งัดกฎเหล็กสงกรานต์ 'เมาขับ-จับจริง-ยึดรถ-ยึดใบขับขี่'

สายตรวจระวังภัย : งัดกฎเหล็กสงกรานต์ 'เมาขับ-จับจริง-ยึดรถ-ยึดใบขับขี่' : โดย...นิธิศ นาเจริญ

 
                    ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน ชุ่มฉ่ำกับการ “สาดน้ำสงกรานต์” ทั่วไทยและการเฉลิมฉลองวันครอบครัว พึงระลึกไว้เสมอว่า หากเมื่อใดที่ต้องขับรถ นั่งหลังพวงมาลัยหรือขี่รถมอเตอร์ไซค์ให้ระวัง “เมาไม่ขับ-เมาอย่าขับ” เพราะปีนี้รัฐบาลเอาจริง งัดกฎเหล็กไม้ตายมาตรการเมาขับจับยึดรถและใบขับขี่บังคับใช้อย่างเข้มข้น โดยประกาศใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เอาผิดกับผู้ที่มีพฤติกรรมเมาแล้วขับในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกครั้ง หลังบังคับใช้เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา พบมีผู้ฝ่าฝืนและทำผิดกฎหมายจำนวนมาก จึงให้ความสำคัญ 7 วันอันตรายอย่างต่อเนื่อง ลดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน
 
                    หากพบผู้ขับขี่กระทำความผิดเมาแล้วขับ ขณะเมาสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ เจ้าหน้าที่จะยึดรถไว้จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงเทศกาลนี้ไป เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีการจราจรหนาแน่นบนท้องถนนทุกเส้นทางเข้าออกต่างจังหวัด หลายครอบครัวยังอยู่ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา โดยคาดโทษดำเนินคดีสถานหนักกับผู้ขับขี่เมาแล้วขับทุกราย อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับ 5,000-20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับและพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนและยึดรถด้วย ซึ่งช่วง 1-2 วันที่ผ่านมามีผู้กระทำผิดคดีดังกล่าวแล้วหลายรายทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด
 
 
 
 
                    เกี่ยวกับข้อบังคับกฎเหล็กนี้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. กำกับดูแลงานด้านจราจร อธิบายว่า มาตรการเมาขับยึดรถในครั้งนี้บูรณาการกำลังหลายฝ่าย ตรวจสกัดกลุ่มคนขับขี่เมาแล้วขับและรวมตัวกันแข่งซิ่งบนท้องถนน โดยเฉพาะถนนที่มีเส้นทางตรงและยาว ลงโทษสถานหนัก ตรวจยึดรถใบขับขี่ มาตรการนี้ทำพร้อมกันทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะใน กทม.เท่านั้น เชื่อว่า สามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ส่วนรถของกลางที่ยึดมาจะตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบกด้วยว่า เป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาหรือไม่ หรือหากเป็นรถที่เคยใช้กระทำผิดก่อคดีอาชญากรรมมาก่อนจะถูกระงับการใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที
 
                    จากรายงานของมูลนิธิไทยโรดส์ (Thai Roads) หน่วยเฝ้าระวังและสะท้อนสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน ระบุถึงพฤติกรรมการใช้ยวดยานพาหนะบนท้องถนนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 4 ปีย้อนหลังที่ผ่านมาว่า มี 2 กรณี คือ พฤติกรรมการเมาแล้วขับมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวม 2,588 ราย ส่วนอีกกรณี ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จำนวน 1,686 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดกับผู้ใช้รถจักรยานยนต์และรถยนต์กระบะ
 
 
 
 
                    นายณัฐพงศ์ บุญตอบ นักวิจัยอาวุโสมูลนิธิไทยโรดส์ ยอมรับว่า นอกจากมาตรการคุมเข้มยึดรถผู้ขับขี่เมาแล้วขับแล้ว อาจต้องปรับแผนปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น ต้องทำอย่างจริงจังไม่เฉพาะสงกรานต์เท่านั้น ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตลอดอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้จริง หากทำไม่ต่อเนื่องก็เหมือนกับสงกรานต์ 3-4 ปีที่ผ่านมาที่สถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไม่ได้ลดน้อยลงไปจากเดิมเลย
 
                    มาตรการนี้ได้รับความพึงพอใจและเห็นด้วยจากประชาชนส่วนใหญ่ ที่อยากให้ “เอาจริงเอาจัง” กับพวก “มักง่าย” เมาแล้วขับ ต่างพากกันบอกว่า เห็นด้วยกับกับรัฐบาลที่นำมาตรการตรวจจับยึดรถเมาแล้วขับมาใช้อย่างเข้มงวด เพราะทุกวันนี้ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎหมายกันเยอะ ตำรวจต้องเอาจริงต้องปราบคนเมาขับให้หมดเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ร่วมถนน
 
 
 
--------------------------
 
(สายตรวจระวังภัย : งัดกฎเหล็กสงกรานต์ 'เมาขับ-จับจริง-ยึดรถ-ยึดใบขับขี่' : โดย...นิธิศ นาเจริญ)
 
 
 


เปิดอ่าน