ฟ้าผ่องอำไพ 'บิ๊กตู่' มาใสๆ?

ฟ้าผ่องอำไพ บิ๊กตู่ มาใสๆ, เจาะประเด็นร้อน, บิ๊กตู่

ฟ้าผ่องอำไพ 'บิ๊กตู่' มาใสๆ?


หลังอดีตนายกฯหญิงของเมืองไทย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มีการวิเคราะห์กันว่าเป็นผลดีกับการทำงานของ คสช. โดยเฉพาะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?
  
ต้องบอกว่าตลอดช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวมาตลอดว่า คสช. หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้ง “กดดัน” และ “ส่งซิก” ให้ “ยิ่งลักษณ์” หนี ซึ่งข่าวส่วนใหญ่ออกมาจากฝ่ายสนับสนุนอดีตนายกฯหญิงเอง
  
“จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช. ซึ่งตอนนี้ถูกขังอยู่ในเรือนจำ ก็เคยพูดหลายครั้งหลายหนว่า คสช.อยากให้ “ยิ่งลักษณ์” หนี 
  
"สิ่งที่ คสช.ดำเนินการต่อนายกฯยิ่งลักษณ์ ทั้งการดำนินคดีอาญาและการฟ้องให้รับผิดทางแพ่งชดใช้ค่าเสียหายในโครงการจำนำข้าวเป็นแผนกดดันให้นายกฯยิ่งลักษณ์หนี ซึ่งหากนายกฯยิ่งลักษณ์หนี ก็จะมีชะตากรรมเหมือนนายกฯทักษิณ ที่ไปแล้วไม่ได้กลับ” นายจตุพรเคยพูดไว้
  
ต้องบอกว่าในพรรคเพื่อไทยนั้น คนในปีกเสื้อแดงต้องการให้นายกฯหญิงของพวกเขาปักหลักสู้ เช่นเดียวกับที่พวกเขาปักหลักสู้ ไม่หนีคดี และหลายคนรวมทั้ง “จตุพร” ต้องวนเวียนเข้าไปอยู่ในคุกหลายครั้งหลายครา
  
หลังรู้ว่า “ยิ่งลักษณ์” หนี ซึ่งแกนนำบางคนใช้คำว่า “ถูกหลอกทั้งพรรค” แม้แกนนำจะไม่สามารถออกมาพูดอะไรได้ แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่า แกนนำเสื้อแดงส่วนหนึ่งก็ไม่แฮปปี้นัก
  
การ “หนี” ของยิ่งลักษณ์ จะลดดีกรีความเคลื่อนไหวของมวลชนคนเสื้อแดงแน่นอน ทั้งในแง่ที่ว่า ไม่จำเป็นต้องออกมาเคลื่อนไหว เพราะ “ยิ่งลักษณ์” ไม่อยู่แล้ว เพราะอาจจะเริ่มลังเลสงสัยว่าควรจะทุ่มเทให้ตระกูล “ชินวัตร” เหมือนเดิมหรือไม่ และอีกปัจจัย คือ แกนนำคนเสื้อแดงที่แข็งขืนก็โดน “เชือด” ไปเรื่อยๆ 
  
นี่คือเหตุผลแรกที่จะสนับสนุนว่า คสช.จะสบายตัวขึ้น
  
จุดต่อไปที่ต้องรอดูว่าจะมีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นหรือไม่ คือ วันที่ 27 กันยายน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาในคดีจำนำข้าวที่ “ยิ่งลักษณ์” เป็นจำเลย
  
วันนั้น แม้ “ยิ่งลักษณ์” จะไม่มาศาล ศาลก็จะอ่านคำพิพากษา ภาษากฎหมาย เรียกว่า เป็นการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ผลของคำพิพากษาในวันนั้นจะออกได้ 3 ทาง ซึ่งแต่ละทางก็จะส่งผลต่อการเมืองที่แตกต่างกันไป
 
ทางแรก ศาลยกฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” ไม่ผิด แต่หลังเห็นคำพิพากษาของศาลเดียวกันในคดีทุจริตระบายข้าวของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และพวก ที่นายบุญทรง โดนสั่งจำคุกมากถึง 42 ปี ขณะที่คนที่หนักสุดคือ “เสี่ยเปี๋ยง” นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าว ที่โดน 48 ปี ก็มีการวิเคราะห์กันว่า โอกาสที่จะออกทางนี้น่าจะเป็นศูนย์
  
