ตร.ท่องเที่ยวรณรงค์ต้านค้ามนุษย์สร้างเครือข่ายเป็นหูเป็นตา

ตำรวจท่องเที่ยวรณรงค์ต้านค้ามนุษย์ สร้างเครือข่ายคอยเป็นหูเป็นตา : สายตรวจระวังภัย โดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช

               ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์แนวทางป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุกมิติ ทั้งเรื่องการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ เรื่องของการค้าประเวณี ผู้หญิงและเด็ก ซึ่งกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวก็เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

               พล.ต.ต.ศุภพล อรุณสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว จึงได้เปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ในด้านการท่องเที่ยว โดยเปิดเผยว่า ในฐานะที่ตำรวจท่องเที่ยวเป็นผู้ดูแลสวัสดิภาพนักท่องเที่ยว และเพื่อเป็นการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ให้เข้ามามีส่วนในการสนับสนุนวงจรการค้ามนุษย์ เช่น การสนับสนุนขอทานด้วยความสงสาร หรือการใช้บริการการการค้าประเวณี จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อรณรงค์ป้องกันการค้ามนุษย์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมกันนี้ก็ได้รณรงค์ให้ชาวต่างชาติเห็นถึงความพร้อม ความเข้มแข็ง ในการรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์

               โดยภารกิจแรกที่จะต้องทำให้ประเทศไทยปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะปลอดภัยได้ก็ต้องอาศัยปัจจัยหลายส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเป็นส่วนของผู้ประกอบการโรงแรม บริษัทนำเที่ยว รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ และร้านค้าต่างๆ ที่ต้องเข้าไปอบรมให้เป็นอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ต้องทำให้เป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งให้ได้ เพื่อคอยเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุ เพราะบุคคลเหล่านี้อยู่ใกล้ชิดนักท่องเที่ยวมากที่สุด

               “ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งเหตุเกิดจากนักท่องเที่ยวไม่เข้าใจการปฏิบัติตัวขณะอยู่เมืองไทย เพราะส่วนมากมักรู้สึกว่าเมืองไทยมีความปลอดภัยสูงมาก จึงไม่ค่อยระมัดระวังตัว เช่น การเดินในทางเปลี่ยวในเวลากลางคืน การไว้ใจคนแปลกหน้า หรือใส่เสื้อผ้าที่เปิดเผยมากเกินไป เป็นการสุ่มเสี่ยง เราจึงต้องสื่อสารให้รู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร” พล.ต.ต.ศุภพล กล่าว

               พล.ต.ต.ศุภพล กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเราอาจสื่อสารกับนักท่องเที่ยวไม่เพียงพอ โดยต่อไปวิธีการสื่อสารหลักๆ จะเป็นการใช้สื่อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปหาข้อมูลในการมาเที่ยวเมืองไทย และในรูปแบบของการแจ้งเตือนเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวประพฤติตัวสุ่มเสี่ยง โดยในส่วนนี้จะเป็นหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยวพื้นที่ และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวที่จะคอยดูแล แจ้งเตือน ทั้งทางวาจาและการให้โบรชัวร์

               “สำหรับด้านการค้ามนุษย์ จากนี้ไปตำรวจท่องเที่ยวจะรับหน้าที่หลักเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในเชิงท่องเที่ยวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน และการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวให้เที่ยวอย่างมีจริยธรรมต่อไป งานรณรงค์ในวันนี้ถือเป็นการนำร่องการสื่อสารในรูปแบบอื่นๆ ที่จะครอบคลุมมากขึ้น ส่วนในเรื่องของการปราบปรามที่ปกติทำอยู่แล้วนั้น ตอนนี้ได้ให้เข้มงวดขึ้น ถี่ขึ้น สร้างเครือข่ายที่จะคอยเป็นหูเป็นตาให้มากขึ้น และยังมีบริการสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งมีบริการล่ามแปลภาษาถึง 5 ภาษา เพื่อรองรับการแจ้งเหตุ และการดูแลนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติต่างภาษาได้ดีที่สุด” พล.ต.ต.ศุภพล กล่าว

               ปัญหาการค้ามนุษย์ไม่ใช่ปัญหาที่สามารถขจัดให้หมดสิ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับบางปัญหาที่สั่งสมมานาน กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงมุ่งมั่นในการวางแผนป้องกัน และแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว หากพบเหตุแจ้งสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือ www.touristpolice.go.th

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน