“โสมแดง”กร้าว! ระเบิดไฮโดรเจน รัศมียิง “ไทย เกาะกวม”

ดอนัลด์ ทรัมป์, โชว์ขีปนาวุธ, เกาหลีเหนือ, เกาะกวม, ฐานทัพอเมริกา, รศ ดร วีรชัย พุทธวงศ์, อาจารย์ภาควิชาเคมีและนิติวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ญี่ปุ่น, ไทย, โสมแดง, เวบไซด์ คม ชัด ลึก

“โสมแดง”กร้าว! ระเบิดไฮโดรเจน รัศมียิง “ไทย เกาะกวม” ...ติดตามบทวิเคราะห์ของนักวิชาการด้านเคมีและนิติวิทยาศาสตร์ กับ"เวบไซด์ คม ชัด ลึก"

     เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา หลายประเทศยักษ์ใหญ่ระบุว่าเกาหลีเหนือ ได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เป็นครั้งที่ 6 ซึ่งได้รับคำยืนยันจากสื่อทางการเกาหลีเหนือที่ประกาศว่า เกาหลีเหนือ 'ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ' ในการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ที่สามารถนำไปติดตั้งบนขีปนาวุธข้ามทวีปได้ 

    มากไปกว่านั้น สื่อของเกาหลีเหนือ ก็ยังโชว์เหนือขึ้นไปอีกว่า อาวุธนิวเคลียร์ที่เขาพัฒนาได้นั้น เป็นเทคโนโลยีระดับสูงสุดของนิวเคลียร์คือเขาสามารถทำระเบิดไฮโดรเจนได้สำเร็จ เป็นระเบิดไฮโดรเจนสำหรับติดตั้งบนขีปนาวุธข้ามทวีป

     ครั้งที่ 6 นี้ ลักษณะการสื่อสารผ่านสังคมโลกของเกาหลีเหนือก็ยังเหมือนเดิมคือ ระบุว่าทำระเบิดไฮโดรเจนได้สำเร็จ ในเรื่องนี้ "รศ. ดร. วีรชัย พุทธวงศ์" อาจารย์ภาควิชาเคมีและนิติวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า ระเบิดไฮโดรเจนจัดเป็นระเบิดนิวเคลียร์ชนิดหนึ่ง ที่มีอานุภาพรุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ธรรมดาย่างมาก 

    ระเบิดนิวเคลียร์จะสร้างกลไกการ ”เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่แบบฟิชชั่น Fission (Nuclear fission Bomb)" เป็นการยิงนิวตรอนเข้าไปที่นิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสี เช่น ยูเรเนียม พลูโตเนียม ซึ่งจะเกิดการแตกตัวของนิวเคลียส โดยมวลของนิวเคลียสบางส่วนจะหายไปกลายเป็นพลังงานออกมา และเกิดนิวตรอนใหม่อีก 2 หรือ 3 ตัว ซึ่งจะวิ่งไปชนนิวเคลียสของอะตอมอื่นต่อไป “ระเบิดนิวเคลียร์แบบฟิชชั่น” นี้เป็นที่รู้จักกันดีเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการใช้ที่“เมืองฮิโรชิม่า” และ“เมืองนางาซากิ” ประเทศญี่ปุ่น

     ส่วน ระเบิดไฮโดรเจน (Hydrogen bomb) นั้นเป็น“ระเบิดนิวเคลียร์แบบเทอร์โมนิวเคลียร์”(Thermonuclear) เป็นการปล่อยพลังงานคล้ายกับที่เกิดบนดวงอาทิตย์ ปฎิกิริยาทางเคมีจะเป็นแบบ “ฟิวชั่น”Fusion คือการรวมธาตุเบาให้เป็นธาตุหนักที่เสถียรมากขึ้น และมีการปล่อยพลังงานยึดเหนี่ยวส่วนเกินออกมา ให้พลังงานอย่างมหาศาล มีความแรงถึง 10,000 กิโลตัน รุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ธรรมดาอย่างมาก

      การทดสอบของเกาหลีเหนือทำการทดสอบใต้ดิน โดยสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯ หรือ USGS ระบุว่า ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนขนาด 6.3 ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตรในเกาหลีเหนือ ห่างจากเมืองซุงจิเบกัม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 23 กิโลเมตร 

