ไขปม ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ฟอกเงิน ‘ธรรมกาย’

ไขปม ' อนันต์ อัศวโภคิน' โดนหมายเรียก จาก 'ดีเอสไอ' ให้มารับทราบข้อกล่าวหาสมคบฟอกเงิน 'ธรรมกาย' ได้อย่างไร


          ภายหลัง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อนุมัติให้พนักงานสอบสวนสำนักคดีการเงินการธนาคาร ออกหมายเรียก “อนันต์ อัศวโภคิน” เข้ารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งมีที่มาจากการยักยอกฉ้อโกงทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด สร้างความเสียหายมากถึง 13,000 ล้านบาท

         ทำให้เกิดคำถามว่า  “อนันต์” เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไรกับการฟอกเงิน เพราะที่ผ่านมา จะปรากฏเพียงชื่อของ น.ส.อลิสา อัศวโภคิน บุตรสาวของนายอนันต์ ที่เข้ามาเป็นตัวละครเกี่ยวข้องจากการรับซื้อที่ดินย่านอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในราคา298ล้านบาทจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร
         ต้องบอกว่า ในส่วนนาย อนันต์ อัศวโภคิน ผู้พ่อ เข้ามาเกี่ยวข้องจากการรับซื้อที่ดินคนละแปลงกับน.ส อลิสา โดยแปลงที่อยู่ระหว่างเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา ก็มีที่ตั้งอยู่ในอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เช่นกัน แต่เป็นการรับซื้อต่อจากบริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี2จำกัด
          โดยภาพรวมของคดีที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของนายอนันต์ อัศวโภคิน  คือ ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่  31344 เนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 56.2 ตร.วา  ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.คลองหลวง  จังหวัดปทุมธานี จากนายศุภชัย  ศรีศุภอักษร ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 
           โดยที่มาของที่ดินแปลงดังกล่าว สืบเนื่องจาก นายศุภชัยได้นำเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชน จำนวน 275 ล้านบาท ออกมาจากสหกรณ์ฯ โดยการสั่งจ่ายเช็คหลายฉบับรวม วงเงิน 275 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท เอ็ม-โฮมฯ  เพื่อเทคโอเวอร์ครอบครองทรัพย์สินของบริษัทเอ็ม-โฮมฯ ซึ่งก็คือที่ดิน3แปลง ในอำเภอคลองหลวง โดยนายศุภชัยได้ส่งคนของตนเองไปเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าวและมีหนังสือกำหนดให้การบริหารจัดการบริษัทเอ็ม-โฮม อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสหกรณ์คลองจั่น จำกัด 
        (สำหรับ บริษัท เอ็ม-โฮม ฯ หากจำกันได้บริษัทแห่งนี้มีนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายธรรมกาย เป็นกรรมการบริษัท โดยนายสัมพันธ์พร้อมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามทั้ง3ราย ถูกเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)
        ต่อมาวันที่21ธันวาคม2554 คณะกรรมการบริษัทเอ็ม-โฮมฯ ได้มีมติให้นำที่ดินของบริษัทฯ ไปขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ หนึ่งในนั้น คือ ที่ดินตามโฉนดเลขที่31344 เนื้อที่46ไร่3งาน56.2ตารางวา ได้มีมติขายให้ นายอนันต์ อัศวโภคิน ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขาย ณ สำนักงานที่ดินอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่23ธันวาคม2554 ในราคาไร่ละ2ล้านบาท รวมเป็นเงิน93,781,000บาท ทั้งที่ราคาประเมินที่ดินขณะนั้นราคาตารางวาละ15,000บาท  ซึ่งหากคิดตามราคาประเมิน ที่ดินดังกล่าวจะต้องขายในราคา ประมาณ281ล้านบาท   ดังนั้นจึงเป็นการขายที่ดินให้กับนายอนันต์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมินถึง3เท่า อันทำให้บริษัทซึ่งนั่นก็คือสหกรณ์คลองจั่นฯได้รับความเสียหาย และไม่ปรากฏหลักฐานการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี2จำกัด แต่อย่างใด
            ต่อมานายอนันต์ได้ขายที่ดินแปลงที่ซื้อมาดังกล่าวนี้ต่อให้กับบุคคลอื่นในราคา492ล้านบาทเศษ  จากนั้นนายอนันต์ ได้นำเงิน ส่วนหนึ่งที่ได้จากการขายประมาณ 303ล้านบาท บริจาคให้กับมูลนิธิคุณยายจันทร์ขนนกยูงซึ่งมีพระธัมมชโย  เป็นองค์อุปถัมภ์ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆในบริเวณมูลนิธิวัดพระธรรมกายรวมถึงอาคารบุญรักษาด้วย
