royal coronation
วันที่ 22 กันยายน 2562
ข่าวทั่วไป

สุรินทร์โมเดล แก้น้ำแล้งยั่งยืน

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 - 18:13 น.
สุรินทร์โมเดล,แก้น้ำแล้งยั่งยืน,คมชัดลึก
Shares :

ภัยเเล้งปีนี้หลายจังหวัดทั่วไทยเดือดร้อน จนผู้เเทนจากประชาชน  เเต่ละเขตต้องเร่งช่วยชาวบ้านเพราะหลายจังหวัดน่าจะไร้น้ำฝนที่เพียงพอกับพืชผลการเกษตร

 

             วาระนี้ รัฐบาลลุงตู่  ใช่ว่าจะนอนใจ เพราะความเดือดร้อนของชาวบ้านนั้นคือทุกช์ที่รัฐบาลต้องบำบัดให้เกิดสุขเพราะมีการเสนอเเก้ไขทั้งระบบที่เเดนอีสานใต้

             ดังนั้นเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย  นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม  นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น  เป็นต้นได้ตรวจราชการจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์เพื่อเเก้ภัยเเล้งเเละมีการเสนอให้รัฐบาลยึด”สุรินทร์โมเดล”ไว้เป็นตัวอย่างดำเนินการเเก้ไขเรื่องนี้ทั่วไทย

 

 

            

              นายกรัฐมนตรี กล่าวไว้ช่วงหนึ่งในการมอบนโยบายให้ผู้บริหารยี่สิบจังหวัดเเดนที่ราบสูงว่า”...ขอให้ลงมือทำไม่ต้องรอผม โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมถึงตามสถานที่ราชการต่างๆ จะต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน”

              สำหรับงบประมาณนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “รัฐบาลจะใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์ที่สุด ขอให้จัดปรับแผนงบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้มาแบ่งทำโครงการเร่งด่วนก่อน ส่วนการจัดทำแผนของบประมาณปี 63 นั้น ขอให้ส่วนราชการจัดทำแผนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนสิงหาคมนี้”

              นายกรัฐมนตรีได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดจัดหาแหล่งพักน้ำ โดยได้เสนอโครงการขุดบ่อแลกดิน เพื่อเก็บน้ำไว้ในบ่อของชาวนา แก้ไขปัญหาการขาดน้ำช่วงฤดูแล้ง พร้อมกับกำชับให้ทำความเข้าใจกับเกษตรกรถึงโครงการดังกล่าวให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง

            เเสดงว่าลุงตู่มิได้นอนใจเพราะรู้เเล้วว่าวันนี้เกษตรกรเเละขาวบ้านเเดนอีสานรวมทั้งภาคอื่นๆสาหัสเพียงใด

               

          “ปกรณ์ มุ่งเจริญพร” ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย  ผลักดันงบ1พันล้านบาทในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำสองเเห่งใน        สุรินทร์ โดย “ลุงตู่”  รับหลักการไว้พิจารณา

          “ปกรณ์”หนึ่งในผู้เเทนฯเเดนอีสานใต้ที่ไปต้อนรับเเละสะท้อนปัญหาดังกล่าวให้ “ลุงตู่” รับไปดำเนินการครั้งนี้ เเสดงทัศนะเเละความเชื่อมั่นว่า “หาก นายกฯ รับไปเเก้ไขนั้น พี่น้องชาวสุรินทร์จะปลอดปัญหานี้ได้อย่างไร?”

            ปกรณ์บอกว่า”ภัยเเล้งในพื้นที่ครั้งนี้ไม่เคยเกิดมาก่อนในรอบหลายสิบปีของสุรินทร์ กระทบชาวนาเเละคนเมืองที่ขาดน้ำกว่าสามหมื่นครัวเรือน เเละน่าส่งผลในปีหน้าด้วย ชาวสุรินทร์กังวลมาก เเต่เมื่อนายกฯลงพื้นที่เเก้ปัญหาเฉพาะหน้าพรัอมกับครม.ชาวบ้านก็สบายใจขึ้นเเละหวังว่าครม.จะร่วมมือเเละคงไม่เป็นเหตุไฟไหม้ฟาง

