ในหลวง ร.10 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

ประชาชนสวมเสื้อเหลืองเฝ้าชื่นชมพระบารมีล้นหลาม

         เวลา 15.06 น. วันที่ 27 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา พุทธศักราช 2561

ในหลวง ร.10 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

         เมื่อเสด็จฯ ถึง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ แล้วทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงถวายพุ่มเทียน ต้นไม้ทอง-ต้นไม้เงิน และทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคมจากนั้นเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน

ในหลวง ร.10 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

         สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้าพระราชทานผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเชิญไปรักษาไว้สำหรับถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงต่างๆ นำไปจุดเทียนพรรษาที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้แล้ว เสด็จฯ ไปถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ ที่อาสน์สงฆ์เที่ยวแรก จำนวน 30 รูป ประทับพระราชอาสน์
         ต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 2 จำนวน 30 รูป จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารัตน์ ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 3 จำนวน 30 รูป ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ทรงประเคนพุ่มเทียน เมื่อหมดจำนวนพระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนประมาณ 350 รูปแล้ว เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ในหลวง ร.10 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อใกล้เวลาเสด็จพระราชดำเนิน มีพสกนิกรจำนวนมากต่างจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าชื่นชมพระบารมี ตั้งแต่ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน จนถึงประตูวิเศษไชยศรี ซึ่งเมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวล โดยพสกนิกรต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ต่างตื้นตันใจที่ได้รับเสด็จฯ และชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

ในหลวง ร.10 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

          นายสุทิน เจริญพร อาจารย์โรงเรียนสายน้ำทิพย์ กล่าวว่า ตัวเองกับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนต่างๆ จำนวน 10 โรงเรียน ที่ชนะเลิศจากการประกวดการสวดมนต์ จัดโดยกรมการศาสนา พร้อมใจกันสวดโอ้เอ้วิหารราย ซึ่งเป็นบทสวดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเลือนหายไป มีการรื้อฟื้นอีกครั้งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อเป็นการสืบสานตามโบราณราชประเพณี และถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ในหลวง ร.10 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

         ด้าน นางอมรณัฐช์ มหาเมฆ ชาวสวนวัย 56 ปีเดินทางมาจาก อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พร้อมกับสามี นายอนันต์ และลูกสาว นางสาวจิตตาภา กล่าวว่า เดินทางมารับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นประจำทุกปี โดยมาพร้อมกับพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระบูรพาคณาจารย์ เจ้าอาวาสวัดบ้านโง้ง ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ที่มารับพุ่มเทียนพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          “วันนี้ตื่นมาทำบุญตั้งแต่เช้า แล้วออกเดินทางมากรุงเทพฯ ตั้งแต่ 10 โมงเช้า เมื่อมาถึงก็รีบเข้ามากราบพระแก้วมรกตตรงด้านหน้าพระอุโบสถ แล้วรีบมาจับจองพื้นที่บริเวณทางเข้าใกล้ประตูเกยซึ่งเป็นที่ประจำที่มาจับจองเป็นประจำทุกปี เพื่อจะได้ชื่นชมพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด เห็นพระองค์แล้วรู้สึกปลาบปลื้มใจจนบอกไม่ถูก”

ในหลวง ร.10 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

          ขณะที่ นายกรกฤษณ์ เสือคุ่ย อายุ 33 ปี ชาวอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ มาพร้อมภรรยาและลูกสาววัย 1 ขวบ 9 เดือน เล่าด้วยสีหน้าภูมิใจว่า อาศัยวันหยุดยาวจึงพาครอบครัวมาเที่ยวในกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม ช่วงใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษาจึงพาครอบครัวมาที่สนามหลวงและเลยมาเฝ้าฯ รับเสด็จ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของพวกเรา ก็รู้สึกประทับใจและโชคดีมากเพราะพระองค์ได้หันมาแย้มพระสรวลให้ครอบครัวเรา ขณะที่ลูกสาวแม้ช่วงวัยนี้จะยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก แต่ก็อยากให้ซึมซับบรรยากาศ อยากปลูกฝังความกตัญญูรู้คุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์