งานวิวาทะประชาธิปไตย ของคนอยากเลือกตั้ง กับ คนอยากมากกว่า!?

ถามว่า ใครคือคนอยากเลือกตั้ง และใครคือคนที่อยากเลือกตั้งมากกว่า! ต้องไปคิดกันเอาเอง.. แต่ที่แน่ๆ เพียงเท่านี้ ก็ทำเอาสังคมออนไลน์ร้อนฉ่าขึ้นมาทันที!

          มาแล้ว..มาไล่ๆ กันเลย ระหว่าง ฝ่ายอยากเลือกตั้ง กับฝ่ายอยากมากกว่า?

          ฝ่ายแรก ไม่ใช่ใครเลย คือ “พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค” ของน้องๆ ที่เรื่องการบ้านการเมือง พี่แกก็รู้รอบ รอบรู้ มีแนวคิดมุมมองที่ลึกล้ำคาดไม่ถึงออกมาทางสังคมออนไลน์อยู่เสมอ

          ล่าสุดนี้เลย แรงมาก!! เพราะออกมาโพสต์เฟซบุคว่า “อยากเลือกตั้งมั่งอ้ะแม่ประไพ พ่อทิดเอิบ..”

          ตอนแรกก็ทำเอาแฟนคลับที่รักกันมา ขยี้ตาอ่านใหม่ ถามกันว่าพี่แกคิดอะไรอยู่ อะไรเข้าฝัน!!

          พอเลื่อนลงไปอ่านใจความทั้งหมดเท่านั้น เลยถึงบางดี้ !!

          เพราะทั้งหมดนั้น ยังสะท้อนความเป็นพี่ดี้แบบที่เราคุ้นเคยกันดี ลึกซึ้ง คมคาย บาดอารมณ์ ถึงใจ

          โดยระบุ ถ้อยคำทั้งหมด ดังนี้

          อยากเลือกตั้งมั่งอ้ะแม่ประไพ พ่อทิดเอิบ..แต่มีคำถามในใจตัวเอง ดังต่อไปนี้...คำว่า "มึง" คือฉันถามตัว "กู" เองจ้ะ

          1.มึงจะเป็นคนเลือก...มึงจะเลือกใครวะ มึงก็เลือกมาแล้วหลายที เลือกมาแล้ว มันก็งั้น ๆ จะเลือกหรือไม่เลือก ก็ไม่เห็นแตกต่าง

          2.หรือกูจะเสนอตัวเป็นคนให้เขาเลือก....กูจะได้ไปทำแบบที่กูคิดไว้ว่าดี แต่กูจะไปสมัครที่ไหน พรรคไหน เขาจะรับกูไหมถ้าเขารู้ว่า กูไม่ชอบคำว่า "มติพรรค"

          3.รัฐธรรมนูญไม่ให้คนลงการเมืองเป็น สส.อิสระ ต้องอยู่ในพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น ต้องทำตามมติพรรค...เออ แค่นี้ก็เผด็จการในพรรคละ ประชาธิปไตยตรงไหนวะ

          4.แต่ถ้าอิสระได้หมด..ใครอยากสมัครเป็นผู้แทน ก็อิสระ ก็เข้าใจได้เลยว่า ส่วนหนึ่งอาจจะมีความคิดเป็นของตัวเองสูงที่จะทำงานเพื่อชาติโดยไม่คิดถึงพวกพ้อง....แต่ส่วนที่เป็นปัญหาคือ...แม่งพร้อมจะขายตัวยกมือ....คือเป็นกะหรี่การเมืองขายปลีก....วุ้ย กลุ้มใจ

          5.งั้นขอตั้งพรรคใหม่ละกัน...ชาวบ้านธรรมดาที่ก็เป็นคนไทยที่อยากทำงานให้บ้านเมือง ที่ไม่ใช่สองสามพรรคใหญ่นั่น...ตั้งพรรคใหม่แล้วจะรอดไหมจ๊ะ

          6.ต่อจากข้อที่ห้า...การอยากอาสาเข้าไปทำงานการเมือง ต้องมีเงินแค่ไหน...ต้องมีเงินด้วยหรือ

          7.คนจน คนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือน รวมเงินได้ ตั้งพรรคได้ไหม อันนี้ถามจริงๆ...หมายถึงไม่ใช่แค่ตั้งพรรคไปอย่างสิ้นหวังนะ...อันนั้นรู้ว่ามีกฎหมายว่าตั้งพรรคได้...แต่พรรคเบี้ยน้อยหอยน้อยมันเคยเกิดขึ้นไหม

          8.ประชาธิปไตยย่อมเป็นญาติกับเสรีนิยม...และเสรีนิยมเป็นญาติกับทุนนิยมไหม แล้วทุนนิยมมันจะย้อนกลับไปเป็นญาติที่แท้จริงกับประชาธิปไตยเพื่อปวงชนไหม...

