สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์โขน

ศิลปวัฒนธรรมไทย เป็นสมบัติอันล้ำค่าที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นชาติไทย คนไทย บัณฑิตจึงควรศึกษาให้เห็นซึ้งถึงคุณค่า และร่วมกันถนอมรักษาไว้...

   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระงานด้านศิลปวัฒนธรรม และจารีตประเพณีต่างๆ อยู่เนืองๆ โดยเฉพาะศิลปะการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการนาฏศิลป์และดนตรีไทยอย่างยิ่ง สนพระราชหฤทัยและทรงตระหนักถึงคุณค่าของนาฏศิลป์ไทย โดยเฉพาะ“การแสดงโขน”ทรงส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้ชมศิลปะการแสดงชั้นสูงที่ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแสดงโขนกลางแปลงพระราชทานในงาน “ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad” ณ พระลานพระราชวังดุสิต ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา

     ย้อนกลับไปเมื่อปี 2502 ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ครั้งนั้น “เจ้าฟ้าพระองค์น้อย” พระชันษาเพียง 7 ปี ได้ทรงฝึกหัดโขนเป็นหนุมาน ที่โรงเรียนจิตรลดา ผู้ถวายการสอนคือ ครูกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ ต่อมาได้ทรงพากย์-เจรจาโขน ในการเล่นโขนงานปิดภาคเรียน โรงเรียนจิตรลดา ปีการศึกษา 2505 เกี่ยวกับพระปรีชาสามารถด้านนี้ เอนก อาจมังกร ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยด้านศิลปวัฒนธรรมมานานแล้ว ตามที่เคยศึกษาในพระราชประวัติ ทรงเคยเรียนรู้และแสดงโขน โดยเฉพาะ “ตัวลิง” ที่เป็นสุดยอดของลิงคือ “หนุมาน” ด้วยพระวิริยอุตสาหะ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์โขน

    "ตอนนั้นทรงร่วมแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนสืบมรรคา ครูโขนที่ถวายการฝึกโขนลิงให้พระองค์ คือ              ครูกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติในยุคนั้นซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ยังมี ครูฉลาด พกุลานนท์ ช่วยอีกแรง มีการเก็บบันทึกภาพเคลื่อนไหวของพระองค์ไว้เป็นภาพยนตร์ส่วนพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการฝึกโขนของพระองค์อีกด้วย" เอนก กล่าว

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์โขน

       จากข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ การฝึกโขนนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ พร้อมพระสหาย จะทรงฝึกสัปดาห์ละครั้ง เริ่มจากท่าทางต่างๆ ของหนุมาน ได้แก่ ท่าตีลังกา ท่าเกา ท่าตกใจ เป็นต้น ทั้งนี้ ระหว่างการฝึกหัดโขน จะเห็นได้ว่า พระราชบิดาจะทรงฉายพระฉายาลักษณ์พระราชโอรสในทุกอิริยาบถอยู่ตลอดเวลา เผยให้เห็นถึงความสนพระราชหฤทัยในพระราชโอรส อีกทั้งยังได้แสดงถึงความรัก ความเอาใจใส่ในฐานะพระราชบิดาได้อย่างน่าประทับใจ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์โขน

       ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กล่าวด้วยว่า ความสนพระราชหฤทัยในด้านศิลปวัฒนธรรมของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาจจะไม่ได้มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่ที่ทรงปฏิบัติก็คือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมศิลปากร ส่งครูไปสอนนาฎศิลป์ข้าราชบริพารเป็นการส่วนพระองค์ นอกจากนี้เวลามีงานเลี้ยงสำคัญๆ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการกรมศิลปากรส่วนหนึ่งไปร่วมทำการแสดงด้วย  ส่วนในด้านการฟ้อนรำก็เช่นกัน ข้าราชบริพารที่เป็นฝ่ายหญิงก็โปรดให้กรมศิลปากรส่งครูไปสอนให้สำหรับไว้แสดงในงานเลี้ยงส่วนพระองค์ แสดงให้เห็นว่ามีความใส่พระราชหฤทัยในเรื่องศิลปวัฒนธรรมอย่างยิ่ง 

     “ในเรื่องของดนตรี ก็เคยโปรดให้ข้าราชการสำนักงานสังคีต กรมศิลปากร เข้าไปถวายงานบรรเลงอยู่เป็นเนืองๆ ตั้งแต่ประทับอยู่ที่พระตำหนักสนามบินน้ำ จนกระทั่งแปรพระราชฐานมาประทับที่วังศุโขทัย ข้าราชการกรมศิลปากรก็ยังมีโอกาสเข้าไปถวายงานอยู่ หรือแม้กระทั่งเสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจยังต่างจังหวัด อย่างงานพระราชทานปริญญาบัตร ก็จะมีวงดนตรีไทยไปบรรเลงซึ่งมาจากกรมศิลปากร หรือเพลงต่างๆ ที่สนพระราชหฤทัยก็จะมีรับสั่งถามกรมศิลปากร ทรงทราบชื่อเพลงก็จะมีรับสั่งให้บรรเลงเพลงนั้นๆ หรือกรณีที่ไม่ทรงทราบชื่อเพลงก็จะมีพระราชดำรัสออกมาตามความเข้าพระราชหฤทัยของพระองค์ท่าน ทรงนึกชื่อไม่ออก พวกเราก็จะช่วยกันเดาว่าน่าจะเป็นเพลงอะไร ถ้าบรรเลงถูกก็ทรงรับฟัง แต่หากบรรเลงไม่ถูกก็จะมีรับสั่งว่าไม่ใช่ เราก็จะเปลี่ยนการบรรเลงใหม่ คือพระองค์ท่านสนพระราชหฤทัยในดนตรีไทย นาฏศิลป์ โขน การละคร ไม่ทรงทอดทิ้ง” ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กล่าว

     ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยด้านการอนุรักษ์มรดกไทยสาขาศิลปะการแสดง โดยเฉพาะการแสดงโขน และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2560 สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จึงได้จัดการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุด "พระบารมีเกริกก้องหล้า มหาวชิราลงกรณ” ระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคมนี้ ที่โรงละครแห่งชาติ โดยหัวใจของการแสดงอยู่ที่โขนรามเกียรติ์ ตอน “สืบมรรคา” ซึ่งเป็นตอนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยแสดงเป็นหนุมานเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เป็นตอนที่พระรามสั่งให้ทหารไปสืบหาหนทางที่จะไปกรุงลงกา นำเสนอความสวยงามอลังการของฉาก ที่ส่วนหนึี่งได้นำพระฉายาลักษณ์ขณะที่พระองค์ทรงฝึกครั้งนั้นมาฉายให้ชมด้วย นอกจากนี้ยังมีการบรรเลงและขับร้องโดยวงมหาดุริยางค์ทั้งไทยและสากล ซึ่งคัดเลือกบทเพลงที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งบทเพลงที่โปรด บทเพลงจากความทรงจำเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ และบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ อาทิ เพลงประวัติศาสตร์ เพลงลาวเจริญศรี เพลงพระราชนิพนธ์แสงเดือน เพลงโยสลัม เพลงลาวม่านแก้ว เพลงรัชกาลที่ 10

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์โขน

    กล่าวได้ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการปลูกฝังเรื่องศิลปวัฒนธรรมจากพระราชบิดาและพระราชมารดามาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็สนพระราชหฤทัยในการสืบสาน และทรงเป็นองค์อุปถัมภ์กิจการด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เรื่อยมา....เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน 

       ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม 


เปิดอ่าน