           นอกจากนั้น ยังพบหลักฐานสำคัญว่า  นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ทำหนังสือฉบับลงวันที่23ธันวาคม2554 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่ไปทำสัญญาซื้อขายที่ดินฯ แสดงเจตนาถวายที่ดินโฉนดเลขที่31344เนื้อที่46ไร่3งาน56.2ตารางวา ตั้งอยู่ที่อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีของบริษัทเอ็มโฮมฯให้กับพระธัมมชโย โดยนายศุภชัยจะเป็นผู้จัดซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวและถวายให้พระธัมมชโยโดยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนามนายอนันต์ อัศวโภคินซึ่งพระธัมมชโยมอบหมายให้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน  โดยมีแต่ลายมือชื่อของผู้อื่นในเอกสารแต่นายศุภชัยไม่ได้ลงชื่อและไม่มีการดำเนินการตามหนังสือฉบับดังกล่าว  สุดท้ายเป็นการดำเนินการผ่านการขายให้นายอนันต์ฯแทน  ซึ่งพฤติกรรมตามที่ปรากฏในพยานเอกสารและธุรกรรมการเงิน บ่งชี้ชัดเจนว่า เงินในการซื้อที่ดินเริ่มต้นมาจากการยักยอกฉ้อโกง สหกรณ์คลองจั่น อีกทั้งยังไม่ใช่การซื้อขายแบบตรงไปตรงมา เข้าข่ายการปิดบังอำพรางทรัพย์สินที่มีที่มาจากการกระทำความผิด
             คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงเห็นว่ามีพยานหลักฐานตามสมควรว่าอาจเป็นความผิดฐาน“สมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”ตามมาตรา5,มาตรา9แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542  จึงได้มีมติให้เรียกตัวนายอนันต์อัศวโภคินมารับทราบข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป
            สำหรับ “อนันต์ อัศวโภคิน” เป็น1ใน8กลุ่ม ที่ถูกดีเอสไอสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน ที่ได้มาจากการยักยอกฉ้อโกงสหกรณ์คลองจั่นฯ ซึ่งดีเอสไอสอบสวนแกะรอยไปตามเส้นทางการเงิน ส่วนที่ดินแปลงอื่นซึ่งถือครองในชื่อบริษัทเอ็ม-โฮมฯ ปัจจุบัน1แปลง ซึ่งอยู่ใกล้ตลาดไท ถูกขายต่อให้กับประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ในทางการสอบสวนพบว่า เป็นการอนุมัติขายโดยคณะกรรมการบริหารสหกรณ์คลองจั่นฯ ชุดใหม่ ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวได้รับการคุ้มครองจากศาลแพ่ง คณะกรรมการฯจึงมีอำนาจสั่งซื้อขายเพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องให้กับสหกรณ์คลองจั่นฯ
           สำหรับในส่วน ของ น.ส. อลิสา บุตรสาวของอนันต์  นั้น เข้ามาเป็นตัวละครเกี่ยวข้อง จากการรับซื้อที่ดินย่าน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในราคา298ล้านบาทจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร โดยที่ดินทั้ง8แปลงที่รับซื้อไว้ มีอาณาบริเวณติดชิดแนวรั้ววัดธรรมกาย หรือปัจจุบันเป็นที่ตั้งของอาคารบุญรักษา โรงพยาบาลของวัดธรรมกาย ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.มีคำสั่งอายัดที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เป็นเวลา90วัน พร้อมเรียกผู้ครอบครองให้นำหลักฐานเข้าชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินที่ถูกอายัด
          โดยที่ดินผืนนี้ นายศุภชัยนำเงินที่ยักยอกจากสหกรณ์คลองจั่นมาซื้อไว้ โดยถือครองในชื่อตัวเอง เมื่อขายต่อที่ดินให้น.ส.อลิสา ก็ไม่ปรากฏว่านายศุภชัยนำเงินส่งคืนให้กับสหกรณ์ อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่มีพิรุธสำคัญในทางคดีว่า นายศุภชัยเจตนาโอนขายเปลี่ยนมือที่ดินไปให้บุคคลอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบและอายัดทรัพย์ เพราะช่วงเวลาที่มีการซื้อขายที่ดินในปี2556นั้น สหกรณ์คลองจั่นฯขาดสภาพคล่องทางการเงิน และนายศุภชัยถูกร้องทุกข์กล่าวโทษในคดียักยอกฉ้อโกงสหกรณ์แล้ว
           ก่อนหน้านี้ในชั้นสอบสวนของดีเอสไอมองว่า การรับซื้อของน.ส.อลิสา เป็นการซื้อโดยสุจริต กระทั่งพบว่าที่ดินดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารบุญรักษา มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ศิษย์ธรรมกายร่วมกันบริจาคเงินเพื่อซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อเจตนาในการรับซื้อและใช้ประโยชน์ในที่ดินชัดเจนมาตั้งแต่ต้น แล้วด้วยเหตุผลสมควรอย่างไร ที่ดินแปลงนี้ จึงยังถือครองอยู่ในชื่อของน.ส.อลิสา เกิดเป็นคำถามว่า ตกลงแล้วมีการซื้อขาย ชำระเงินกันจริงหรือไม่ และเงินที่นำมาใช้ซื้อที่ดินแปลงนี้มีที่มาอย่างไรซึ่ง น.ส.อลิสา ผู้มีชื่อครอบครองที่ดิน มีภาระต้องนำหลักฐานเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ซึ่งมีคำสั่งอายัดที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เป็นเวลา90วัน  ซึ่งเป็นคดีฟอกเงินในทางแพ่ง  ที่ปปง. ดำเนินการกับ 'อลิสา อัศวโภคิน' ผู้ลูก แต่ น.ส. อลิสา ยังไม่ถูกดีเอสไอดำเนินคดีในคดีฟอกเงิน (ในทางอาญา)
        ต้องติดตามและเกาะติดกันต่อไปเกี่ยวกับ‘ สองพ่อลูก อนันต์- อลิสา อัศวโภคิน ’ เพราะเป็นหนังม้วนยาวแน่ๆ

        (อ่าน"DSI"ออกหมายเรียก"อนันต์"สมคบฟอกเงินธรรมกาย)


เปิดอ่าน