เปิดบัญชีทรัพย์สินฯ (โดยสรุป).. ถอยหลังเข้าคลอง ?

เปิดบัญชีทรัพย์สิน, ถอยหลังเข้าคลอง, โดยสรุป

ร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช. ฉบับใหม่ มีคนตั้งข้อสังเกตว่าในมาตรา 104 ที่ให้ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินฯโดยสรุป เป็นการปิดกั้นการตรวจสอบจากภาคประชาชนหรือไม่

           ที่ประชุม สนช.รับหลักการวาระแรกไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ ร่าง พ.ร.ป. ป.ป.ช. ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)เป็นผู้ยกร่าง และมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 35 คน  ขึ้นมาพิจารณารายมาตราในวาระที่ 2  ภายใน 58 วัน  ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ ก็เริ่มเดินหน้าประชุมไปบ้างแล้วและมีเสียงวิจารณ์ตามมาถึงความเหมาะสมของกรรมาธิการบางคนเนื่องจากมีคดีถูกกล่าวหาอยู่ที่ ป.ป.ช. ว่าเข้าข่ายมีส่วนได้เสียหรือไม่  

           แต่ขณะนี้ได้เกิดประเด็นใหม่เกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ นายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรี,ส.ส. , ส.ว.  และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ว่า ในการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้้  ป.ป.ช. เปิดเผยเพียงข้อมูลโดยสรุปเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินฯเท่านั้น 

           ทั้งนี้ตามมาตรา 104  ของร่าง พ.ร.ป. ป,ป.ช. (ฉบับใหม่) บัญญัติว่า" เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน  ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลโดยสรุปเกี่ยวกับจำนวนทรัพย์สินและหนี้สินและที่ตั้งของทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเฉพาะ นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี,สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ,สมาชิกวุฒิสภา ,ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ,ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปโดยเร็ว  ข้อมูลโดยสรุปดังกล่าว ต้องไม่ระบุถึงรายละเอียดทางทะเบียนของทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็น หรือที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของข้อมูลได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด 

         ซึ่งแตกต่างจากมาตรา 35  วรรคสอง ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช. (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ซึ่งใช้บังคับในปัจจุบัน ที่บัญญัติว่า บัญชีและเอกสารของนายกรัฐมนตรี ,รัฐมนตรี , ส.ส. , ส.ว. ให้เปิดเผยให้สาธารณชนทราบโดยเร็ว  

         ซึ่งที่ผ่านมา ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินฯของผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ที่ยื่นไว้กับ  ป.ป.ช. ต่อสาธารณชนโดยละเอียด ทำให้บุคคลภายนอกและประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินฯของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯไว้โดยไม่ถูกต้องมาแล้วหลายคดี  

          เมื่อสอบถามไปยัง กรธ.หลายคน ที่มีส่วนในการยกร่าง พ.ร.ป. ป.ป.ช.ฉบับใหม่ถึงเหตุผล ที่ให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลบัญชีทรัพย์สินฯโดยสรุป ไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างละเอียดเหมือนเมื่อก่อน ได้รับคำอธิบายว่า  มองไปถึงในเรื่องของการเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ   อีกทั้งผู้ที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เป็นการยื่นตามที่กฎหมายระบุไว้ว่าให้คนเหล่านั้นต้องยื่น ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ดังนั้นการที่นำบัญชีทรัพย์สินฯที่ยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช. ไปเปิดเผยอย่างละเอียดต่อสาธารณชน จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควร  เป็นการเห็นใจคนที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ เพราะบัญชีทรัพย์สินมีรายละเอียดของมันอยู่ 

       “  เมื่อเราให้อำนาจกับ  ป.ป.ช. ในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินฯอย่างเต็มที่ตามข้อมูลที่ต้องยื่นอย่างละเอียดต่อ ป.ป.ช. หลักฐานต่างๆก็อยู่ที่ ป.ป.ช.อยู่แล้ว ก็ต้องมองอีกด้านว่า คนที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ มีอะไรมาคุ้มครองเขามั๊ย การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินฯจึงต้องมีความพอดี” กรธ. รายหนึ่ง บอกถึงเหตุผล

          ส่วน กรธ.บางคนก็บอกว่า เนื่องจาก รัฐธรรมนูญปี2560 มาตรา 234(3) บัญญัติว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง...ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน,คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลดังกล่าว  ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 261  ที่บัญญัติว่า บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของนายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรี, ส.ส., ส.ว. ให้เปิดเผยให้สาธารณชนทราบโดยเร็ว

           เห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญปี2560 ให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพียง“ เปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน” เท่านั้น ซึ่งผลการตรวจสอบเปิดเผยได้แค่ไหนเพียงไรขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ในรัฐธรรมนูญปี 2550 บังคับให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อสาธารณะโดยเร็ว ดังนั้นถ้าเขียน ร่าง พ.ร.ป. ป.ป.ช.ฉบับใหม่ เหมือนกับ พ.ร.ป. ป.ป.ช.ปัจจุบัน ก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้

           อย่างไรก็ตามมีคนไม่น้อยที่มองต่างมุมในเรื่องนี้ว่า การที่เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินฯโดยสรุป    ก็เหมือนกับไม่เปิดเผย เพราะไม่สามารถทำให้ภาคประชาชนตรวจสอบได้เลยว่าทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เป็นการเขียนกฎหมายในลักษณะเป็น“หลุมล่อ”ให้ภาคประชาชนดีใจว่าได้มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วเท่านั้น ในที่สุดก็ไม่สามารถจับผิดนักการเมืองได้เพราะมีข้อมูลไม่เพียงพอ 

         อีกทั้งเห็นว่า ป.ป.ช. ไม่มีมือไม้เพียงพอ ที่จะตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินฯของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีจำนวนหลายร้อยคนและมีเอกสารจำนวนมากได้ ดังนั้นการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินฯอย่างละเอียดให้สาธารณชนรับทราบ  ภาคประชาชนจะได้ช่วย ป.ป.ช. ตรวจสอบอีกทางหนึ่ง

          ก็ต้องจับตากันต่อไปว่า สุดท้ายร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช. ฉบับใหม่ จะได้รับการแก้ไขหรือมีทางออกอย่างไร หรือยังคงเดิมในประเด็นนี้ 


เปิดอ่าน