นักการเมืองหลบไป “ลุงตู่” มาแล้วแพรวพราวเรียกคะแนน

ครมสัญจร, คมชัดลึก, เรียกคะแนน, แพรวพราว, มาแล้ว, หลบไป, พร้อมถามประชาชนต่ออีกว่า, นักการเมืองหลบไป, ลุงตู่, โคราช 2560, นักการเมือง, นายกฯลุงตู่, ย่าโม, รักลุงตู่, ลุงตู่สู้ๆ, ประตูชุมพล, บิ๊กตู่, พลอฉัตรชัย สาริกัลยะ,  พร้อมถามประชาชนต่ออีกว่า , ยายน้อย กล้าหาญ

เมื่อนายกฯ นำคณะ ครม. สัญจร "โคราช 2560" เราจึงเห็นลีลา ออดอ้อน เรียกคะแนน ลูกเล่น ลูกฮา จากนายกรัฐมนตรี ชนิดที่เรียกว่า "นักการเมือง" ยังชิดซ้าย

       การประชุม ครม. สัญจร “โคราช 2560”ที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่ประตูสู่ภาคอิสาน หลายคนจับสังเกตว่า ณ วันนี้ลีลา ลูกล่อลูกชน ลูกอ้อนแม่ยก มาครบ ชนิดนักการเมืองตัวจริงต้องค้อนปะหลับปะเหลือก

นักการเมืองหลบไป “ลุงตู่” มาแล้วแพรวพราวเรียกคะแนน

       ทันทีที่มาถึงนายกฯ ประเดิมเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) โดยมีประชาชนมาให้กำลังใจอย่างอบอุ่นก่อนเดินแวะทักทายอย่างเป็นกันเอง นายกฯ อารมณ์ดียิ้มจนแก้มแทบปริ นั่นอาจเพราะเสียงที่อื้ออึงมีแต่วลีเสนาะหูจากประชาชนที่ตะโกนว่า “รักลุงตู่” “ลุงตู่สู้ๆ” ได้ยินแบบนี้ใครที่ไหนจะกล้าหน้าบูดใส่

นักการเมืองหลบไป “ลุงตู่” มาแล้วแพรวพราวเรียกคะแนน

       จากนั้นผู้ว่าฯโคราช ได้รายงาน นายกฯ ว่า "ประตูชุมพล" ที่วางตัวเป็นแนวด้านหลังอนุสาวรีย์ย่าโม ตามความเชื่อระบุว่าาหากใครได้มาลอดแล้วจะเป็นเขยโคราช “บิ๊กตู่” มีหรือจะรอช้า เดินปรี่ไปทันทีไม่ได้หมายความว่า เจ้าตัวหวังจะเป็นเขยโคราช เพราะเมื่อมาถึงศาลาอเนกประสงค์สวนสาธารณะเทศบาลตำบลหัวทะเล ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ก็ได้ขึ้นเวทีกล่าวกับประชาชนไปครู่หนึ่ง และชี้แจงว่า 

นักการเมืองหลบไป “ลุงตู่” มาแล้วแพรวพราวเรียกคะแนน

       “ไม่ไหวแล้ว เป็นเขยกรุงเทพฯ มาแล้ว มีอีกมีเรื่องแน่”  เจ้าตัวพูดพร้อมเสียงหัวเราะ เรียกเสียงฮาจากคนข้างล่างเวทีก็ฮาไปตามระเบียบ

       แต่เดิมนั้น “ประตูชุมพล” คือจุดชุมนุมพล หรือจุดรวมพล สำหรับเตรียมไพร่พลไว้ออกศึก มีความเชื่อตั้งแต่โบราณว่าใครก็ตามได้ลอดประตูนี้เพื่อไปรบแล้ว จะแคล้วคลาดกลับมาอย่างปลอดภัย และอีกความเชื่อคือเมื่อได้ลอดแล้วจะได้กลับมาเมืองนี้อีก เหมือนที่ “พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ” รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อนเลิฟ บิ๊กตู่ หยอดมุกว่า ลอดไปลอดมายังไงก็ได้กลับมาอีก ทำเอาข้าราชการที่ยืนรอบข้างหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันท้องแข็ง

       ต่อมา ที่ศาลาเอนกประสงค์ ต.หัวทะเล ที่ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า นายกฯจะไม่ยุ่งกับการเมืองตามที่เคยบอกไว้หรือไม่ เพราะบางประโยคของนายกรัฐมนตรีนั้นชวนตีความยิ่งนักเช่น

 

       “ผมให้ความสำคัญกับภาคอีสานก่อนเป็นอันดับแรกโดยครม.มาทั้งคณะ จึงถือเป็นโอกาสดีในการรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง”

       “ผมเกิดที่นี่ในค่ายสุรนารี โดยในสูติบัตรก็เขียนไว้เท่ากับเป็นคนที่นี่ จึงเป็นลูกหลานชาวอีสาน ไม่เคยลืม”

