"ในหลวง" เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ ร.9

"ในหลวง" เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ ร.9

          เวลา 19.00 น.วันที่ 12 พ.ค. 60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์ มายังลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือ ลานพระบรมรูปทรงม้า ณ ลานพระราชวังดุสิต เพื่อทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยในวันนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยได้พระราชทานพระราชานุญาตให้วงดุริยางค์กองทัพอากาศ จัดแสดงในคอนเซ็ปต์ “ ยิ้มสู้ จงรักษ์ ภักดี” การนี้ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้นสมเด็จพระเจ้าอยู่ได้เสด็จพระราชดำเนินประกำลังใจให้แก่ จิตอาสาที่มาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ในโครงการจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์พระราชทาน เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทบรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และทอดพระเนตรเต๊นท์พระราชทานเครื่องสักการะพระบรมรูปทรงม้า ที่ฝั่งประตูสวนอัมพร

 "ในหลวง" เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ ร.9

 "ในหลวง" เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ ร.9

 "ในหลวง" เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ ร.9

          ก่อนหน้านี้เวลา 18.20 น. พลอากาศเอกภักดี แสง-ชูโต รองราชเลขาธิการพระราชวังได้เป็นตัวแทนนำคณะผู้นำ 4 เหล่าทัพประกอบด้วย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาร ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณะ อารีนิช ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย วงดุริยางค์กองทัพอากาศ และประชาชน ถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจากนั้นได้นำคณะเจ้าหน้าที่หันหน้าเข้าสู่พระบรมมหาราชวังเพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

          ก่อนที่การแสดงดนตรีจะเริ่มขึ้น ต่อมาวงดุริยางค์ทหารอากาศได้เริ่มบรรเลงบทเพลงเฉลิมพระเกียรติในรูปแบบวงบิ๊กแบรนด์ประกอบด้วย เครื่องดีด สี ตีเป่า ครบวง มีนักร้อง และนักร้องประสานเสียงของกองดุริยางค์กองทัพอากาศ รวม 80 คน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ ยิ้มสู้ จงรักษ์ ภักดี”

          โดยการแสดงแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 บทเพลงพระราชนิพนธ์ ได้แก่ เราสู้, สายลม, ยิ้มสู้, โอ้ ไอเซย์ (Oh I Say) และ บทเพลงความฝันอันสูงสุด ช่วงที่ 2.บทเพลงร่วมสมัย ได้แก่ ทะเลบ้า, เมืองกังวล, ชั่วนิจนิรันดร์, คิดถึง, ลาวคำหอม และลาวเจริญศรี ช่วงที่ 3.บทเพลงเทิดพระเกีรติและบทเพลงของกองทัพอากาศ ได้แก่ ต้นไม้ของพ่อ, ในหลวงในดวงใจ, เทวดา, คิง ออฟ คิงส์, เพลงแด่เธอ ซึ่งเป็นบทเพลงของกองทัพอากาศ มีเนื้อหาพูดถึงทหารอากาศที่ออกไปปฏิบัติภารกิจซึ่งมีทั้งที่ได้กลับมาและไม่ได้กลับมา

           สำหรับบทเพลงไฮไลท์ที่นำมาจัดแสดงในคอนเสิร์ตเทิดพระเกีรติฯ ครั้งนี้ คือบทเพลงชัยพัฒนา ซึ่งกองทัพอากาศประพันธ์ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงก่อตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งกองทัพอากาศนำมาบรรเลงทุกครั้งที่มีการจัดแสดง นอกจากนี้ในช่วงที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายเป็นการแสดงบทเพลงขับร้องและเพลงบรรเลงสากล ได้แก่ มิดไนท์ อิน มอสโค, วอชิงตัน สแควร์, เซอเวย์,ฟิลลิ่ง กู๊ด, เพลงฮีโร และปิดท้ายด้วยเพลงมหาราชพระจอมสยาม ประพันธ์โดยคุณสติ สติฐิต ซึ่งบรรยายถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยบทเพลงดังกล่าว ดุริยางค์กองทัพอากาศใช้เป็นเพลงปิดท้ายคอนเสิร์ตทัพฟ้าคู่ไทย ทุกครั้ง”

           สำหรับการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติสามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 19.00-21.00 น. ผู้ที่มาชมการแสดงดนตรีสามารถจอดรถได้ที่สนามเสือป่า และสวนอัมพร โดยวันเสาร์ที่ 20 พ.ค. เป็นการแสดงของวงดุริยางค์ตำรวจ สำหรับการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติสามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 19.00-21.00 น. ผู้ที่มาชมการแสดงดนตรีสามารถจอดรถได้ที่สนามเสือป่า และสวนอัมพร โดยวันเสาร์ที่ 20 พ.ค. เป็นการแสดงของวงดุริยางค์ตำรวจ                      

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเครื่องสักการะพระบรมรูปทรงม้าให้ประชาชนทุกคนนำไปสักการะ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป วันละ 1,000 ชุด ให้บริการที่เต๊นท์ฝั่งประตูสวนอัมพร ซึ่งประชาชนต่างให้ความสนใจเข้ามาลงชื่อขอรับพานดอกไม้พระราชทานเป็นจำนวนมาก สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ชุด “ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ให้สามารถใช้ในการอุปโภค บริโภค การอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร ให้มีอย่างเพียงพอและมีคุณภาพเหมาะสม เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎรชาวไทย นิทรรศการดังกล่าว ได้รับการประสานความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และกรมชลประทาน ในการร่วมเผยแพร่พระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริด้านแหล่งน้ำด้วย ทั้งนี้ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ชุด “ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ” ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 13พฤษภาคม 2560 เวลา 10.00 น. จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2560 ณ ลานพระราชวังดุสิต


เปิดอ่าน