บทเรียนพฤติกรรมครู

เจาะประเด็นร้อน > บทวิจารณ์/ความเห็น  :  15 ก.ย. 2559

บทเรียน, พฤติกรรม, ครู, บทเรียนพฤติกรรมครู

บทเรียนพฤติกรรมครู : บทบรรณาธิการประจำวันที่15ก.ค.2559 

             จากเหตุการณ์เด็กนักเรียนหญิงวัย 17 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา โพสต์เรื่องราวร้องขอความเป็นธรรมในโซเชียลออนไลน์ กรณีถูกครูประจำวิชาพลศึกษาคนหนึ่งขว้างปาแก้วกาแฟโดนกกหูด้านซ้ายจนทำให้ปากเบี้ยวใบหน้าผิดรูป เนื่องจากเหตุไม่พอใจที่นักเรียนพูดคุยเสียงดังไม่อยู่ในระเบียบตามที่สั่งไว้ จนเรื่องราวกลายเป็นข่าวใหญ่โต ทางครอบครัวพาเด็กนักเรียนหญิงไปร้องทุกข์ต่อมูลนิธิเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะเป็นปมปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากค่ารักษาอาการราคาสูงหลายแสนบาท และทางครูคู่กรณีเสนอค่ารักษาช่วยเหลือไม่ได้ตามนั้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องหาทางยุติและช่วยเหลือเยียวยาแก่เด็กนักเรียนหญิงจากทุกฝ่ายให้ได้

             ส่วนประเด็นหลักที่ต้องคำนึงคือพฤติกรรมของครูคนดังกล่าวว่า สิ่งที่กระทำไปนั้น ไม่ว่าจะเจตนาจงใจ หรือตามที่มีการกล่าวอ้างว่าไม่มีเจตนา แค่เพียงต้องการปาแก้วใส่ผนังห้องเพื่อปรามเด็กนักเรียน แต่เผอิญแก้วกระเด็นไปโดนนักเรียน แต่มีคำถามว่า การกระทำเช่นนั้นเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ ทั้งที่อยู่ในฐานะเป็นผู้อบรมสั่งสอนนักเรียน ซึ่งต้องมีวุฒิภาวะ มีการควบคุมอารมณ์ ตลอดจนการมีทัศนคติที่ดีต่อบรรดาลูกศิษย์ อีกประการที่สำคัญในวงการศึกษาที่มีการนำเสนอกันว่า แค่มีเพียงความเฉลียวฉลาดหรือไอคิวที่ดีเท่านั้น ไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ หรืออีคิว เข้ามาร่วมด้วย คือมีความสามารถทางอารมณ์ในการดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข ซึ่งดูเหมือนว่าครูก็จำเป็นต้องมีเช่นกัน

             พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แสดงข้อคิดเห็นถึงบุคคลที่ทำหน้าที่ครูว่า ต้องเป็นบุคคลที่ควบคุมอารมณ์ได้มากกว่าปกติ ซึ่งอาชีพครูมีภาระหน้าที่รับผิดชอบสูง และต้องพบเจอและรับมือกับเด็กที่มีลักษณะที่หลากหลาย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักอดทน เพราะไม่ว่าเด็กจะทำอะไรก็ตามก็เป็นไปตามวัยของเยาวชน จึงต้องหาวิธีการดูแลหรือลงโทษที่เหมาะสม แต่ไม่ควรใช้วิธีที่รุนแรง แม้กรณีที่เกิดขึ้นครูอาจไม่ตั้งใจ แต่ก็เกิดอุบัติเหตุจนเด็กได้รับบาดเจ็บ และไม่ต้องการให้ไปอ้างการอบรมสั่งสอนการลงโทษแบบในอดีต เพราะเป็นคนละยุคสมัยแล้ว พร้อมทั้งกำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยสอดส่องดูแลครู พร้อมให้นำบทเรียนจากเรื่องนี้เป็นข้อเตือนใจไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก

             บทบาทแห่งความเป็นครูจะว่าไปแล้วต้องดำรงไว้ใน 3 กรอบ นั่นคือ บทบาทในกรอบความรู้ บทบาทในกรอบความประพฤติ และบทบาทในกรอบคุณธรรม ซึ่งปัจจุบันกระแสโลกาภิวัตน์ ตลอดจนปัจจัยปัญหาภายนอกที่มีส่วนเข้ามา อาจทำให้ตกหล่น หรือหลุดนอกกรอบ จึงมีความเป็นไปได้ แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่และความประพฤติของครูอยู่ในจุดเหมาะสมมีความสมดุล นั่นคือ การตื่นรู้ในตัวเอง ทั้งนี้ในเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบของครูในเชิงระเบียบปฏิบัติอาจมีการประเมินวัดและมีข้อระเบียบต่างๆ มากมายให้ต้องทำตาม ทั้งข้อบังคับ จรรยาบรรณครู แต่ทุกสิ่งที่กล่าวมานั้นก็เทียบไม่ได้กับจุดหลักสำคัญที่สุด คือ เป็นครูด้วยหัวใจ ที่นับวันจะหาได้ยาก จึงเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริมและสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้

 


เปิดอ่าน