ไพรอำพราง ปม "เปรมชัย" การเมืองก่อสร้าง

ว่ากันว่า สายสัมพันธ์ทางใจของ น.พ.ชัยยุทธ รุ่นพ่อของ เปรมชัย กรรณสูต กับอัศวินผ้าขาวม้าแดงนั้น ลึกซึ้งกินใจกันเอามากๆ

           คดี “ทุ่งใหญ่ 2561” กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย มีการแสดงความเห็นผ่านสื่อโซเชียลมากมาย โดยเฉพาะกระแสคนรักป่าและสัตว์ป่า มันไหลเชี่ยวคล้ายน้ำหลาก

           อีกเรื่องหนึ่งที่พูดกันเยอะ การเมืองเรื่องจับเปรมชัยกลางป่า เพราะหลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า เป็นทฤษฎีสมคบคิดหรือเปล่า? มีใครได้ ใครเสียจากกรณีทุ่งใหญ่ภาค 2 บ้าง?

           บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ (ไอทีดี) ของตระกูล “กรรณสูต” รับเหมาก่อสร้างงานของภาครัฐ มายาวนานเกือบ 60 ปี ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับ “ผู้มีอำนาจ” ในรัฐบาล ทั้งรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

           ขออ้างอิงงานวิจัยเรื่อง “ก่อสร้างการเมือง-การเมืองก่อสร้าง” ศึกษาโดย นพนันท์ วรรณเทพสกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พบสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่าง “ทุนก่อสร้าง” กับการเมือง 

           ตั้งแต่ก่อนปี 2540 จนถึงยุครัฐบาลทักษิณ มีนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเข้ามาอยู่ในพรรคการเมืองไทยถึง 75 ตระกูล แยกเป็นพรรคไทยรักไทย 36 ตระกูล,พรรคชาติไทย 13 ตระกูล,พรรคชาติพัฒนา (ขณะนั้น) 6 ตระกูล,พรรคความหวังใหม่ (ก่อนรวมกับไทยรักไทย) 5 ตระกูล, พรรคเสรีธรรม (ก่อนรวมกับไทยรักไทย) 3 ตระกูล และพรรคประชาธิปัตย์ 13 ตระกูล

           โฟกัสเฉพาะอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ (ไอทีดี) เมื่อ น.พ.ชัยยุทธ กรรณสูต ร่วมก่อตั้งบริษัทกับนักธุรกิจอิตาเลียน และปี 2501 อิตาเลียนไทยฯ กระโจนเข้าสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนั้น เป็นช่วงเวลาที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศ ตามแผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 จึงทำให้งานพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานเกิดขึ้นอย่างมาก เช่น การสร้างทางสายยุทธศาสตร์ในชนบท

           ว่ากันว่า สายสัมพันธ์ทางใจของ น.พ.ชัยยุทธ กรรณสูต กับอัศวินผ้าขาวม้าแดงนั้น ลึกซึ้งกินใจกันเอามากๆ

           หลังจากนั้นมา “หมอชัยยุทธ” ยังคงวางคอนเนกชั่นกับผู้มีอำนาจทุกรัฐบาล เฉพาะช่วงรัฐบาลเลือกตั้งที่ยาวนานมาแต่ปี 2526-2535 “นักการเมืองรุ่นลายคราม” ที่มีบทบาทรับผิดชอบในรัฐบาล ผู้นำตระกูลกรรณสูต ไม่เคยลืมและไม่มองข้าม

           เมื่อ "เปรมชัย กรรณสูต" ลูกชายคนสุดท้อง ก้าวขึ้นมาคุมอิตาเลียนไทยฯ เมื่อปี 2530 เปรมชัยเองก็เริ่มสร้างสะพานสัมพันธ์กับ “นักการเมืองรุ่นใหม่” ที่เป็นความหวังว่าจะก้าวขึ้นมามีบทบาทในวันข้างหน้า

           ยกตัวอย่างปี 2542 สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย กลุ่มอิตัลไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว เปรมชัยมีความสนิทเป็นพิเศษกับ สาวิตต์ โพธิวิหค อดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชวน

           ผ่านมาถึงรัฐบาลทักษิณ กลุ่มอิตัลไทยหรือไอทีดี ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะ “เปรมชัย-ทักษิณ” มีสัมพันธ์อันแนบแน่น จึงได้รับงานสัมปทานการก่อสร้างมากพอสมควร และโครงการที่ถูกกล่าวขานกันมากก็คือ นิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกที่ทวาย ในเมียนมา

           กระทั่งสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โครงการทวายถูกกล่าวขานอีกครั้ง รวมทั้งมีภาพถ่ายเผยแพร่ออกมาว่า “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เคยบินลงสำรวจพื้นที่ด้วยตนเองอีกด้วย แม้จะลี้ภัยอยู่ต่างแดน

           มาถึงรัฐบาลประยุทธ์ ระยะแรกๆบทบาทของเปรมชัยและไอทีดีจะลดลง ขณะที่คู่แข่งรายใหญ่อย่าง ช.การช่าง และซิโน-ไทย เข้ามามีบทบาทในโครงการภาครัฐอย่างเห็นได้ชัด แต่ปีที่ผ่านมา ไอทีดีประมูลงานก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐบาลประยุทธ์ได้หลายโครงการ

           แสดงให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์การรักษาคอนเนกชั่นกับผู้มีอำนาจรัฐ โดยไม่จำกัดอยู่พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือขั้วใดขั้วหนึ่ง เป็นสิ่งที่ตระกูลกรรณสูตพึงกระทำและสืบทอดมาจากหมอชัยยุทธนั่นแล