          9.สิ่งหนึ่งที่ฉันสับสนคือ...เผด็จการในเมืองไทยวันนี้ เป็นเผด็จการที่หน่อมแน้ม รู้สึกผิดว่าตัวเองมาจากวิธีที่เขาหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย...จะเด็ดขาดก็ไม่กล้าเด็ดขาด แถมยังเฟอะฟะอีกหลายเรื่องให้อีกฝ่ายเย้ยหยันได้ตลอดเวลา...

          แต่ฝ่ายที่ต่อต้านเผด็จการ...อยากเลือกตั้ง...เคลื่อนไหวไปเรื่อย...

          ซ้ำๆซากๆ...ไม่มีข้อเสนออะไรเลย...ย้ำ ไม่มีข้อเสนออะไรเลย นอกจากอยากจะมีเลือกตั้ง...

          ประชาธิปไตยคือเผด็จการอีกรูปแบบหนึ่งที่ห่อหุ้มแพกเกจให้ดูงดงาม ถ้าหากยังตอบคำถามเก้าข้อของฉันนั้นไม่ได้...

          ประชาธิปไตยแบบอนาล็อก...ตั้งแต่ 2475 มันไม่เวิร์คละ...

          ตอนนี้ต้องประชาธิปไตยแบบดิจิตอลโซเชียลมีเดียละ เผด็จการก็ไม่รอด... ประชาธิปไตยทุนนิยม...เสรีนิยมสร้างภาพ..ก็จะไม่รอด..

          ตอนนี้โซเชียลมีเดีย....สร้างสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงละแม่เอ๋ย

          แม่ประไพเอ๋ย...เปิดหูเปิดตาเถิด… และเข้าใจไว้ด้วย..ว่า ประชาธิปไตย ห่าเหวนี่...ถ้าไม่มีเงิน ตั้งรรคการเมืองไม่ได้ดอก สมัคร สส.ไม่ได้ เลือกตั้งใช้เงิน...

          แล้วจะมีใครที่จะเสียสละทำงานเพื่อชาติ...โดยที่ต้องเสียเงินอีกต่างหาก แบกงาน แถมยังพร้อมโดนด่า...มันถึงได้ต้องเอาคืนไง...

          วงจรเอาเงินคืนมันถึงได้เกิดขึ้น… ประเทศไทย...ไม่เหมาะกับระบอบประชาธิปไตยแบบฝรั่ง

          ประเทศไทย...เหมาะกับประชาธิปไตยแบบพ่อขุนรามฯ

          แล้วจะบอกให้เลยว่า ประชาธิปไตยแบบพ่อขุนรามคำแหงมหาราช...โคตรจะจริงใจ ไม่ดัดจริตแบบกระบวนการรัฐสภาห่าหอย...

          ฉันอยากเลือกตั้งเหมือนกันนะ...

          แต่ช่วยตอบคำถามหน่อยว่ามึงจะเลือกตั้งไปทำห่าไร...หรืออยากเลือกตั้งแค่ให้คุณประยุทธ์ จันทร์โอเค...เด้งไปไกลๆ

          ฉันก็ชอบแกนะ...แต่พักหลังแกเสียรูปมวยไปเยอะ...ยิ่งรุ่นพี่แก ยิ่งโดนโห่...ฉันก็โห่ แต่ตอบคำถามฉันหน่อย เก้าข้อนั่น.

          จะเลือกตั้ง… ฉันอยากตั้งพรรค อยากสมัครทำงานการเมือง… มีเงินในกระเป๋าอยู่ สองร้อยห้าสิบบาท...ตั้งพรรคได้ไหม...”

 

งานวิวาทะประชาธิปไตย ของคนอยากเลือกตั้ง กับ คนอยากมากกว่า!?

 

          หลายคนอ่านแล้ว ไม่แปลกใจ เพราะ สำหรับ ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาคแล้ว หลายคนรู้ดีว่า เขามีมุมมองทางการเมืองแบบไหน วันนี้พี่พยายามตีแผ่ให้เห็นทุกด้าน

          แต่มีคนๆ หนึ่งที่อดใจไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาฉะกลับพี่ดี้กันสักตั้ง คือ ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ 1 ใน 7 แกนนำที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งคสช. มาตรา 116 จากกรณีร่วมกันคัดค้านการยืดเลือกตั้ง 90 วัน บริเวณสกายวอล์ก เมื่อวันที่ 27 ..ที่ผ่านมา

          วันนี้เธอออกมาตอกกลับนักแต่งเพลง ผ่านทางเฟซบุค bow nuttaa mahattana ว่า

          ตอนแรกว่าจะนั่งไล่ตอบคำถามพี่ดี้ทีละข้อ แต่อ่านไปอ่านมาพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ในคำถาม แต่อยู่ที่การขาดจินตนาการและความไว้เนื้อเชื่อใจในเพื่อนร่วมชาติของพี่ดี้เอง”

          พี่ดี้และเพื่อนควรพิจารณาตั้งต้นบนจุดใหม่ จุดที่เชื่อว่าชาวไทยทุกคนล้วนอยากมีอนาคตที่ดี เมื่อเชื่อได้อย่างนี้จะเห็นความเป็นไปได้อีกมากมาย ใครอยากตั้งพรรคการเมืองใหม่หากมีไอเดียที่ดีพอย่อมสามารถโน้มน้าวผู้คนและระดมทุนให้มาร่วมกันสร้างความฝันนั้นได้”

          แต่หากทำไม่ได้ให้ประเมินตนและพิจารณาความได้เรื่องได้ราวของไอเดียตัวเองก่อนจะโทษทุนนิยม” พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ก็มีจุดเริ่มต้นจากการนับหนึ่งทั้งสิ้น เป็นการนับหนึ่งบนจินตนาการถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ้นหวังตั้งแต่ยังไม่เริ่มแบบที่พี่ดี้แสดงออกผ่านการคร่ำครวญกับตัวละครในภาพอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

          แม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการที่ทำให้หลายคนสิ้นหวัง ก็ไม่อาจอยู่ชั่วฟ้าดินสลายหากคนในชาติชัดเจนในความต้องการของตนที่จะแก้ไข มนุษย์เคยพาตัวเองไปได้ไกลกว่าดวงจันทร์ จะกลัวอะไรกับการหาวิธีแก้ตัวอักษรบนกระดาษ”

          วิธีการนั้นมีอยู่แล้วและมีได้หลากหลาย หากพร้อมรับฟังคงจะได้อภิปรายกันในโอกาสต่อไป

          การนับหนึ่งในวันนี้เริ่มที่การเปิดพื้นที่ ให้ทุกคนมีสิทธิมีเสียงและมีความหวัง ที่เหลือจะไปได้ไกลแค่ไหนอยู่ที่ศักยภาพ สองมือหนึ่งสมองของทุกคนรวมกัน ได้แค่ไหนคือเก่งแค่นั้นไม่ต้องไปโทษใคร”

          และประโยคเด็ดซี๊ดซ๊าด...........คือ

          คนอย่างพี่ดี้เองก็ยังทำอะไรได้อีกมากถ้าไม่ขาดจินตนาการ”

          ความหวาดระแวงประชาธิปไตยคือความหวาดระแวงในเพื่อนร่วมชาติ หยุดความคุ้นชินกับภาพจำเดิมๆ แล้วเปิดทางให้จินตนาการใหม่ คนไทยใจเสาะหรือใจสู้ จะสร้างอนาคตแบบไหนให้ตัวเอง เราก็จะได้เห็นไปด้วยกัน”

 

งานวิวาทะประชาธิปไตย ของคนอยากเลือกตั้ง กับ คนอยากมากกว่า!?

 

          อ่านแล้ว หลายคนจะคิดเห็นยังไง ก็คงต้องเป็นไปตามหัวใจที่เชื่ออยู่แล้วของตนเอง

          ส่วนจะถามว่า ใครคือคนอยากเลือกตั้ง และใครคือคนที่อยากเลือกตั้งมากกว่า! ต้องไปคิดกันเอาเอง..

             นี่ยังมี นักวิชาการ "เกษียร เตชะพีระ" ที่ทนไม่ไหวแล้วจ้า ....ออกมาตอบโต้เช่นเดียวกัน  โดยตอบมาสั้นๆ ว่า

         "ถ้า "เผด็จการ" ก็คือ "ประชาธิปไตย" อีกรูปแบบ ทำไมไม่ถาม "เผด็จการ" ๙ ข้ออย่างที่ถาม "ประชาธิปไตย" ฟระ?

งานวิวาทะประชาธิปไตย ของคนอยากเลือกตั้ง กับ คนอยากมากกว่า!?

 

          เพียงเท่านี้ ก็ทำเอาสังคมออนไลน์ และสังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆ ร้อนฉ่า!!!ขึ้นมาทันที

 

////////////

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุค นิติพงษ์ ห่อนาค

เฟซบุค Kasian Tejapira

และ bow nuttaa mahattana