สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5

ทรงย้ำให้หน่วยงานต่างๆ ระดมความรู้ความคิดและร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อ"ข้าวไทย"ยืนหยัดในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง

         สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงาน การประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2561 ซึ่ง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กรมการข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ งานวิจัยข้าวไทย สู่ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อนำเสนอผลงานการพัฒนาข้าวไทยด้วยงานวิจัย นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการแปรรูปข้าวแบบครบวงจรตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ข้าวของไทย และรักษาความเป็นผู้นำการค้าข้าวในตลาดโลก โดยมี กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) รวมถึงคณะข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฝ้ารับเสด็จ ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5

         โอกาสนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระดำรัสเปิดการประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ความว่า  “ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทยและเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศมาช้านาน แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้มากเป็นลำดับแรกของโลก แต่ปัญหาข้าวไทยยังมีหลายประการที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและเร่งแก้ไข อาทิ ปัญหาด้านประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงปัญหาด้านการตลาด ซึ่งส่งผลให้ขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันส่งออกข้าวของไทยมีแนวโน้มลดลง ไม่สามารถแข่งกับประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหม่ที่สามารถผลิตข้าวด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าได้

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5

          เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหาร และยังคงเป็นผู้นำการส่งออกข้าวในตลาดโลก รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ด้านการเกษตรจากการทำ การเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การทำการเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยโดยมุ่ง การลดต้นทุนการผลิต การปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าจาก “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” เป็นการทำการเกษตรโดยใช้ความรู้เป็นเป้าหมายสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าข้าวที่เป็นสินค้าปฐมภูมิและมีมูลค่าต่ำ ต้องมีการสร้างนวัตกรรมการผลิตข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม เปลี่ยนข้าวให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยพื้นฐานการวิจัยจากหน่วยงานหลายๆ หน่วย ร่วมกันระดมความรู้ความคิดและร่วมมือกันอย่างจริงจัง ข้าวไทยที่ออกสู่สากลมานานแล้ว จึงจะสามารถยืนหยัดในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง ซึ่งจะมีผลทำให้เกษตรกรของไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้มั่นคง พึ่งพาตัวเองได้

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5

         ในการนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อข้าวไทย เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และนิทรรศการ “งานวิจัยข้าวไทย สู่ไทยแลนด์ 4.0" มีรับสั่งให้กรมการข้าวฟื้นฟูอนุรักษ์พันธุ์ข้าวไทยที่มีมากกว่า 1,300 กว่าสายพันธุ์ที่กำลังสูญหายไปจากประเทศไทย เพราะในทุกวันนี้เกษตรกรไทยใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองเป็นจำนวนลดลง และที่สำคัญข้าวเป็นหนึ่งในศาสตร์พระราชา ที่พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงหว่านข้าวในแปลงทดลองที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ.2504 อีกทั้งรับสั่งเพิ่มเติมว่าการที่ข้าวไทยจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างเต็มตัวนั้น นอกจากมีการแปรรูปข้าวด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องส่งออกไปขายผ่านระบบออนไลน์ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้น้อมเกล้าฯ ถวายรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 2 คัน เพื่อใช้ในโครงการส่วนพระองค์ต่อไป