            การบูรณาการครั้งนี้ทุกกระทรวงช่วยเเก้วิกฤตจนน่าจะเป็นโอกาส วันนี้อ่างเก็บน้ำในพื้นที่มีสองเเห่งที่มีปริมาณความจุรวม1.5หมื่นไร่ นายกฯให้งบกลางเบื้องต้น 5 ร้อยล้านบาทเเก้ไข คือต่อท่อน้ำจากเหมืองหินเเละใช้งบขุดลอกอ่างเก็บน้ำสองเเห่งให้มีน้ำพอใช้อยู่ถึงปีหน้า โดยต้องพลิกวิกฤตไม่ให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่เพราะภัยเเล้ง เเละบางกรณีขาดงบประมาณในการเเก้ไขเเบบบูรณาการ

            ตนขอเสนอเเนวทางเเก้ไขเเบบบูรณาการคือ ระยะเร่งด่วน ที่จะเเก้ไขให้ชาวบ้านที่ตนไปรับฟังมาคือ เเม้หน่วยงานรัฐไปเจาะบ่อบาดาลล่วงหน้าตอนนี้เเต่ชาวบ้านยื่นขอว่าการเจาะบ่อบาดาลนั้นให้เว้นกฎระเบียบบางข้อให้ชาวบ้านด้วย 

            ระยะยาวคือ ขุดลอกดินในอ่างเก็บน้ำสองเเห่งในสุรินทร์เก็บน้ำจากฟ้า หรือน้ำฝน  เป็นสมบัติของชาวบ้าน เเละมูลดินที่เป็นขุดขึ้นมานำมาควรนำถมเป็นเกาะกลางน้ำเพื่อเป็นเเหล่งท่องเที่ยวในสุรินทร์ (อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงเเละอ่างเก็บน้ำลำปีล)

            สองอ่างเก็บน้ำที่ไม่ได้ขุดลอกมานานนั้นควรขุดให้ลึกห้าเมตร เเละทำสะดืออ่างเก็บน้ำลึกสิบเมตรเพื่อขยายพันธุ์ปลาในพื้นที่ เพื่อสำรองน้ำเพราะวันนี้ชุมชนในสุรินทร์เจริญเเละขยายตัว

            การดำเนินการคราวนี้ควรดำเนินการล่วงหน้านำดินที่ขุดขึ้นมาสร้างเกาะกลางน้ำ(ทำเป็นช้าง)เป็นเเหล่งท่องเที่ยวคือใช้พื้นที่ร้อยละห้า อาทิ นั่งเรือเที่ยวไปยังเกาะ ทำชายหาดน้ำจืด สถานที่วิ่งและปั่นจักรยานออกกาย โดยชาวบ้านในบริเวณนั้นก็จะมีรายได้เพิ่ม  ขณะที่ดินที่ขุดมาเกิดประโยชน์ ไม่นำไปเเอบขาย เเละยังจะเป็นธนาคารน้ำที่สะสมน้ำไว้ใช้ในอนาคตเเบบถาวร และหากทำสำเร็จขอเรียกว่า เป็น “สุรินทร์โมเดล”  ที่จะไปไปพัฒนาในพื้นที่อื่นๆ นอกจากแหล่งกักเก็บน้ำ ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วย หรือ เรียกว่าแก้ปัญหาครั้งเดียวได้ประโยชน์ไป 2 เด้ง

            “การบูรณการเเบบยั่งยืน หากครม. โดยการนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และผู้เกี่ยวข้อง  จะทำได้ ชาวสุรินทร์จะขยับฐานรายได้ขึ้น จากที่ติดอันดับรั้งท้ายๆของประเทศเเบบยั่งยืน”

            สุรินทร์โมเดล ที่ส.ส.ปกรณ์ผลักดันนั้น รอติดตามว่า สร.1 จะนำไปปรับใชัให้ทั่วไทย ปลดคำว่าน้ำเเล้งออกจากพจนานุกรมชีวิตของคนเมืองช้างได้อย่างไร.

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended