รับผลกระทบมียาเสพติดทะลักเข้าในทุกประเทศในภูมิภาคนี้” นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว

         นอกจากแม่น้ำโขงซึ่งถูกใช้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำแล้ว เครือข่ายยาเสพติดยังใช้เส้นทางบกในการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ผลิตสู่โลกภายนอกด้วย

         นั่นคือถนนสายอาร์สามเอ ที่เชื่อมต่อระหว่างจีน-ไทย ระยะหลังมานี้ ถูกใช้ลำเลียงยาเสพติดจากเมืองจิ่งหง มณฑลยูนนาน ของจีนเข้าสู่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย

 

 

         ไม่ต่างจากถนนสายอาร์สามบี ที่ถูกใช้ลำเลียงยาเสพติดจากเมืองจิ่งหงเข้าสู่เมืองลาของเมียนมา เข้าสู่เมืองเชียงตุง เข้า อ.แม่สาย จ.เชียงราย และเมื่อถูกสกัดกั้น จึงเปลี่ยนไปใช้เส้นทางจากเมืองพยากของเมียนมาเข้าไปทางบ้านเชียงกกของลาว ต่อไปยังด่านเมืองสิงห์เข้าสู่หลวงพระบาง เวียงจันทร์แล้ววกกลับเข้าไทยทาง จ.หนองคาย จ. เลย และ จ.บึงกาฬ อีกเส้นทางคือ จากเมืองเมียวดี ของเมียนมา เข้าสู่ อ.แม่สอด จ.ตาก จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก และ จ.อุตรดิตถ์

           หลายปีที่ผ่านมาไทย เมียนมา ลาว และจีน ผนึกกำลังในแผนแม่น้ำโขงปลอดภัย 4 ประเทศ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดที่ลำเลียงตามแม่น้ำโขงและไทยรับเป็นเจ้าภาพ ในระยะ 2 เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2558

          แต่เพราะแหล่งผลิตอยู่ในเขตอิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธ การปราบปรามจึงทำได้ยาก ส่วนการสกัดกั้นก็เข้มแข็ง ทำให้มีการเปลี่ยนไปใช้เส้นทางผ่านลาววกกลับเข้าไทยทางภาคอีสานและลักลอบไปทะเลด้านตะวันตกและบังคลาเทศมากขึ้น

 

 

          “บ้านเราสกัดกั้นอย่างแข็งแรงในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้เครือข่ายยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางไปเข้าทางภาคอีสานแทน และระยะหลังพบว่า ได้ออกไปทางบังคลาเทศและรัฐยะไข่ ของเมียนมากขึ้นเพื่อออกสู่ตลาดโลกทางทะเลอันดามัน ซึ่งเราต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกประเทศเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงยาเสพติดออกจากแหล่งผลิตให้ได้” นายธันวา ผุดผ่อง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย กล่าว

         ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้ทั้ง 4 ประเทศมีมติร่วมกันขยายแผนระยะ 3 ปีดึงกัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งประสบปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำเข้าร่วมเป็น 6 ประเทศ เรียกแผนปฏิบัติการนี้ว่า “ปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ ภายใต้โครงการแม่น้ำโขงแม่น้ำโขงปลอดภัย 3 ปี”

            ซึ่งนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันว่า การดำเนินงานตามโครงการนี้ประสบผลสำเร็จอย่างมาก สามารถ เพราะการร่วมมือกันระหว่าง 6 ประเทศ ทำให้สามารถยึดสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดได้กว่า 200,000 กิโลกรัม และยังสามารถทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดได้ถึง 3 แห่ง

 

 

           แผนปฏิบัติการเชิงรุกนี้จะปิดล้อมเป้าหมาย 11 จุดสำคัญ โดยเฉพาะสกัดสารตั้งต้น และต่อสู้กับโรงงานผลิต ประกอบด้วย ชายแดนอินเดีย-เมียนมาร์ บริเวณจุดผ่านแดนมอเรย์-ตามู ชายแดนจีน ด้านตะวันตกของมณฑลยูนนาน-เมียนมา ด้านตะวันออกและทางเหนือของด่านตรวจชายแดนเมืองชานและชายแดนรูลี-มูส ชายแดนของจีน

