บทพิสูจน์! :

บทพิสูจน์! : กระดานความคิด โดยน้ำเชี่ยว บูรพา

            ยังไม่มีทีท่าจะยุติกับกรณีของวิบากกรรม “ธรรมาภิบาล” ของผู้บริหารใหญ่ “ซีพีออลล์” ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะสมาคมบริษัทจัดการลงทุนที่ออกโรงกดดันให้ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบกรณีใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในทำการซื้อขายหุ้นอย่างไม่เป็นธรรม (อินไซเดอร์) จนถูก ก.ล.ต.สั่งลงโทษปรับไปกว่า 33 ล้านบาท

            แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนากระทำผิด แต่ดูเหมือนวิบากกรรมหนนี้จะเหมือนไฟลามทุ่ง เพราะล่าสุดนี้ คุณวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ยังคงยืนยันว่าสมาคมจะยังคงเพิ่มแรงกดดันให้บริษัทจัดการกับปัญหาธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวประธานกรรมการบริษัท โดยผู้ลงทุนกลุ่มสถาบันจะไม่เพิ่มการลงทนในหุ้นและตราสารหนี้ของบริษัท หลังจากยังคงนิ่งเฉยไม่มีการลงโทษใดๆ

            แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจผู้บริหารซีพี ออลล์ แต่ในมุมมองของนักลงทุนโดยเฉพาะสมาคมบริษัทจัดการลงทุนนั้น เข้าใจว่าคงไม่ได้มองแค่การที่ผู้บริหารซีพีออลล์ออกมายอมรับผิดแล้วเรื่องก็จบ แต่คงอยากเห็นบรรทัดฐานที่ผู้บริหารจะแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งไปก่อน ส่วนในอนาคตบริษัทแม่ หรือผู้ถือหุ้นบริษัทจะพิจารณาแต่งตั้งกลับเข้ามาอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง

            จะว่าไปเรื่องที่หมิ่นเหม่ต่อกรณีธรรมาภิบาลของยักษ์ใหญ่แห่งนี้ใช่จะเป็นหนแรก ก่อนหน้านี้ก็เคยโดนกรณี “ดราม่า” เรื่องเค้กกล้วยหอม “สยามบานาน่า” หรือโตเกียวบานาน่าเมืองไทยที่ดีลกันไปจนเป็นรูปร่างจะเข้ามาวางในร้านอยู่แล้ว แต่กลับมาเจอ “เลอแปงบานาน่า” สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ปาดหน้า

            ทำเอาเจ้าของแบรนด์ดัง “ปาดน้ำตา” จนกลายเป็นกรณี “ดราม่า” กระหึ่มโลกโซเชียลไปร่วมเดือน

            ล่าสุดนี่ยังมีเรื่องของการให้บริการคงสิทธิ์เลขหมายที่มาทำสงครามตลาดช่วงชิงลูกค้าเก่า 2 จี บนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยให้ดำเนินการโอนย้ายอัตโนมัติผ่านเครือข่ายร้านเซเว่นอีเลฟเว่น โดยใช้แค่บัตรประชาชนไปแสดงใบเดียว ไม่มีการเรียกเก็บเอกสารใดๆ ตามหลักเกณฑ์ของ กสทช.

            แถมจัดโปรโมชั่นช่วงชิงลูกค้าที่ทำเอาค่ายมือถือด้วยกันถึงกับเดือด เพราะเล่นขายหน้าเคาน์เตอร์แจ้งลูกค้าว่าให้รีบย้ายเครือข่ายมาก่อนซิม 2 จี 900 เดิมจะดับ จนทำเอา 2 มือถือค่ายยักษ์ “เอไอเอส-ดีแทค” ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ กสทช.เข้ามาตรวจสอบเป็นการด่วน

            แม้ตัวผู้บริหารบริษัทเรียลมูฟ (ในเครือทรูมูฟ) จะออกโรงชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ธุรกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ทำเอาคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และ กสทช. “มึนไปแปดตลบ” เพราะหลักเกณฑ์ใหม่ที่ว่า กสทช.ยังไม่ได้ประกาศใช้ ขืนปล่อยให้ทรูดำเนินการได้ ก็เท่ากับหลักเกณฑ์ตามประกาศ กสทช.ว่าด้วยบริการคงสิทธิ์เลขหมายไม่มีความหมายใดๆ เลย

            แถมยังไปทดลองติดตั้งเครื่องเพื่อให้บริการ 4 จี 900 เมกะเฮิรตซ์ นำร่องไปก่อนจะขอรับใบอนุญาตจาก กสทช. เสียอีกเพราะได้โหมโรงไปล่วงหน้าแล้วว่าจะเริ่มเปิดให้บริการทันทีในเดือนมีนาคมนี้ ทำเอา กสทช.มึนหนักเข้าไปอีก

            แต่จะลุกขึ้นมาไล่บี้ทรูมูฟก็ดู กสทช.จะขยาด เพราะเคยไล่เบี้ยอย่างกรณีสัญญาทำการตลาด 3 จีด้วยเทคโนโลยี HSPA ที่ทำกับแคทเทเลคอมในอดีตนั่น ท้ายที่สุดก็ทำเอา กสทช.กลับลำแบบ 180 องศามาแล้ว จึงได้แต่อ้ำอึ้งๆ ยังหาทางลงไม่เจอ

            กสทช.ที่วันนี้จึงเผชิญกับบทพิสูจน์ว่า ประกาศ กสทช.ที่ออกมาใช้บังคับนั้นมีผลบังคับใช้ได้จริงหรือ?


เปิดอ่าน