“ครูจอมทรัพย์-ครูอ๋อง” สัมพันธ์ปริศนา เพื่อเพื่อน..เพื่อใคร

แปลกใจไหมว่า หากครูอ๋อง “ใหญ่จริง” ทำไมถึงถูกจับกุมตัวได้ง่ายๆ แถมยังสารภาพก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างคนจนมุม! หรือเพราะยังมีเงื่อนงำอื่นๆ อีกในสายสัมพันธ์นี้

          จากแพะที่กลายเป็นแกะ วันนี้มีแกะเพิ่มเข้ามาอีกเรื่อยๆ

          เมื่อที่สุดพยานปากเอกคดีครูจอมทรัพย์ “สับ วาปี” โผล่มอบตัว พร้อมแฉหมดเปลือกว่า “ครูอ๋อง” หรือ นายสุริยา นวนเจริญ อายุ 54 ปี ว่าจ้างเป็นเงิน 4 แสนบาท ให้รับผิดชนคนตายแทนครูจอมทรัพย์ ส่วนเงินค่าจ้างก็ยังไม่ได้รับ

          จนที่สุด นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูในจังหวัดสกลนคร และ “ครูอ๋อง” ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของครูจอมทรัพย์ ก็ต้องเจอหมายจับในข้อหาร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาล และอั้งยี่ ซ่องโจร!!

          กระทั่งเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวครูอ๋องได้ และจากการสอบสวนปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ว่าจ้างนายสับ วาปี ดังกล่าว

          อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายขั้นตอนทางกฎหมายที่จะต้องดำเนินต่อไป แต่หากดูจากรูปรอยของเรื่องนี้แล้ว เบื้องต้น “ครูอ๋อง” คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด! แม้อาจจะไม่ถึงขั้นอำนวยการสร้าง แต่ก็เป็นถึงผู้กำกับมือฉกาจ!

          และทั้งหมดที่ทำนี้ไม่น่าจะเพียงแค่คำว่า “รักเพื่อน” ซึ่งหมายถึง “ครูจอมทรัพย์” แต่น่าจะมีอะไรมากกว่านั้นที่เจ้าหน้าที่จะต้องหาคำตอบ!

0         0          0

          ย้อนกลับไปดูบทบาทของครูอ๋อง คนไทยเริ่มได้ยินชื่อของเขาก็ตอนที่ครูจอมทรัพย์ออกจากคุกช่วงปี 2558 และเดินหน้าเรียกคืนความยุติธรรมผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ จนเป็นข่าวใหญ่โตในสังคมไทย

          เวลานั้นคนส่วนใหญ่เห็นใจครูจอมทรัพย์ และเป็นช่วงเดียวกับที่ครูอ๋องเริ่มปรากฏตัวผ่านสื่อมวลชนกับภาพลักษณ์ของพระเอกที่กำลังพยายามสุดฤทธิ์ที่จะช่วยเพื่อนครูด้วยกัน!

          โดยตามข่าวระบุคำอ้างของครูอ๋องว่า เขาไม่เชื่อว่าครูจอมทรัพย์กระทำความผิด จึงเริ่มสืบหาคนผิดตัวจริงจนไปพบรถกระบะ บค 56 มุกดาหาร ที่น่าสงสัยจากนั้นใช้เวลาสืบหาไม่นานก็ทราบว่าเจ้าของรถ คือ นายสับ วาปี อายุ 59 ปี อยู่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งต่อมายอมรับว่าเคยขับรถชนคนจริงตอนที่ไปซื้อไม้ยูคาแถว อ.เรณูนคร

          ครูอ๋องจึงขอให้นายสับยอมรับสารภาพต่อหน้าตำรวจ!!!!

          แต่กระบวนการนี้มีขั้นตอนเงื่อนไขเยอะแยะมากมาย ที่เชื่อว่าครูอ๋องน่าจะเป็นคนวางแผนทั้งหมด!

          ทั้งการทำนัดเจรจากันที่บ้านของนักการเมือง จ.มุกดาหาร คนหนึ่ง ที่ระบุว่าเป็นคนที่นายสับเคารพเกรงใจ และยังมีการเตรียมเอกสารเป็น “หนังสือยืนยัน” จากญาติผู้ตาย เรื่องนายสับยอมรับผิด และเรื่องยอมรับค่าสินไหมทดแทน โดยระบุไม่ติดใจเอาความและอโหสิกรรมให้ด้วย (แต่ตอนนั้นยังไม่มีการจ่ายเงินใดๆ)

          กระทั่งราววันที่ 19 พฤษภาคม 2557 นายสับเดินทางไปมอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาโดน จ.นครพนม ยอมรับว่าเป็นคนขับรถชนคนตาย และก็นำเงินไปเพื่อชำระ ที่ศาลแพ่งในการไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย 170,000 บาท ในช่วงเดือนมิถุนายน

          จนที่สุดคาดว่าน่าจะเป็นครูอ๋องนี่เองที่ไปบอกให้ญาติของครูจอมทรัพย์เป็นคนดำเนินการยื่นหนังสือร้องทุกข์ที่ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม เพราะมีหลักฐานใหม่เป็นนายสับ ไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ที่ก่อเหตุชนคนตาย

          ระหว่างนั้นการเดินเรื่องให้ครูจอมทรัพย์เป็นแพะของครูอ๋อง ก็ดำเนินเรื่อยมา จนครูจอมทรัพย์ได้รับอภัยโทษออกมาในปี 2558 แล้วออกมาต่อสู้ดิ้นรนผ่านสื่ออย่างเต็มที่ดังที่รู้กัน

          แต่การณ์กลับพลิกคว่ำคะมำหงาย นำมาสู่ความจริงที่เป็น “แกะ” ไม่ใช่ “แพะ” ดังที่เป็นอยู่นี้ จนนำมาสู่การจับกุมทั้งครูอ๋อง และครูจอมทรัพย์เรียบร้อยเสร็จสรรพ

0          0           0

          ที่สุดเมื่อความจริงออกจากปากของ “ครูอ๋อง” เองแล้วจนสิ้นไส้ ว่าที่ทำไปเพราะรักเพื่อน! แต่ไม่รู้รักยังไง รอบแรกครูอ๋อง  “ซัดทอด” โชะไปที่เพื่อนคนนี้ว่า ครูจอมทรัพย์รู้เห็นขบวนการปั้นพยานแพะช่วยแกะมาตั้งแต่ต้น!

         แต่แล้วผ่านไปไม่กี่เพลา ครูอ๋อง กลับคำซะงั้น โดยเมื่อสื่อมวลชนถามถึงความเกี่ยวพันกับคดี ครูอ๋องกลับพลิกลิ้นว่า เงิน 1.7แสนบาท ที่นำไปให้นายสับจ่ายแก่ทายาทนายเหลือ พ่อบำรุง ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นของตน โดยครูจอมทรัพย์ไม่รู้เรื่อง!!!

          พร้อมบอกอีกว่า เหตุที่เดินทางไป กทม. แล้วถูกจับกุมได้บริเวณสถานีรถไฟหลักสี่ ก็อ้างว่าไปหาเพื่อน และไม่รู้ว่าตนเองมีหมายจับ

         การณ์เลยกลายกลับ ทำเอาเจ้าหน้าที่และคนไทยสับสนงุนงง

         จนถึงนาทีนี้หลายคนจึงอดคิดไม่ได้ว่า นอกจากความเป็นเพื่อนระหว่างครูอ๋องและครูจอมทรัพย์แล้ว ยังมีเบื้องหลังอะไรมากกว่านั้นอีกหรือไม่?

          จนมีการสอบถามผู้คนในพื้นที่มุกดาหาร-นครพนม พบว่า ครูอ๋องนี้ไม่ใช่คนธรรมดา!! เพราะการทำเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เหตุใดถึงกล้าทำ ทั้งที่ครูจอมทรัพย์ก็ได้รับอภัยโทษออกจากคุกมาแล้ว

          จากการตรวจสอบประวัติของครูอ๋อง ก็พบว่าหลังจากที่เขาลาออกจากราชการครู มาทำกิจการโรงไม้ จนถือเป็นผู้ค้าไม้รายใหญ่อันดับต้นๆ ของพื้นที่ภาคอีสาน!