         โดยเฉพาะสิบสองปันนาและตอนใต้ของมลฑลยูนนาน ชายแดนภาคเหนือของไทย บริเวณ แม่น้ำโขงจากท่าเรือกวนเหล่ย-ท่าเรือเชียงแสนพื้นที่ลาวด้านติดแม่น้ำโขงเข้ามายังแขวงหลวงน้ำทาและแขวงบ่อแก้ว ด่านหน้าเมืองจังหวัดเซินลา ด้านเวียดนาม-ลาว พื้นที่แม่น้ำโขงตอนล่าง 3 พื้นที่สำคัญ คือ อุบลราชธานี จำปาสัก สตึงเตรง และเขตติดต่อกับพระวิหาร ชายแดนลาว-ไทย ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือชายแดนไทย-เมียนมา และพื้นที่เมืองเชียงตุง

 

 

         ส่วนการสกัดกั้นยาเสพติดที่ทะลักเข้าไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดประสานทางการเมียนมาปิดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ซึ่งเดิมเคยเข้าไทยบริเวณแนวตะเข็บชายแดน จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน มีหมู่บ้านตามแนวชายแดนเป็นแหล่งพัก ก่อนส่งให้เครือข่ายในจังหวัดภาคกลาง แหล่งใหญ่ที่สุดคือ จ.อยุธยา จ.ลพบุรี และ จ.สระบุรี

          เมื่อมีการเข้มงวดมากขึ้นเครือข่ายยาเสพติดจึงเปลี่ยนเส้นทาง ไปใช้พื้นที่ภาคตะวันตก โดยเฉพาะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ลำเลียงยาเสพติดจากกลุ่มว้าเข้าไทย โดยยาเสพติดกลุ่มนี้มีฐานการผลิตอยู่ทางตอนเหนือของเมียนมา ลำเลียงผ่านเมืองพญาตองซู มีเครือข่ายขนยาเสพติด 3 กลุ่มใหญ่ มีตัวการสำคัญ อยู่ในกองกำลังของชนกลุ่มน้อย เชื่อมโยงกับเอเย่นต์รายใหญ่ในฝั่งไทย

 

 

        “เส้นทางที่พบใหม่คือช่องทางพุน้ำหยด ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใกล้กับด่านสิงขร ซึ่ง ป.ป.ส. ได้ประสานหน่วยงานชายแดนให้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดแล้ว โดยข้อมูลการข่าวพบเบาะแสกลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธอาจมีส่วนพัวพัน” นายธนากร คัยนันท์ ผอ.ปปส.ภาค 7 ให้ข้อมูล

         ยาเสพติดที่เข้ามาในไทย ถูกกระจายสู่นักเสพในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แต่ปลายทางหลักคือภาคใต้ บางส่วนถูกส่งไปยังมาเลเซีย แม่น้ำโกลก คือเส้นทางหนึ่งที่พบการเคลื่อนไหว วิธีการลำเลียงมีทั้งที่ใช้รถยนต์ ซึ่งมีการจับกุมได้บ่อยครั้ง ทำให้ระยะหลังเปลี่ยนมาส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต้องประสานไปรษณีย์และบริษัทขนส่งให้เข้มงวดในการตรวจสอบ นำมาสู่มาตรการให้ผู้ใช้บริการแสดงบัตรประชาชนเป็นหลักฐาน

 

 

          นอกจากนี้ยังเปิดสายด่วน 1386 เพื่อรับแจ้งเบาะแสยาเสพติดจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะนำมาสู่การตรวจสอบและกวาดล้างจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งใน 3 เดือนสุดท้ายของปี พ.ศ.2560 เบาะแสที่ได้จากสายด่วน 1386 นำมาสู่การจับกุมคดียาเสพติดไทยได้ 69,297 คดี ผู้ต้องหา 75,182 ราย ยึดทรัพย์ได้กว่า 190 ล้านบาท

----------//------------

Shares :
เปิดอ่าน 1,092 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