royal coronation
วันที่ 19 สิงหาคม 2562
ข่าวทั่วไป

เปิด 6 ประเด็นรุกเขาภูเก็ต เจ้าหน้าที่รัฐจับมือนายทุนงาบ

วันที่ 16 สิงหาคม 2562 - 08:14 น.
เปิด 6 ประเด็น,เจ้าหน้าที่รัฐ,นายทุนรุกเขาภูเก็ต,คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 1,696 ครั้ง

เปิดหกประเด็นรุกเขาภูเก็ต เจ้าหน้าที่รัฐจับมือนายทุนงาบ

 


            16 ส.ค.62-รายงานข่าวจากคณะทำงานของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่างในกรณีนายสิระ เเถลงข่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาหลังจากชาวบ้านกะตะน้อย อ.เมืองจ.ภูเก็ตร้องเรียนนายสิระให้ตรวจสอบกรณีเอกชนบางรายใช้เอกสารสิทธิมิชอบก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยหลายอาคารในพื้นที่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ตนั้นเเละศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองประโยชน์ (น.ส.๓ก.) เลขที่ 1863 ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ดินเเปลงดังกล่าวว่าออกโดยมิชอบ เเต่มีการอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลปกครองสูงสุดนั้น

          รายงานข่าวเเจ้งว่า ข้อเท็จจริงกรณีนี้คือมีการก่อสร้างโครงการเดอะพีค เรสซิเดนซ์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 โดยบริษัทกะตะบีช จำกัด ได้ยื่นคำขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยจำนวนหลายอาคารต่อเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต 

     

   

          สำหรับก่อสร้างโครงการดังกล่าวที่ตั้งอยู่บนที่ดิน น.ส.๓ก. เลขที่ 1863ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต มีเนื้อที่ 17 ไร่ 1งาน 4 ตารางวาโดยมี เจ้าหน้าที่รัฐ และนายทุน เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินเเปลงดังกล่าว 

          รายงานข่าวเเจ้งว่าความเป็นมาของที่ดิน น.ส.๓ก. เลขที่ 1863นั้น ซึ่งในการยื่นขออนุญาตดังกล่าวบริษัท กะตะบีชจำกัด ต้องนำสำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดินขนาดเท่ากับต้นฉบับจริง และเจ้าของที่ดินลงนามรับรองเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญประกอบคำขอดังกล่าว เเต่ทราบว่าบริษัท กะตะบีชจำกัด ไม่สามารถนำโฉนดที่ดินและ/หรือสำเนาโฉนดที่ดินมาแสดงต่อเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต ได้ เนื่องจาก ยังไม่สามารถนำที่ดิน น.ส.๓ก. เลขที่ 1863มายื่นขอออกโฉนดได้ เพราะยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองเพื่อพิจารณาเพิกถอนการออกที่ดิน เเปลงดังกล่าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คดีหมายเลขดำที่ ๑๔๗/๒๕๕๕ คดีหมายเลขแดงที่ ๒๖๖/๒๕๖๐  )

                 รายงานข่าวเเจ้งว่าศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองประโยชน์ (น.ส.๓ก.) เลขที่ 1863 โดยให้มีผลย้อนหลังนับจากวันที่มีหนังสือรับรองประโยชน์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 31สิงหาคม 2560และในปัจจุบันคดียังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ตทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวและสามารถพิจารณาและมีเหตุอันเชื่อได้ว่า บริษัท กะตะบีชจำกัด จะไม่สามารถนำโฉนดที่ดินมาแสดงต่อเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต ได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด  

            รายงานข่าวเเจ้งว่า กรณีนี้ชาวบ้านระบุว่าเเทนที่เทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต จะปฏิเสธไม่รับคำขอดังกล่าวของบริษัท กะตะบีชจำกัด เพราะเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เเต่เทศบาลตำบลกะรนกลับพิจารณารับคำขอดังกล่าวว่าเป็นการขออนุญาตก่อสร้างแบบมีเงื่อนไข โดยอ้างว่าได้กระทำไปตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ และเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต ได้พิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดจำนวนหลายอาคาร เลขที่ 16/2561เมื่อวันที่ 19กุมภาพันธ์ 2561โดยนายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรนในฐานะผู้มีหน้าที่ในการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นผู้ลงนามในใบอนุญาตดังกล่าว

