“ปู” ผู้ลี้ภัย? ความฝันของพี่ชายแสนดี

หากดึงสติกลับมา จะรู้ว่าไม่เคยมีสักหน ที่เรื่องการให้สถานะผู้ลี้ภัยกับ "ปู" มาจากปากของทางการอังกฤษเลย! ล่าสุดความจริงก็เปิดเผยว่าอย่างนี้!!

          นี่ถ้าไม่ตามข่าว ต้องเชื่อว่า “ปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ได้สถานะผู้ลี้ภัยจากแดนผู้ดีไปแล้วเสร็จสรรพ จากข่าวผ่านสังคมออนไลน์ที่ปล่อยออกมาช่วงก่อนหน้านี้ไม่นาน

          แต่เวลานี้ ข่าวชัวร์ ข่าวกรองล่าสุด คงสถานะไว้ที่ว่า “ไม่แน่” เสียแล้ว!!

          ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ย้อนไปดู นับตั้งแต่ นาวสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายตัวไป ไม่มาตามนัดกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

          จนที่สุดกลายเป็นผู้ต้องหาคดีปล่อยปะละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งศาลตัดสินให้จำคุก 5 ปี ก็นับเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้วที่เธอยังเงียบแบบไร้ร่องรอย

          กระทั่งหลังรัฐบาลไทยยกเลิกหนังสือเดินทางทั้ง 4 ฉบับของเธอ ข่าว น.ส ยิ่งลักษณ์ กำลังดำเนินการเพื่อขอลี้ภัยทางเมืองก็แรงขึ้น! โดยช่วงแรกระบุมาหลายที่ ทั้ง อังกฤษ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ หรือ แม้แต่มอนเตเนโกร!!

          แน่นอน ช่วงแรกนั้นเป็นพี่ชายของเธอเอง ทักษิณ ชินวัตร ที่ตีฆ้องร้องป่าวด้วยตัวเองผ่านโลกออนไลน์ ว่าพี่จะจัดให้เอง ทั้งสถานะผู้ลี้ภัย และพาสปอร์ตไปยังที่ไหนๆ

          ขณะที่ระหว่างนั้น บรรดาเพจต่างๆ ของคนเสื้อแดง ก็พากันโหมข่าวมาติดๆ ว่า ถึงทางการอังกฤษไม่อนุมัติสถานะให้หญิงปู แต่ก็ยังจะอนุญาตให้เธอ กอยู่ในอังกฤษได้ชั่วคราว ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม จนกว่าสถานการณ์ในประเทศจะดีขึ้น

          แต่ที่พีคสุดๆ คือช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง ไมใช่สื่ออนไลน์ไร้สังกัดที่พูดเรื่องนี้

          กลับเป็นข่าวจากเวบไซต์หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ที่อ้างคำพูดของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีว่า ถึงตนยังไม่รู้ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ไหน แต่คนไทยให้รอฟังข่าวดี! โดยอ้างอย่างคนวงในว่า 

          หญิงปูฝากมาว่า อีกสักพักจะเปิดเผยตัว พร้อมเหตุผลการหนีไป ไปพำนักอยู่ที่ไหนบ้าง และขอลี้ภัยประเทศปลายทางได้อย่างไร

          หลังจากนั้นข่าวจากพรรคเพื่อไทยก็ร่วมโหมด้วยกันตามนั้น โดยออกมาระบุว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สถานะเป็นผู้ลี้ภัยการเมืองในประเทศอังกฤษแล้ว จากเหตุผลที่ประเทศไทยยังถูกปกครองด้วยรัฐบาลทหาร และมีการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามที่มาจากการเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง

          พร้อมยกตัวอย่างแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนที่ได้กระทำมา เช่น จารุพงษ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรค ก็ได้สถานะผู้ลี้ภัยการเมือง ที่สหรัฐอเมริกา โดยบริษัท ล็อบบี้ยิสต์ของทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้เดินเรื่องต่างๆ ให้

          แถมล่าสุดไม่กี่สัปดาห์มานี้อยู่ๆ คือมีการโพสต์รูปภาพทักษิณ กับผู้หญิง 2 คนบนบันไดเลื่อน่ห้างสรรพสินค้า “Selfridges” กรุงลอนดอน จนคนไทยต้องมานั่งส่องว่า ใช่สาวปูหรือไม่ที่หันหลังให้กับกล้อง

