เมื่อคุณตกเป็นเหยื่อ'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'...ต้องทำอย่างไร?

แก๊งหลอกลวง มีการพัฒนากลยุทธ์รูปแบบล้วงเงินบัญชีเรา โดยที่เราหลงกลแบบไม่ตั้งใจ ไม่รู้ตัว และโอนเงินเข้าบัญชีมิจฉาชีพ เมื่อเจอแบบนี้ทำยังไงดี

ต้องยอมรับว่า ในระยะนี้ บรรดาแก๊งหลอกลวง มีการพัฒนากลยุทธ์ หรือรูปแบบการล้วงเงินจากบัญชีเรา โดยที่เราหลงกลมิจฉาชีพแบบไม่ตั้งใจ และไม่รู้ตัว โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีรูปแบบการล่องลวง หรือหลอกลวงเราให้หลงกล และโอนเงินไปอยู่ในกระบัญชีมิจฉาชีพแล้ว ด้วยน้ำมือเรา ดังนั้นศูนย์คุ้มคอรงผู้บริโภคทางการเงิน หรือศคง. ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แนะนำ สิ่งที่ผู้บริโภค หรือลูกค้าแบงก์ควรทำ“ทันที” เมื่อตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

1.รวบรวมหลักฐานและข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง

2.ติดต่อผ่านบริการลูกค้าของสถาบันการเงิน เพื่อระงับการโอนและการถอนเงิน

3.หากไม่สามารถระงับการโอนเงินได้ ให้รวบรวมหลักฐานและข้อมูลต่างๆ แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวัน ณ ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โอนไป

4.แจ้งระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โฮนไปกับสถาบันการเงินที่ใช้บริหาร โดยสถาบันการเงินต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จึงคืนเงินได้

5.แจ้งเบาะแสไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

6.ทำใจ...เมื่อมิจฉาชีพได้รับเงินโอน จะรีบกดเงินออกจากบัญชีทันที ทำให้โอกาสที่จะได้เงินคืนน้อยมาก

ดังนั้น.ต้องอ่านตรงนี้ ..วิธีป้องกัน ก่อนที่ คุณจะตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือมิจฉาชีพ.....

1.หากได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่ไม่รู้จัก ควรทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า มีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

2.ไม่โลภอย่าได้เงินรางวัลที่ไม่มีที่มา

3.ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินแก่บุคคลอื่น ถึงแม้ผู้ติดต่อจะอ้างตัวเป็นส่วนราชการ หรือสถาบันการเงิน เพราะส่วนราชการ และสถาบันการเงินไม่มรนโยบายสอบถามข้อมูลส่วนตัวลูกค้าผ่านโทรศัพท์

4.ไม่ทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม หรือเครื่องฝากเงินอัตโนมัติตามคำบอกของผู้ที่ติดต่อ

5.ควรสอบถามข้อเท็จจริงกับสถาบันการเงินที่ถูกอ้างถึงหรือใช้บริการ โดยติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (Call Center)

6.หากได้รับแจ้งว่า มีผู้โอนเงินผิดเข้าบัญชี ควรสอบถามสถาบันการเงินถึงที่มาของเงินดังกล่าว หากเป็นเงินที่มีการโอนผิดเข้ามาจริงต้องให้สถาบันการเงินเป็นผู้ดำเนินการโอนเงินเท่านั้น

..........................................................

จากเว็บกรุงเทพธุกิจ http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/715786


เปิดอ่าน