เด็ดปีกสายเหยี่ยว "พระเผด็จ" "ดอน" แห่งธรรมกาย

พระไชยบูลย์กับพระเผด็จ เปรียบดัง "ขุนพลคู่บารมี" ของคุณยายจันทร์ ขนนกยูง


               สะท้านไปทั้งอาณาจักรธรรมกาย เมื่อราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์ พระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากเข้าข่ายการเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหา และการนําเงินของวัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้น

               ในยามที่ “พระไชยบูลย์” ยังกบดานนิ่ง แม่ทัพใหญ่ที่บัญชาการปกป้องอาณาจักร ณ ทุ่งรังสิต คือ

               “พระเผด็จทัตตชีโว” หรือ “หลวงพ่อทัตตชีโว” รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

               หลวงพ่อทัตตชีโว นามเดิม “เผด็จ ผ่องสวัสดิ์” ถือกำเนิดในครอบครัวชาวไร่ ที่จังหวัดกาญจนบุรี มีประสบการณ์ในการ ฝึกวิชาคงกระพันชาตรี

               ในวัย 17 ปี ได้ไปฝึกสมาธิกับหลวงพ่อบุญธรรม วัดเขาแหลม กาญจนบุรี แต่ไม่ทิ้งวิชาคุณไสย

               เมื่อ “เผด็จ ผ่องสวัสดิ์”เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ได้พบกับนิสิตรุ่นน้องชื่อ “ไชยบูลย์” ได้นำพาให้ไปสัมผัส “วิชชาธรรมกาย” จึงเลิกอย่างเด็ดขาดกับวิชาคงกระพันชาตรี

               “พระเผด็จ” ทราบว่านิสิตรุ่นน้องคือ หลวงพ่อธัมมชโย ถือศีล 5 ไม่ดื่มสุรา และเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ท่านจึงสนใจและได้ติดตามทำความรู้จัก

               ตั้งแต่นั้นมา หลวงพ่อทัตตชีโว ก็ติดตามหลวงพ่อธัมมชโย ไปศึกษาธรรมปฏิบัติกับ “คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง” ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

               นิสิตเกษตรฯ นาม “เผด็จ ผ่องสวัสดิ์” ได้เข้าสู่เพศบรรพชิตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2514 ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ได้รับฉายาว่า ทตฺตชีโว แปลว่า ผู้ถวายชีวิตแล้วแด่พระศาสนา

               เล่ากันว่า สมัยก่อร่างสร้างวัดพระธรรมกาย คุณยายจันทร์ขนนกยูง จะเป็นเสมือนจอมทัพ

               พระไชยบูลย์ เป็นเสนาธิการ ผู้คอยวางแผน

               พระเผด็จ เป็นขุนศึกผู้นำทัพ ลงสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง

               ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดหาที่ดินนับพันไร่ การสร้างศาสนสถาน สร้างอาคารปฏิบัติธรรม ฯลฯ ล้วนได้แม่ทัพชื่อ หลวงพ่อทัตตชีโว เข้าไปบริหารจัดการให้ลุล่วงไป

               ดังนั้น พระไชยบูลย์กับพระเผด็จ จึงเปรียบดัง “ขุนพลคู่บารมี” ของคุณยายจันทร์ ขนนกยูง

               จึงมีคำเรียกขานกันในหมู่กัลยาณมิตรว่า “ครูไม่ใหญ่” หมายถึงพระไชยบูลย์

               ส่วน “ครูไม่เล็ก” นั้นหมายถึงพระเผด็จ

               อย่างที่กล่าวมาข้าง พระเผด็จนั้น เรียนวิชาคุณไสยมาแต่วัยรุ่น จึงมีบุคลิกแบบ “แม่ทัพ” ต่างจากพระไชยบูลย์ เป็นพวกคงแก่เรียน

               ดังนั้น ยามใดที่อาณาจักรธรรมกาย เผชิญภัยจากภายนอกคุกคาม พระเผด็จจะรับบทผู้บัญชาการใหญ่ วางแผน วางเกมการต่อสู้ ราวเป็นผู้บัญชาการกองกำลัง

               ครั้งนี้ก็เช่นกัน การวางกลค่ายคูประตูรบ ย่อมมาจากมันสมองของพระเผด็จนั่นเอง

 

 

 


เปิดอ่าน