
เปิดใจ3นักรบทหารพรานผู้จากบ้านมาพิทักษ์เบตง
เปิดใจ3นักรบทหารพราน ผู้จากบ้านมาพิทักษ์เบตง : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ตามคำเชิญของ นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยหนึ่งในหัวข้อการหารือคือปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในฐานะที่มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติสุข
ขณะที่การดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ 1 ใน 7 เขตเมืองเศรษฐกิจอย่าง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเพิ่งเกิดเหตุลอบวางระเบิดเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการปรับแผนกันอย่างเข้มงวด เพราะกลุ่มก่อความไม่สงบอาจฉวยโอกาสแสดงออก "เชิงสัญลักษณ์" เพื่อกดดันในการเจรจา ประกอบกับเป็นช่วงรอยต่อการสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ที่ฝ่ายตรงข้ามมักจะชิงลงมืออยู่เสมอ
ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (รมช.กลาโหม) ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้ปรับแผนการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดย
จัดกำลังจาก "กรมทหารพรานที่ 33" จำนวน 16 กองร้อย รับผิดชอบ 4 อำเภอของ จ.ยะลา คือ อ.เบตง อ.ธารโต อ.บันนังสตา และอ.เมือง ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจที่ 13 จ.ยะลา
ด้าน พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ได้สั่งการให้จัด "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" ติดตามกลุ่มก่อความไม่สงบให้มีความเข้มข้น และทันต่อสถานการณ์มากขึ้น
อส.ทพ.สุรศักดิ์ สิงห์ลักษณ์ สังกัดกรมทหารพรานที่ 33 กล่าวถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายว่า คือ การลาดตระเวนตามเส้นทางในพื้นที่อ.เบตง รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้บังคับบัญชา ซึ่งแต่ละภารกิจทางผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้กำหนดแผนให้
อย่างไรก็ตาม แม้จะระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่เพื่อสร้างเสริมกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติ อาสาสมัครทหารพรานสุรศักดิ์จึงได้บูชา "พระพุทธชินราช" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพิษณุโลก และ "ชายผ้าถุงแม่" ที่ถือว่าเป็นพระอรหันต์ของลูกทุกคนไว้ติดตัว เพื่อจะได้อุ่นใจในระหว่างการปฏิบัติภารกิจว่าแม่อยู่กับเราตลอดเวลา
อส.ทพ.อนาวิน ขวัญนาง สังกัดกรมทหารพรานที่ 33 กล่าวว่า สิ่งที่ตนยึดถือในการปฏิบัติงาน คือ การทดแทนคุณแผ่นดิน และระลึกถึงคุณของบิดามารดา รวมทั้งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตนระลึกถึงเสมอมา โดยได้นำเหรียญของพระองค์ท่านใส่กรอบ และแขวนติดตัวอยู่เสมอ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ พ่อแห่งแผ่นดินของเรา "ผมอยากให้แผ่นดินนี้มีความสงบสุข ประชาชนสามารถประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ผมจะยึดมั่นคำสอนของพ่อหลวงของเราในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน และการที่พวกผมเลือกลงมาทำงานในพื้นที่เสี่ยงก็ต้องการให้แผ่นดินไทยอยู่ครบ 77 จังหวัด ถ้าขาดไปจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งก็จะไม่เป็นประเทศไทยที่มีด้ามขวานที่งดงาม”
อส.ทพ.สุธี วงค์ใหญ่ สังกัดกรมทหารพรานที่ 33 ที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจรักษาความปลอดภัยให้แก่ครู นักเรียน และพระภิกษุ รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ผู้บังคับบัญชาที่ได้เดินทางลงมาในพื้นที่ยอมรับว่าทุกภารกิจมีความเสี่ยง และต้องตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ
การตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทในความหมายของเขา คือ การเตรียมความพร้อม เช่น การตรวจเช็กอาวุธคู่ใจทุกครั้งก่อนออกปฏิบัติภารกิจ ส่วนเสื้อเกราะก็มีความสำคัญไม่แพ้อาวุธปืน และต้องตรวจสอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยทุกครั้ง ส่วนเครื่องรางของขลังที่พกติดตัว คือ "หลวงปู่ทวด" และ "พรของพ่อแม่" ที่ถือว่าเป็นเครื่องรางของขลังที่ดีที่สุดของลูกทุกคน
“ผมอยากให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบสุข ในฐานะที่ผมเป็นทหารคนหนึ่งพร้อมที่จะปกป้องผืนแผ่นดินไทยร่วมกับเพื่อนทหารทุกคน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ท่านก็รู้สึกเป็นห่วง แต่ก็ได้ให้กำลังใจ โดยบอกให้ทำงานเพื่อประเทศชาติให้เต็มที่ และดำรงตนอยู่ด้วยความไม่ประมาท” อส.ทพ.สุธี กล่าวอย่างแน่วแน่



