รัฐธรรมนูญ , ทักษิณ

รายงานพิเศษ > บทวิเคราะห์/สกู๊ปพิเศษ  :  1 พ.ค. 2555

ใครอึดกว่าก็คว้าถ้วยชัย

ใครอึดกว่าก็คว้าถ้วยชัย : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา

              สถานการณ์การเมืองสัปดาห์นี้ ยังคงโฟกัสตั้งเป้าอยู่ที่การแก้รัฐธรรมนูญ ที่ฝ่าย "ผู้กำหนดเกม" เร่งให้ปิดเกมเร็วที่สุด

 

              เห็นได้ว่า มีการนัดเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 ถึง 3 วันรวด

 

              ถึงแม้ว่า สามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญ จะยอมรับว่า ต่อให้ประชุมติดต่อกันจนสิ้นอาทิตย์นี้ก็คงจะยังไม่เสร็จก็ตาม

 

              ก็อย่างว่า วันเวลาที่ถูกเผาผลาญไปทำให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างเชื่องช้านั้น ในอีกสถานการณ์หนึ่งวัน-เวลา มันค่อยๆ หมดลงทุกขณะ

 

              อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความรีบเร่งครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะราบรื่น

 

              นอกเหนือจากเกมผลาญเวลาของทั้งฝ่ายค้านและวุฒิสภาที่เล่นสอดประสานกันมาหลายวันแล้วนั้น ยังมีปัจจัยตัวรัฐธรรมนูญเองอีกที่เป็นอุปสรรค

 

              การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะบอกว่า แก้ผ่านมาตรา 291 แต่การดำเนินการแก้ไขอยู่นั้น กำลังถูกตั้งคำถามว่า ได้ดำเนินการแก้ไขตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 291 หรือไม่

 

              บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ไม่มีส่วนใดเปิดทางให้มีการตั้ง สสร.มาแก้รัฐธรรมนูญ

 

              เพราะฉะนั้นจึงมีผู้มาชี้ว่า ที่กำลังทำกันอยู่นี้เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 

              ถึงแม้จะบอกว่า นี่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่แม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ยังไม่มีสิทธิมาตีความ-วินิจฉัย เพราะเป็นอำนาจของประชาชนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม

 

              ข้อถกเถียงตรงนี้ มีแนวโน้มว่าจะไปสิ้นสุดลงที่ความขัดแย้งในสังคมมายิ่งขึ้น

 

              ส่วนจะพัฒนาไปถึงตรงไหน ยังต้องรอดูปัจจัยอื่นที่จะมาสนับสนุนในแต่ละฝ่าย

 

              ประเด็นหนึ่งที่คงจะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาโต้แย้งกันแน่ๆ ก็คือ มาตรา 68 ที่ได้คุ้มครองรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอาไว้ ไม่ให้บุคคลใด พรรคใด ล้มล้างระบอบการปกครอง หรือกระทำการให้ได้มาในอำนาจการปกครองประเทศ โดยวิธีอื่นที่ไม่ได้เป็นไปตามวิถีที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้

 

              นอกจากนี้ มาตรา 269 ยังบัญญัติขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้อย่างชัดเจน คือ ให้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในแต่ละมาตรา ที่ต้องการจะแก้ แล้วให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้แก้ไข ในกติกาที่มาตรา 291 บัญญัติเอาไว้

 

              ที่กำลังทำกันอยู่นี้จึงมีผู้แย้งว่า ใช่กำลังเขียนมาตรา 291 ขึ้นมาใหม่หรือไม่ ?

 

              ถ้าใช่ ก็มีคำถามว่า แล้วมันจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือเปล่า

 

              นี่คือประเด็นที่กลุ่มพันธมิตรนำไปยื่นให้อัยการสูงสุด และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อให้เอาผิดสมาชิกรัฐสภาทั้ง 416 คน ที่ได้ลงชื่อร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

              ตรงนี้แหละที่จะทำให้สถานการณ์มันเกิดความไม่แน่นอน

 

              ยิ่งถ้าใครได้ลองเป็นตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้ว ก็คงจะรับรู้ถึงความไม่แน่นอนมากกว่าคนอื่น

 

              ถ้าหากการแก้รัฐธรรมนูญ อย่าว่าแต่ไม่สำเร็จเลย แค่ถูกทำให้ยืดเยื้อเนิ่นนานออกไป คดีความที่ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนก็จะมาจ่อรอคิวขึ้นศาล

 

              ถึงวันนั้นเงื่อนปมที่จะเป็นอุปสรรคไม่ให้หลุดพ้นจากคดีความมันก็จะเพิ่มมากขึ้น

 

              แต่ที่น่าวิตกกังวลมากไปกว่านั้นก็คือ ภาพ-คลิป ที่ทั้ง รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ กับ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อ้างว่าเก็บไว้ในมือ หากเกิดเป็นคลิปจริงขึ้นมาและชัดเจนว่าเป็นการเสียบบัตรในระหว่างพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันก็จะยิ่งไปกันใหญ่

 

              ถ้าหากมีใครเอาคลิปที่ว่าไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีเรื่องอย่างนี้ในการพิจารณารัฐธรรมนูญว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็ไม่ต่างจาก "ไฟไหม้สำเพ็ง" เลยละพี่น้อง

 

              เพราะถ้าคลิปจริง ไม่ต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นักกฎหมายทั่วไปก็ฟันธงได้ว่า นั่นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

 

              ถ้ามันผิด มันก็อาจส่งผลไปถึงความชอบด้วยกฎหมายที่ได้โหวตผ่านมาตรา 291 ทับ (/) อะไรไม่รู้ในเวลานั้น เป็นอย่างไร ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาแค่ไหน อย่างไร

 

              ถ้าเป็นอย่างนั้น การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุดหัวทิ่มแน่ๆ

 ทั้งสองประเด็นคือ การร้องต่ออัยการสูงสุด และปปช. กับกรณีคลิปเสียบบัตรแทน ไม่ว่าประเด็นไหนหากไม่ชอบด้วยกฎหมาย การแก้รัฐธรรมนูญสะดุดทันที

 

              แต่ถ้าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะดิ้นต่อ ก็คงเหลือเพียงทางเดียวคือ ใช้มวลชนคนเสื้อแดงออกมาเรียกร้องให้ปรองดองครั้งใหญ่ แล้วผลักดันให้กฎหมายปรองดองออกมาให้ได้

 

              แต่ก็ต้องเจอกับมวลชนที่เริ่มเห็นความผิดปกติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เห็นสัญญาณการเคลื่อนไหวออกมาแล้ว

 

              ถึงแม้ในวันนี้จะยังวัดไม่ได้ว่าใครจะเหนือกว่าใคร แต่ต่างก็รู้กันว่า เหตุการณ์อย่างนี้มันไม่ต่างจาก "ดำน้ำแข่งกัน" ใครอึดกลั้นหายใจได้นานกว่าก็มีโอกาสคว้าชัย

..............

(หมายเหตุ  :  ใครอึดกว่าก็คว้าถ้วยชัย : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา)


เปิดอ่าน 856