“ปู” ผู้ลี้ภัย?  ความฝันของพี่ชายแสนดี

          แต่ไม่ว่าจะใช่ปูหรือไม่ก็ตาม ประเด็นคือ ภาพนั้น หากเป็นการตั้งใจปล่อยข่าว ก็อาจเพื่อต้องการจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ในทำนองว่าหญิงปูอยู่สบายที่อังกฤษ!!หรืออาจถึงขั้นเชื่อสนิทใจวา่ได้สถานะเรียบร้อยแล้ว!!

          อย่างไรก็ดี หากดึงสติกลับมา จะรู้ว่าไม่เคยมีสักหน ที่เรื่องนี้จะหลุดออกมาจากปากของทางการอังกฤษ และแม้แต่ทางสถานทูตอังกฤษในไทยเลย!

          ยิ่งล่าสุด 4 ธ.ค. นี้เอง ที่ความจริงเปิดเผยว่า ไมใช่แล้ว!!!

          เมื่อ ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทางกระทรวงต่างประเทศไม่มีข้อมูลดังกล่าว รู้ก็แต่จากข่าวนี่แหละ!! แถมสถานทูตอังกฤษที่นี่ ก็ไม่ได้หืออืออะไรออกมาสักแอะ!!

          พร้อมระบุอย่างปิดประตูสำหรับปูเลยว่า

          “การได้พาสปอร์ตต้องเป็นคนของประเทศนั้นถึงจะได้ แต่ก็มีบางประเทศที่ขายพาสปอร์ต เช่น ให้คนไปลงทุนตามที่มีการกำหนดไว้เป็นเงื่อนไข ซึ่งมีหลายประเทศสามารถไปตรวจสอบได้ และมีข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทั่วไป ซึ่งอังกฤษไม่มีนโยบายเช่นนี้!!”

          สรุปง่ายๆ ว่าข่าวไม่มีมูลนั่นเอง!!

          แต่ยังไงเสีย เชื่อว่าเวลานี้ฝ่ายพี่น้อง แม้ว-ปู กำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ ในทางใดทางหนึ่ง

          โดยทางแรก หากเป็นการเดินหน้าที่จะขอสถานะผู้ลี้ภัยจากอังกฤษ ก็น่าจะมีเหตุผลเดียวคือเพื่อดูแล “น้องไปป์" ศุภเสกข์ อมรฉัตร” บุตรชายคนเดียว ที่วางแผนให้ไปอยู่และเรียนที่นั่น และยังเป็นที่ๆ สะดวกต่อการใช้ชีวิตอีกด้วย

          แต่โอเค! ถ้าทางที่สองคือ อังกฤษไม่ให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่เธอ ตามที่ข่าวล่าสุดนี้ออกมา ก็คงไม่เป็นไร เพราะอย่าลืมว่า ทำไมพี่ชายของเธอจึงยังไปได้ทั่วโลก! มากว่า 10 ปีแล้ว

          นั่นเพราะยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลก พร้อมให้หนังสือเดินทางแก่ชาวต่างชาติ ที่นำเงินเข้าลงทุนในประเทศ โดยไม่ต้องขอลี้ภัยทางการเมือง

          เช่นเดียวกับพี่ชายที่ได้รับสัญชาติ “มอนเตเนโกร” เมื่อปี 2552 ซึ่งรัฐบาลมอนเตเนโกรมอบสัญชาติให้ โดยไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมาย

          ด้วยความหวังว่าเศรษฐีจากเมืองไทยคนนี้ จะเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ที่นั่น!

          แถมยังได้สิทธิ เชงเก้น วีซ่า ซึ่งสามารถเดินทางเข้าออกประเทศในกลุ่มอียูหรือสหภาพยุโรปได้ ตามสนธิสัญญาอัมสเตอร์ดัมได้อีก!

          ดังนั้น “ได้” หรือ “ไม่ได้” สถานะผู้ลี้ภัยสำหรับ “ปู” บางทีน่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่แล้วมั้ง! อย่ามโนสิคนไทย!


เปิดอ่าน