     รศ.ดร.วีรชัย ยังให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า จากข้อมูลการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือครั้งก่อนๆ จะมีความแรงอยู่ระหว่าง 4.9-5.6 ซึ่งเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ธรรมดา แต่ในการการทดสอบของเกาหลีเหนือครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 6 พบแรงสั่นสะเทือนที่ 6.3 ซึ่งถึอว่าแรงกว่าปกติ แต่ไม่แตกต่างมาก และไม่น่าจะใช่ระเบิดไฮโดรเจน ซึ่งความแรงน่าจะมากกว่านี้ 10 เท่า

    "ผมไม่เชื่อว่าเกาหลีเหนือประสบผลสำเร็จในการผลิตระเบิดไฮโดรเจนได้ ก็เพราะว่า ความแรงของการทดสอบยังไม่มากพอ ประกอบกับประเทศเกาหลีเหนือ ถูกจำกัดด้วยการห้ามนำเข้าหรือครอบครอง สารกัมมันตรังสี ยูเรเนียม พลูโตเนียม ซึ่งเกาหลีเหนือต้องใช้สองธาตุนี้ทำระเบิดแบบฟิชชั่นเพื่อเล้าให้เกิดระเบิดแบบฟิวชั่น หรือระเบิดไฮโดรเจนนั่นเอง ประกอบกับข้อมูลที่สหรัฐอเมริกาล่าสุด ที่ประเมินว่าเขาจะมี หัวรบนิวเคลียร์แบบฟิชชั่นอยู่เพียง 10 ถึง 20 หัวรบเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยและคงไม่มีสักภาพเพียงพอที่ทำลายผลประโยชน์สหรัฐอเมริกาได้ 

     โดยเฉพาะการมุ่งเป้าถล่ม“เกาะกวม” ซึ่งเป็นฐานทัพสหรัฐอเมริกาที่ใหญ่สุดในคาบมหาสมุทรแปซิฟิก จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลกนั้น หากเทียบกับสหรัฐอเมริกาเอง มีอยู่ประมาณ 7,000 หัวรบ พร้อมใช้งานทันที 4,000 หัวรบ ซึ่งแตกต่างกันลิบลับ ในขณะที่ชาติพัธมิตรอื่นเช่นรัสเซีย ที่มีหัวรบนิวเคลียร์ 7,000 กว่าหัวรบ หรือจีน 270 หัวรบ ก็มิได้สนับสนุนเกาหลีเหนืออย่างเช่นไร หากเทียบกับพันธมิตรในยุโรปเช่น ฝรั่งเศส 300 หัวรบ หรืออังกฤษ 215 หัวรบ ก็ยังเทียบกันไม่ได้"

    เกาหลีเหนือ น่าจะเพียงขู่ธรรมดาปกติ เหมือน 5 ครั้งการทดสอบที่ผ่านมา และอเมริกาซึ้่งเป็นเป้าหมายการถล่มของเกาหลีเหนือเอง ก็มิได้ take action อะไรทันที เพียงแต่เป็นสงครามข่าวสาร IO (Information operation)เหมือนกันทั้ง 6 ครั้ง ซึ่งแตกต่างจากเมื่อครั้งที่เกาหลีเหนือแอบถ่ายทอดเทคโนโลยีอาวุธเคมีให้กับทางซีเรีย นำระเบิดเคมีก๊าซพิษไปถล่มพลเรือนในซีเรีย ซึ่งตอนนั้น อเมริกาตอบโต้ทันที โดยการส่ง"ขีปนาวุธโทมาฮอก"ไม่ติดหัวรบนิวเคลียร์ นับ 30 ลูกไปถล่มฐานทัพอากาศที่ขนส่งอาวุธเคมีไปฆ่าผู้บริสุทธิ์ทันที

     รศ.ดร.วีรชัย มองว่า หากอเมริกามองว่า การทดสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งที่ 6 ของเกาหลีเหนือนี้ เป็นภัยคุกคามยิ่งยวด ทางอเมริกาต้องตอบโต้ทันควันเช่นเดียวกับที่ทำที่ประเทศซีเรีย

    ประกอบกับ เกาะกวม ซึ่งอยู่ห่างกว่า 18 ชั่วโมง โดยความเร็วปกติของเครื่องบินแอร์บัส หากเกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธข้ามทวีปเพื่อถล่มเกาะนี้ ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ซึ่งศักยภาพในการป้องกันขีปนาวุธของอเมริกานั้น "ไม่ธรรมดา" และมีเวลามากพอที่จะทำลายมัน  ก่อนที่ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ดังกว่าจะถึงเป้าหมาย

     สาเหตุที่“เกาะกวม”เป็นเป้าหมายหนึ่งของการถล่มของเกาหลีเหนือตามคำขู่คือ “เกาะกวม”เป็นผืนดินขนาดใหญ่แห่งเดียวของอเมริกา ที่ตั้งอยู่ระหว่าง“ฮาวาย กับ เอเซีย”ที่มีพื้นที่พอจะรองรับสนามบินได้ เป็นฐานทัพนอกแผ่นดินของอเมริกา อีกแห่งหนึ่ง ที่มีทหารของอเมริกา ประจำการอยู่เป็นจำนวนมาก โดยกินพื้นที่ถึง 1 ใน 4 ของเกาะกวม เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ใกล้ประเทศในเอเชียมากที่สุด อีกทั้งอยู่ใกล้บริเวณที่อาจมีข้อพิพาททั้งหลาย เช่น ทะเลจีนใต้ คาบสมุทรเกาหลี และช่องแคบไต้หวัน 

    ทำให้อเมริกา ใช้ดินแดนแห่งนี้เป็นฐานทัพทำสงครามมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน เกาะกวมก็ยังเป็นฐานทัพของอเมริกา มีโรงจอดเครื่องบินทิ้งระเบิด อู่เรือดำน้ำ คลังแสง และท่าเรือ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศกร้าวจะโจมตีเกาะกวม ดินแดนซึ่งเป็น"หัวใจ"ของอเมริกาซึ่งอยู่ห่างจากเกาหลีเหนือ ราว ๆ 3,400 กิโลเมตร

     รศ. ดร. วีรชัย วิเคราะห์ว่า ถึงแม้อเมริกาจะประเมินว่าเกาหลีเหนือมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ประมาณ 10-20 หัวรบ ซึ่งยากที่จะต่อกรกับอเมริกาได้ แต่นั่นก็เป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิง เกาหลีใต้ อาวุธนิวเคลียร์ประเทศใดมีครอบครองจะแสดงถึงแสนยานุภาพทางทหาร เปรียบได้กับ เรามีปืน เพื่อนไม่มีปืน เราก็รู้สึกปลอดภัยและเหนือกว่า แต่หากเมื่อใดเรามีปืน เพื่อนก็มีปืน เราก็รู้สึกหวั่นไหวและเกรงกลัว

     "เกาหลีเหนือ" มี "อาวุธนิวเคลียร์" ในขณะที่ "เกาหลีใต้" ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ "ญี่ปุ่น" ก็ไม่มีด้วย ติดเงื่อนไขการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 จึงไม่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ ถึงแม้มีเทคโนโลยีที่สูงล้ำในมือก็ตาม 

      แน่นอนว่า เกาหลีใต้ร้องขอระบบป้องกันขีปนาวุธของอเมริกา ที่สหรัฐอเมริกานำไปติดตั้งที่เกาะกวมซึ่งเป็นดินแดนของอเมริกา แต่การติดตั้งที่เกาหลีใต้ เป็นการช่วยเหลือฟรี ซึ่งจากการสัมภาษณ์ล่าสุดของ ประธานาธิบดี "ดอนัลด์ ทรัมป์"เอง ก็ยังเคยระบุให้เกาหลีใต้จ่ายค่าติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธให้กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งการขู่หรือการทดลองนิวเคลียร์ทั้ง 6 ครั้งของเกาหลีเหนือ ก็ส่งผลให้มูลค่าการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในเกาหลีใต้ ทวีมูลค่ามากขึ้นตามลำดับ แต่เท่าที่ทราบปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการดำเนินเรื่องการจ่ายเงินค่าติดตั้งแต่ประการใด

      รศ. ดร. วีรชัย ยังให้ทัศนะอีกว่า ประเทศไทยเองก็ตาม ที่ติดตามข่าวนี้ ก็ยังอยากให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด แม้ไทยไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้งของเกาหลีเหนือ แต่หากมองระยะยิงที่เกาหลีเหนือโม้ว่าจะถล่มเกาะกวมนั้น เกาะกวมมีที่ตั้งในระยะเท่ากับกับประเทศไทย เพียงแค่ทิศทางเบี่ยงจากซ้ายไปทางขวาเท่านั้นเอง

      พรุ่งนี้( 9ก.ย.2560)เมื่อปี 2491 จะครบรอบ" 69 ปี" วันสถาปนาชาติอย่างเป็นทางการ"เกาหลีเหนือ"...จับตามอง!!!

 

 

 


เปิดอ่าน