สมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรโครงการสวนจิตรลดา

56 ปีย้อนรำลึกโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

สมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรโครงการสวนจิตรลดา

         เมื่อเวลา 09.46 น. วันที่ 12 พ.ค. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ทอดพระเนตรพระยาแรกนาหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สำหรับเก็บไว้ปลูกเมล็ดพันธุ์  เพื่อใช้ในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีต่อๆ ไป ในโอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดยเสด็จด้วย เมื่อเสด็จฯ ถึงบริเวณแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าปะรำพิธี ประทับพระเก้าอี้ พระยาแรกนา เฝ้าฯ กราบถวายบังคม แล้วออกไปประกอบพิธีแรกนาพร้อมด้วยเทพี เสร็จแล้ว พระยาแรกนาเฝ้าฯ กราบถวายบังคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากปะรำพิธี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ กลับ 

สมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรโครงการสวนจิตรลดา

         วันเดียวกัน เวลา 10.24 น.  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ ทอดพระเนตรความก้าวหน้าโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โดยมี น.ส.กอบกุล กาญจนาลัย ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้แทนสหกรณ์ภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ กรรมการสหกรณ์โคนมสมาชิกผู้รับนมสด สวนจิตรลดา ผู้แทนครูบัญชีดีเด่น เฝ้าฯ รับเสด็จ
          โอกาสนี้ น.ส.กอบกุล กาญจนาลัย กราบบังคมทูลถวายรายงานการดำเนินงานของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ดังนี้ ปี 2560 โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้ดำเนินกิจกรรมการสาธิต ทดลอง และเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มาครบ 56 ปี นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงปลูกต้นยางนาในปี 2504 และในปีต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดสร้างโรงโคนม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอุตสาหกรรมนม ของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา จนเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดในปัจจุบัน อีกทั้งพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมนม ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันดีว่า พระองค์เป็นพระบิดาแห่งวงการโคนม และอาชีพการเลี้ยงโคนมถือเป็น "อาชีพพระราชทาน"
          ในปีนี้ โครงการส่วนพระองค์ฯ ได้รับพระราชทานพระราโชบายจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ย้ายโรงโคนม รวมทั้งอาคารโรงงานตั้งแต่โรงสีข้าว จนถึงอาคารผลิตภัณฑ์อาหารและยาแผนโบราณ ไปสร้างที่บริเวณป่าบนและป่าล่างภายในสวนจิตรลดา อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณการเผยแพร่พระราชกรณียกิจและเป็นแนวทางในการสานต่อพระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์เกษตร สืปไป พร้อมกันนี้ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้จัดแสดงนิทรรศการ 56 ปีย้อนรำลึกโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โดยกรมอนามัยและกรมประมง ได้ร่วมจัดแสดงด้วย 
          ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาท ความตอนหนึ่งว่า สำหรับท่านที่เป็นตัวแทนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั้งหลาย ข้าพเจ้าใคร่จะปรารภแก่ท่านว่า ทุกวันนี้ โลกของเราเปลี่ยนไปเร็วมาก จึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ให้รู้ให้เข้าใจ จะได้นำมาปรับใช้ในการพัฒนางาน ทั้งในด้านการผลิต การแปรรูป การจำหน่าย ตลอดจนการบริหารจัดการกลุ่มหรือสหกรณ์ ให้เตริญก้าวหน้า การที่ท่านทั้งหลายได้มาเข้ารับการอบรมความรู้ทางราชการ และมาเยี่ยมชมโครงการส่วนพระองค์ในวันนี้ ก็นับเป็นทางหนึ่งที่จะได้ศึกษาเรียนรู้วิทยาการใหม่ๆ ทั้งยังได้เห็นตัวอย่างที่ดีของการทดลอง ค้นคว้า วิจัย และดำเนินงานด้านการเกษตรอย่างครบวงจรอีกด้วย ขอให้ทุกท่านตั้งใจเรียนรู้และศึกษาสังเกตสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะได้นำความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ไปถ่ายทอดแก่มวลสมาชิก รวมทั้งปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนางานอย่างเหมาะสม หากทำได้ดังนี้ งานด้านเกษตรกรรมที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอยู่ก็ย่อมจะดำเนินก้าวหน้า เป็นรากฐานอันมั่นคงให้บ้านเมืองของเรามีความเจริญยั่งยืนสืบไป

สมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรโครงการสวนจิตรลดา

          จากนั้น เสด็จฯ ออกจากพลับพลาพิธี ทรงเยี่ยมเกษตรกรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จฯ พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ 56 ปี ย้อนรำลึกโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 6 ชุด ได้แก่ ทศวรรษที่ 1 พ.ศ. 2504 - 2523 ประกอบด้วยโครงการป่าไม้สาธิตโครงการนาข้าวทดลอง โรงโคนมสวนจิตรลดา บ่อเพาะเลี้ยงปลานิล และโรงนมผงสวนดุสิต ทศวรรษที่ 2 พ.ศ. 2504 -2523 ประกอบด้วยโรงสีข้าวตัวอย่างสวนจิตรลดา ฉางไม้แบบสหกรรณ์ ศูนย์รวมนม โรงบดแกลบ ทศวรรษที่ 3 พ.ศ. 2524 - 2533 ประกอบด้วย งานควบคุมคุณภาพ โรงนมอัดเม็ด สวนดุสิต โรงน้ำผลไม้พาสเจอร์ไรส์ โรงผลิตภัณฑ์อบแห้ง โรงปุ๋ยอินทรีย์ งานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง โรงหล่อเทียนหลวง โรงเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง โรงเนยแข็ง สวนจิตรลดา โรงน้ำดื่มสวนจิตรลดา งานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โรงเพาะเห็ด สวนจิตรลดา
           ทศวรรษที่ 4 พ.ศ. 2534 - 2543 ประกอบด้วย โรงผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง สวนจิตรลดา โรงผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋อง โรงกระดาษ งานทดลองผลิตภัณฑ์เชื่อเพลิง งานฝึกอบรม งานคลังผลิตภัณฑ์ หน่วยประกันคุณภาพ ทศวรรษที่ 5 พ.ศ. 2544 - 2553 ประกอบด้วยโรงงานยูเอชที สวนจิตรลดา หน่วยคบคุมและพัฒนาระบบคุณภาพไบโอดีเซล งานประชาสัมพันธ์และนำชมหน่วยประกันคุณภาพโรงงาน หน่วยสัตวบาล โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ และทศวรรษที่ 6 พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ โรงงานแปรรูปนม โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ อาคารศูนย์ควบคุมและประกันคุณภาพ

          ต่อมา เสด็จฯไปยังหน้าอาคารสำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ซึ่งเป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงมีสายพระเนตรยาวไกล โดยที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากร เริ่มดำเนินงานอยู่ภายใต้แผนแม่บทระยะละ 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ "ความก้าวหน้าโครงการใช้ประโยชน์พืชอนุรักษ์ อด.สธ. มะเกี๋ยงน้อยหน่าเครือ ตีนฮุ้งดาย" นิทรรศการ "งานบริการวิชาการ ฝ่ายวิชาการ อพ.สธ."

          ก่อนเสด็จฯ ยังอาคารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช และอาคารธนาคารข้อมูล ทอดพระเนตรนิทรรศการ "สมาชิกสวนพฤกษศาสตร์" จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนปากเกร็ด จ.นนทบุรี, โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย จ.เชียงใหม่, โรงเรียนเชียงเพ็ญวิทยา จ.อุดรธานี และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด และทอดพระเนตรนิทรรศการ "งานศึกษาวิจัยและพัฒนาการย้อมเส้นไหมจากธรรมชาติให้ได้สีที่มีคุณภาพสูง" 

สมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรโครงการสวนจิตรลดา

          หลังจากนั้นเสด็จฯต่อไปยังโครงการนาทดลอง สวนจิตรลดา ทอดพระเนตรนิทรรศการ ทอดพระเนตรนิทรรศการ "สองมหาราชผู้พัฒนาข้าวไทย" เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ห้องนิทรรศการกรมการข้าว โดยกรมการข้าวยังได้นำพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ใหม่ ประกอบด้วย พันธุ์ข้าวดอกข่า 50 ข้าวไร่คุณภาพดี, พันธุ์ข้าว กข71 อายุการเก็บเกี่ยวเร็ว ผลผลิตสูง, พันธุ์ข้าว กข73 เจ้าหอมทนดินเค็มและโรคไหม้ รวมถึงยังได้มีการนำพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ที่มีอยู่แล้วที่มีการวิจัยว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการดัชนีน้ำตาลต่ำอย่าง พันธุ์ข้าว กข43 และพันธุ์ข้าวพิษณุโลก 80 มาจัดแสดงในครั้งนี้ด้วย เมื่อถึงเวลาสมควรจึงเสด็จฯ กลับ


เปิดอ่าน
คลิปเกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด >>