คอลัมนิสต์

ทำไมอเมริกายังไม่เชิญยิ่งลักษณ์

ทำไมอเมริกายังไม่เชิญยิ่งลักษณ์

24 ก.ย. 2556

ทำไมอเมริกายังไม่เชิญยิ่งลักษณ์ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

              กรุงวอชิงตัน-ปีนี้ไทยและสหรัฐอเมริกาเฉลิมฉลองครบรอบ 180 ปีของความสัมพันธ์การทูตอันเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ฉะนั้นการไปเยือนกรุงวอชิงตันในปีนี้ของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร น่าจะเป็นสัญลักษณ์ที่ดีที่สำคัญต่อกัน

              ทางทำเนียบรัฐบาลได้รอแล้วรอเล่า คำเชิญจากทำเนียบขาวก็ยังไม่มาสักที จนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะเดียวกัน ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น พม่า เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปินส์ ได้เดินทางไปเยือนทำเนียบขาวชนแก้วไวน์เรียบร้อยแล้วกับ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่น่าทึ่งที่สุดคือประธานาธิบดีเต็ง เส่งของพม่า ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เป็นผู้นำที่ไม่มีใครต้อนรับ แต่เดี๋ยวนี้สามารถแทรกหน้าไทยได้อย่างงดงาม ไม่ต้องรอนานเข้าคิวเยือนแบบไทย (เหมือนที่รอหน้าสถานทูต) อเมริกันที่ถนนวิทยุ

              ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้ชอบประกาศถึงความสำเร็จในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเยือนต่างประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประจำ ประชาชนธรรมดาคิดว่าผู้นำไทยเก่งไปเมืองนอกบ่อยๆเดินสายการทูต เพื่อส่งเสริมชื่อเสียงประเทศไทย ตามจริงบางประเทศที่ไปเยือน จริงๆ แล้วไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันกลับมา ยิ่งไปกว่านั้นบางประเทศที่ไปเยือนมีคนตั้งข้อสังเกตว่าเดินทางไป เพราะมีใครอยากไปหรือไม่?

              นายกฯ ยิ่งลักษณ์อาจจะไม่มีโอกาสไปเยือนสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นทริปที่สำคัญที่สุดสำหรับนายกรัฐมนตรีไทย การเมืองไทยท่าจะยุ่งๆ อยู่ในวันข้างหน้า ทางกรุงวอชิงตันไม่ได้ไว้ใจสถานการณ์การเมืองเมืองไทยเท่าไร ไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไรบ้างในอนาคต ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาอ่านการเมืองแบบผิดๆ ถูกๆ มัวแต่ไปสนใจดูที่รูปแบบมากเกินไปจนลืมดูความประพฤติต่างๆ ของรัฐบาลชุดนี้ ยิ่งนานวันกลับมีเสียงวิจารณ์เรื่องความเป็นเผด็จการมากขึ้น เพราะถือเอาเสียงข้างเป็นวิธีการเดียวที่ชอบธรรมในการผลักดันกฎหมายและมาตรการต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยต้องการ นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ยังไม่มีคำเชิญจากกรุงวอชิงตัน

              ที่น่าสนใจคือ ลึกๆ ทางทำเนียบขาวอาจจะต้องการทำโทษรัฐบาลชุดนี้ก็ได้ เลยไม่ได้เชิญนายกฯ ไทยไปเยือน เรื่องกระแสข่าวการข่มขู่เสรีภาพสื่อ ที่อาจจะสวนทางกับการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศที่ว่าไทยเป็นประชาธิปไตยตัวอย่างของประเทศกำลังพัฒนา

              ต้องย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่ปี 2006 หลังการปฏิวัติ ไม่มีผู้นำไทยได้เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ แม้แต่คนเดียว ทั้งนี้เป็นเพราะว่าสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สหรัฐอเมริกาเพิ่มความสนใจในภูมิภาคนี้มากขึ้น ประเทศเพื่อนบ้านไทยปรับตัวได้เร็วกว่า กวาดผลประโยชน์ต่างๆ ได้ก่อน

              ส่วนไทยยังชักช้าอยู่ สภาพผันแปรของพันธมิตรไทย-สหรัฐอเมริกาในยามที่ทั้งสองประเทศขาดศัตรูร่วมกัน แต่ยังเป้าหมายร่วม ตอนนี้ทหารไทยยังไม่ได้มียุทธศาสตร์ระยะยาวมารองรับสภาพภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ในเอเชีย

              ช่วงหลังไทยพยายามเอาใจสหรัฐอเมริกาเพื่อโน้มน้าวให้ทำเนียบขาวส่งคำเชิญมาไทยโดยเร็วที่สุด อาทิตย์ก่อนกระทรวงการต่างประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนข้อตกลงสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย เรื่องการทำลายอาวุธเคมีของซีเรีย ปรากฏว่าคำแถลงการณ์ไทยออกมาแรงที่สุด สร้างความประหลาดไทยให้แก่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา

              ก่อนหน้านี้ไทยแสดงความสนใจในการเจรจาการค้าเสรีในเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี แต่ทำไปทำมา ตอนนี้ปรากฏว่าผู้แทนการค้าไทยยังไม่ได้เข้าโต๊ะเจรจาทีพีพีอย่างที่คาดคิดไว้ ช่วงมีการเจรจาเมื่อเร็วๆ นี้ที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน

              ตามจริงก็เห็นใจทำเนียบขาวเหมือนกัน เจ้าภาพรู้ดีว่าเชิญนายกฯ ไทยมา แต่ไม่รู้จะพูดคุยอะไรดี ไม่มีคุณค่าเพิ่ม สำหรับประเทศอื่นๆ สหรัฐอเมริกามีโครงการร่วมมือทำเยอะมาก ไม่มีปัญหาแบบที่พบในไทย ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไร เวลาถูกหยิบยกขึ้นกลายเป็นประเด็นการเมืองแทบทั้งสิ้น

              สหรัฐอเมริกาจะเป็นตัวดัชนีชึ้ให้เห็นความสำคัญของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค รวมทั้งประเทศไทยด้วย จึงไม่แปลกที่รัฐบาลชุดนี้พยายามทุกอย่างเพื่อให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้ไปเยือนกรุงวอชิงตันให้ได้ มิฉะนั้นจะตกรถไฟ