       “รัฐบาลไม่ใช่ดารา ไม่ได้สร้างละคร แต่กำลังทำเรื่องจริง ทำความฝันให้เป็นจริง เพราะต้องการให้โคราช ภาคอีสาน และทุกภาค เจริญเติบโต”

       แถมยังถามประชาชนที่มาฟังกันโต้งๆ ว่า “ใครจะไปเลือกตั้งบ้างให้ยกมือ”แต่ทุกอย่างเงียบกริบ เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ นายกฯจึงแก้เกี้ยวบอกไปว่า “ไม่ต้องกลัวผม เพราะสนับสนุนการเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาได้คนห่วยมาตลอด เพราะคนดีไม่ได้ไปเลือก ส่วนจะเลือกใครเรื่องของประชาชน อย่าเลือกคนผิดอีก" พร้อมถามประชาชนต่ออีกว่า "หากมีใครในใจให้ยกมือลองตอบมาซักคนว่าเลือกใคร”

       ปรากฎมีคนตะโกนว่า “เลือกนายกฯ” นั่นก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนเจ้าตัวจะขอบคุณและบอกว่า “แต่ไม่รู้จะเข้าไปได้อย่างไร ไม่ได้เลือกตั้ง ก็ไปดูกันต่อ ทุกอย่างเป็นเรื่องชะตากรรมของบ้านเมือง และผมก็ต้องรับชะตากรรมอยู่แล้ว”

       พูดถึงขนาดนี้ใครที่ไม่เคยคิดก็ต้องมีคิดกันบ้าง

       ในช่วงท้ายของการพูดบนเวที บิ๊กตู่ งัดลูกอ้อนหวังเรียกคะแนน โดยระบุว่า วันนี้ผมพูดความจริงต่อหน้าย่าโม และช่วงหนึ่งได้กล่าวเป็นภาษาอีสานด้วยว่า “คิดถึงกันบ้างเด้อ”

       จากนั้นที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.โนนแดง เพื่อติดตามการใช้งบประมาณโครงการประชารัฐและ โครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล หรือ โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท

       และก็เช่นเคยเมื่อนายกฯไม่พลาดปล่อยมุข ระหว่างนายกรัฐมนตรีกล่าวขณะให้หญ้ากับวัวในโครงการว่า “อยู่ในคอกเดียวกันอย่าทะเลาะกันนะลูก” 

นักการเมืองหลบไป “ลุงตู่” มาแล้วแพรวพราวเรียกคะแนน

       แต่ไฮไลต์คงหนีไม่พ้นการขึ้นรถอีแต๊ก ที่ถือเป็นสูตรสำเร็จอย่างหนึ่งในการสร้างภาพจำให้ผู้นำประเทศว่าเป็นติดดิน เข้าถึงง่ายแถมใกล้ชิดประชาชน โดยนายกฯได้ชวน “ยายน้อย กล้าหาญ” เกษตรกรที่นำผลผลิตมามอบให้พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นรถไปด้วยพร้อมสอบถามความเป็นอยู่

นักการเมืองหลบไป “ลุงตู่” มาแล้วแพรวพราวเรียกคะแนน

       และทิ้งท้ายด้วย การปล่อยมุขคุยกับกบเลี้ยงตัวอวบอ้วนสองตัวที่ชาวบ้านนำมามอบให้ว่า “ชาติหน้าขอให้เกิดมาเป็นกบตัวเมียนะ ผมจะได้เป็นเจ้าชายกบ” ก่อนจะคืนให้กับเจ้าของ พร้อมกำชับเจ้าของว่าอย่าเอาไปต้มกินแกล้มเหล้า

นักการเมืองหลบไป “ลุงตู่” มาแล้วแพรวพราวเรียกคะแนน

นักการเมืองหลบไป “ลุงตู่” มาแล้วแพรวพราวเรียกคะแนน

 

       งานนี้เรียกได้ว่าคนจัดหวังเรียกคะแนนให้นายกฯอย่างเต็มที่ แต่เอาเข้าจริง ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เลยทำให้อีเว้นต์แบบนี้ดูไม่เป็นธรรมชาติซักเท่าไหร่

       ทว่างานนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สุวิทย์ เมษินทรีย์ ออกปากเองว่าอีเว้นต์วันนี้เวิร์ค อีก 6สัปดาห์ข้างหน้าก็จะมีการประชุมครม.สัญจรในจังหวัดต่อไป

       เดาได้ว่าหลังจากนี้อีเว้นต์เรียกคะแนนนิยมคงมีให้เห็นจนชินตา สำหรับ บิ๊กตู่ ที่เปิดตำรานำมาร์เก็ตติ้งการเมืองมาใช้ ส่วนจะได้ผลแค่ไหน คนดูอย่างเรารอติดตามฟังเสียงระฆังยกต่อไปได้เลย

------

ณัฐภัทร พรหมแก้ว


เปิดอ่าน