แต่หากออกทางนี้ น่าจะหมายถึงความคลี่คลายทางการเมือง “ยิ่งลักษณ์” ก็จะสามารถเดินทางกลับมาได้ 
  
ทางที่สอง ศาลตัดสินว่า “ยิ่งลักษณ์” ผิด และสั่งจำคุก ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่า ถ้าออกทางนี้และศาลนับความผิดเป็นกระทงๆเหมือนกรณีของนายบุญทรง อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็คงจะโดนหนัก!! 
หากออกทางนี้ สถานการณ์เผชิญหน้าทางการเมืองน่าจะกลับมาอีกครั้ง 
  
ทางที่สาม บางคนเรียกว่า “ทางสายกลาง” คือ ตัดสินว่า “ยิ่งลักษณ์” ผิด แต่ยังไม่ต้องติดคุก คือรอลงอาญา “ยิ่งลักษณ์” กลับมาได้ แต่ไม่ขาวสะอาด
  
จับอาการจากการ “โผล่” มาทางทวิตเตอร์ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ล่าสุด ส่งสัญญาณว่าไม่พอใจกับ “กระบวนการยุติธรรม” แต่ถึงที่สุดต้องรอดูวันที่ 27 กันยายน อีกครั้ง
    
จากนี้ไปจนถึงวันอ่านคำพิพากษา “ยิ่งลักษณ์” คงเลือกที่จะเก็บตัวเงียบไปก่อน รอจนเห็นผลที่ชัดเจน ค่อยกำหนดท่าทีอีกครั้ง ซึ่งถึงวันนั้น คนที่จะทำให้เกิดความชัดเจนน่าจะเป็น “พี่ชาย”
  
แต่ถึงจะมองทางร้ายสุด คือ ศาลตัดสินว่า ยิ่งลักษณ์ผิด และสั่งจำคุก ด้วยบรรยากาศของประเทศสถานการณ์เผชิญหน้าทางการเมืองคงไม่รุนแรงอย่างที่ผ่านมา แม้ “ทักษิณ” จะไม่พอใจ แต่ก็คงไม่สามารถแสดงออกได้มากนัก อย่างมากก็คงมาทางทวิตเตอร์ ทางเฟซบุ๊ก หรือทางไอจีส่วนตัว เป็นครั้งคราว  
  
ในทางการเมือง ถึงอย่างไรก็ต้องเดินไปสู่เกมการเลือกตั้ง ซึ่งก็ต้องรอดูว่า คสช.จะ “ปล่อยผี” ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้เมื่อไหร่ หากนักการเมืองโดนปลดล็อก นั่นจะเป็นอีกห้วงเวลาที่จะต้องจับตาว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองขึ้น 
  
แต่ถ้าจับอาการที่ “ทักษิณ” ไฟเขียวให้ “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มา “เล่นบท” เป็นผู้นำพรรคตอนนี้ จนทำให้มีการเก็งกันว่าเธออาจจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถือธงนำในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็มีการวิเคราะห์กันว่า หากเป็นเช่นนั้นก็หมายความว่า “ทักษิณ” ก็ไม่เลือกเล่นเกม “ชน”
  
“คุณหญิงหน่อย” จะมาเป็นหัวหน้าพรรคจริงหรือไม่ ต้องรอดูสถานการณ์ช่วงใกล้เลือกตั้งอีกที แต่ด้วย “สูตรสำเร็จ” ที่ถูกดีไซน์ไว้ บวกกับการไม่มีคนในตระกูล “ชินวัตร” ถือธงนำ จึงไม่น่าจะมีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายและเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล
  
นั่นหมายถึงโอกาสของ “นายกฯคนนอกพรรค” ซึ่งคงไม่มีใครที่ไหนนอกจาก “บิ๊กตู่” ก็ยิ่งมากขึ้น
  
นี่คืออนาคตใสๆ ของ “พล.อ.ประยุทธ์" 
  
เพียงแต่หาก “บิ๊กตู่” เลือกเส้นทางนั้นจริงๆ ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปทันที เขาจะเป็นนายกฯที่ถูกตรวจสอบในระบอบรัฐสภา และไม่มีมาตรา 44 เป็นดาบอาญาสิทธิ์
  
อะไรๆจะไม่เหมือนเดิม ยกเว้น จะมีสูตร “รัฐบาลแห่งชาติ”!!

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ คมชัดลึกออนไลน์
 


เปิดอ่าน