“ชินวัตร” ตัวจริง คนหลังม่านการเมือง คุมสื่อ-คุมพรรค

หากลำดับการแสดงความเห็นของโอ๊ค ในจุดยืนและท่าทีต่อกระแสข่าวลือว่า ตัวเขาจะเป็นทายาททางการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ตลอดเวลา แต่วันนี้เขากลับออกมาโพสต์จุดยืนว่างี้

          สถานการณ์การเมืองปลาย พ.ศ.2560 เริ่มเห็นอาการหงุดหงิดของ “แกนนำเสื้อเหลือง” มากขึ้น กรณีนายกฯ ลุงตู่ โอเวอร์แอ๊คชั่นที่ปักษ์ใต้ ทั้งว้ากชาวประมง และจับแกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

          ขณะที่แกนนำเสื้อแดงหรือฝ่ายพรรคเพื่อไทย ยังส่งเสียงวิจารณ์รัฐบาลลุงตู่รายวัน แถมเรียกร้องปลดล็อค เพื่อเปิดทางให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหวจัดแถวสมาชิกพรรค และเตรียมการหาเสียง

          ล่าสุด “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร โพสต์เรื่องส่วนตัวแท้ๆ แต่กลายเป็นเรื่องการเมืองผ่านแฟนเพจ Oak Panthongtae Shinawatra เนื่องในวันเกิด 2 ธันวาคม กลายเป็นพาดหัวข่าวตัวไม้ของ นสพ.ยักษ์ใหญ่

          "เป็นธรรมเนียมที่ทุกปี ผมจะต้องกราบคุณพ่อคุณแม่ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครับ

          10 กว่าปีที่ผ่านมา อาจไม่สามารถกราบคุณพ่อได้ตรงวัน แต่ผมก็จะต้องรีบไปกราบท่านทันที ที่มีโอกาสได้เดินทาง

          10 ปีผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ผมและทุกคนในครอบครัว ยังยืนยันคำเดิมว่า เราเพียงแต่ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา โดยที่ไม่มีคนหนึ่งคนใดในครอบครัว ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย..แม้แต่นิดเดียว

          ถ้าเป็นไปได้จริง จะเป็นของขวัญที่มีคุณค่ามากที่สุด สำหรับผมและครอบครัวครับ"

          แน่นอน โพสต์นี้ของโอ๊ค ย่อมถูกวิจารณ์และตีความอย่างมากมาย โดยเฉพาะประเด็น “จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง”

          ถ้ายังจำกันได้ 4 ปีก่อน ตรงกับวันเกิดของ “โอ๊ค” นี่แหละ มีภาพปรากฎบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นภาพที่โอ๊คร่วมถ่ายรูปกับผู้ถือป้ายข้อความ “เราสนับสนุนลูกชายนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง” 

          ถัดมาอีกวัน โอ๊คต้องออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊คว่า "ผมยืนยันมาโดยตลอดว่า ผมไม่เคยมีความคิดอยากจะเป็นนักการเมือง และพูดอยู่เสมอว่าไม่เคยคิดจะเล่นการเมือง มีแต่การเมืองนี่แหละ ที่เล่นงานครอบครัวผม เมื่อมีคนชวนให้เข้าการเมืองมากๆ เข้า ผมจึงเล่นมุขว่า ผมคือ หัวหน้าพรรคเพื่อนโอ๊ค (ล้อเลียนโดยพ้องเสียงกับพรรคเพื่อไทยครับ)..."

          แล้วเพื่อนโอ๊ค ก็ทำแผ่นป้าย และมีการถ่ายรูปร่วมกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะมีการแชร์ภาพนี้ไปในสื่อออนไลน์

          2 ปีที่แล้ว โอ๊คโพสต์ข้อความแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยได้เสนอแนะให้รัฐธรรมนูญใหม่ระบุไปเลยว่า “ห้ามคนตระกูลชินวัตร สนับสนุน หรือเล่นการเมือง”

          หากลำดับการแสดงความเห็นของโอ๊คเกี่ยวกับจุดยืนและท่าทีต่อกระแสข่าวลือว่า ตัวเขาจะเป็นทายาททางการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ตลอดเวลา

          โอ๊ค เกิดที่เมืองฮันต์สวิลล์ ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2522 มาถึงวันนี้ อายุครบ 38 ปี ถ้าเขาอยากเล่นการเมือง ก็ถือว่าเหมาะสมโดยวัยวุฒิ 

          ย้อนไปในสมัยทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี โอ๊คไม่ได้มาข้องแวะเรื่องการเมืองเลย เขาเปิดตัวในการทำธุรกิจส่วนตัวกับสตูดิโอชื่อ She @ Mood ,ร้านกาแฟ Cafeinn ,บริษัท How Come Entertainment จำกัด และบริษัท มาสเตอร์โฟน จำกัด

          ดูเหมือนว่า โอ๊คตั้งใจจะโลดแล่นไปบนถนนสายธุรกิจมากกว่าการเมือง แต่รัฐประหาร 2549 ทำให้โอ๊คกระโจนเข้าสู่ “การเมือง” เต็มตัว 

          แม้จะไม่ประกาศเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง หรือลงสมัคร ส.ส. แต่คนวงในตระกูลชินวัตร รู้ดีว่า โอ๊คมีบทบาทเป็น “ผู้เล่นหลังม่าน” คนสำคัญของพรรคเพื่อไทย, สื่อกระบอกเสียงคนเสื้อแดง และองค์กรจัดตั้งมวลชน 

          คนวงในรู้ดีว่า โอ๊คดูแลสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และสำนักข่าวในนาม “ทะเวนตี้โฟร์ทีวี” รวมทั้งการช่วยเหลือเกื้อกูลกลุ่ม นปช.

          เวลานี้ โอ๊คกำลังตกเป็นข่าวร่ำลือว่า จะถูกเช็คบิลรายต่อไป จากคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย จึงไม่แปลกที่จะมีถ้อยคำชนิดลึกสุดใจจากลูกชายคนโตของทักษิณในวันเกิดครบรอบ 38 ปี 


เปิดอ่าน