          ช่วงปี 2555 เขาเคยถูกจับกุมพร้อมของกลางไม้พะยูงแปรรูป มูลค่าประมาณ 1 แสนบาท แต่ก็ต่อสู้คดีจนพ้นมลทิน

          ถัดจากนั้นช่วงวันที่ 28 มิถุนายน 2557 ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.3 คำชะอี มีการแถลงข่าวการตรวจยึดไม้พะยูงและไม้ผิดกฎหมายอื่นๆ รวม 6 ชนิดจำนวน 254 ท่อน

          โดยเจ้าหน้าที่ยึดมาได้จากบ้านเลขที่ 140 หมู่ 1 บ้านคำชะอี จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปไม้ด้วยใช้เครื่องจักรเพื่อประดิษฐกรรม ของนางจิราวรรณ นวลเจริญ โดยทั้งหมดเป็นไม้เถื่อน!

          แต่ตอนนั้นมีตัวแทนของนางจิรวรรณมาแสดงตัว และนำหลักฐานใบเบิกทางและสัญญาซื้อขายไม้มาอ้างกับเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ในเวลาอันสั้นเพียงแต่เห็นแผ่นป้ายชื่อครูอ๋องเท่านั้น

          ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอายัดไม้ที่อยู่ภายในโรงงานทั้งหมดไว้ตรวจสอบและขยายผลต่อไป

          ทั้งหมดนี้ดูแล้วก็ตรงกับที่ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ออกมาเล่าถึงวีรกรรมครูอ๋องว่า ในการจับกุมตัวเขาจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยากที่จะหาหลักฐานเอาผิดได้

          หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนักชี้ให้เห็นขบวนการค้าขายไม้ข้ามชาติ และทางหน่วยจึงจะรื้อแฟ้มคดีเก่าๆ ที่เกี่ยวกับครูอ๋องอีกครั้งเพื่อความรอบคอบ เนื่องจากครูอ๋องมีความรู้เรื่องข้อกฎหมายและมีที่ปรึกษาเป็นบุคคลในวงการราชการ

          ถึงตรงนี้หลายคนคงโยงภาพความเกี่ยวข้องของทุกคนและความไม่ธรรมดาของครูอ๋องได้บ้างแล้ว ว่าทำไมเขาถึงกล้าออกมาเดินเรื่องช่วยครูจอมทรัพย์อย่างตาใสออกสื่อ

           ทั้งนี้ จำกันได้หรือไม่ว่า ก่อนจะมาเป็นนายสับ วาปี ยังมีนายเสริฐ รูปสะอาด ที่เคยออกมารับว่าเป็นคนที่ขับรถชนคนตายไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ ซึ่งในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็พบว่าทั้งนายสับ วาปี และนายเสริฐ รูปสะอาด ทั้งคู่เป็นลูกน้องเก่าของครูอ๋องในขบวนการทำไม้นี้นั่นเอง

          เพียงแต่อาจแปลกใจนิดๆ ว่า หากครูอ๋อง “ใหญ่จริง” ทำไมถึงถูกจับกุมตัวได้ง่ายๆ แถมยังสารภาพก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างคนจนมุม!

          หรือนั่นอาจเพราะเขาคำนวณแล้วว่า ยังมีช่องทางอื่นในการสู้คดีต่อไป เพราะล่าสุดวันที่ 27 พฤศจิกายน ครูอ๋องให้การเพิ่มเติมว่ายังมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังอีกที และเป็นผู้มอบเงินให้ดำเนินการทั้งหมด!

          ถ้าย้อนไปดูข่าวเก่าๆ ช่วงที่ครูจอมทรัพย์กำลังเป็น “ฮีโร่” คดีแพะคดีแกะ มีกลุ่มองค์กรต่างๆ ยื่นมือเข้ามาช่วยในการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของครูจอมทรัพย์ บางคนก็มีชื่อเสียงในวงสังคม คาดว่า ครูอ๋องรู้ดีว่ามีใครบ้าง? บางทีคนกลุ่มนั้นอาจจะตกเป็นจำเลยก็ได้ในวันข้างหน้า!!

          ก็ไม่รู้ว่าจากคดีแพะสู่คดี “โรงเลี้ยงแกะ” จะจบลงยังไง แต่น่าจะยังมีเซอร์ไพรส์ออกมาอีก เพราะอย่างที่รู้กันว่าครูอ๋องไม่ใช่ธรรมดา!


เปิดอ่าน