            รายงานข่าวเเจ้งว่าต่อมาเมื่อวันที่ 10เมษายน 2561เทศบาลตำบลกะรน ยังได้เเจ้งหนังสือถึงบริษัท กะตะบีชจำกัด โดยมีใจความว่า เทศบาลตำบลกะรน รับรู้รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด และยังคงให้ความเห็นแก่บริษัท ในทำนองว่า เทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต อนุญาตให้บริษัท ดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้

            รายงานข่าวเเจ้งว่าจะเห็นได้ว่า เทศบาลตำบลกะรน  โดยนายทวี ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จากการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดให้แก่บริษัท กะตะบีชจำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เเละ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาวบ้านกะตะน้อยอย่างร้ายแรง เพราะ ผลจากการตัดไม้เพื่อเตรียมการก่อสร้างโครงการนี้ส่งผลให้เมื่อฝนตกก็จะเกิดการไหลตัวของน้ำ ดินโคลน และเศษวัสดุก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ลงสู่พื้นที่ด้านล่าง ซึ่งเป็นบ้านเรือน เเละภาคธุรกิจตลอดจนบ่อน้ำของประชาชนโดยเฉพาะชาวบ้านกะตะน้อย ได้รับความเสียหายนอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดดินโคลนถล่มลงมาในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างอาคารดังกล่าวอีกด้วย

             รายงานข่าวเเจ้งว่าประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ 1.เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน การออก นส. 3ก. ในพื้นที่ที่มีลักษณะ เป็นที่เขา ภูเขา ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมป่าไม้พื้นที่เขานาคเกิด /กรมที่ดินผู้ลงนามออกเอกสารสิทธิ์/จังหวัด /หน่วยงานพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่/ข้าราชการที่เกี่ยวข้องผู้ที่ครองตำแหน่งในขณะที่มีการดำเนินการหรือกระบวนการขอออกเอกสารสิทธิ์นี้ในที่เกิดเหตุ 

           

            สำหรับนายทุนผู้ได้รับเอกสารสิทธิ์ จะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องดูที่ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่จะรับเรื่องและเข้ามาทำการสืบสวนสอบสวนสรุปเรื่องนี้เพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ๆ มาลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

           2.เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารในที่ดินดังกล่าว เริ่มตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่อง ผู้นำเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ หรือเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจอนุญาต/อนุมัติ ว่าได้อนุญาต ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์การพิจารณานั้น ๆ ถูกต้องแท้จริงแล้วหรือไม่ 

          3.ฝ่ายผู้ก่อสร้าง ได้ใช้ความระมัดระวังในการก่อสร้าง คำนึงถึงผลกระทบจากการดำเนินการก่อสร้าง รอบด้านในพื้นที่ข้างเคียงซึ่งเป็นแนวป่าเขา และทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้รอบข้างไม่ว่าจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้อาศัยถิ่นแถวนั้น หรือไม่ เพราะแหล่งน้ำเกิดความเน่าเหม็นมลภาวะ ที่เกิดจากเศษวัสดุก่อสร้าง

          4.ภาครัฐที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด และช้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เกิดเหตุได้ตรวจตราตามภาวะหน้าที่หรืออำนาจหน้าที่ของตนในพื้นที่ที่รับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนแล้วหรือไม่ 

          5.ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะหากมีการสร้างแล้วเสร็จและมีการชำระจำนวนเงินของผู้ซื้อครบถ้วนสมบูรณ์แล้วมีการเพิกถอน เอกสารสิทธิ์หรือมีคำพิพากษาของศาล ปกครองสูงสุดว่า เอกสารสิทธิ์ออกโดยไม่ชอบ โดยออกในเขตป่า หรือไม่มีการยึดถือครอบครองสืบทอดต่อเนื่องเป็นต้น จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ความเชื่อถือทางเครดิตต่าง ๆ ของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติด้วย

          6.การก่อสร้างที่อ้างว่าได้รับอนุญาตซึ่งชอบหรือไม่ชอบตามกฎหมายกันก็ตามหากดำเนินการก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเดือดร้อนรำคาญเกิดมลพิษมลภาวะหรือมลพิษหากก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนผู้อาศัยในถิ่นแถวนั้น ภาครัฐท้องถิ่นต้องตรวจตรา รับผิดชอบความเป็นอยู่ของประชาชนนั้น ต้องพิจารณาว่าได้ปล่อยปละละเลยการทำหน้าที่หรือไม่ 

          รายงานข่าวเเจ้งว่านายสิระรับปากชาวบ้านว่าเเม้ตนจะเป็นส.ส.กทม.เเต่จะลงพื้นที่เเละประสานส.ส.ภาคใต้ของพรรคช่วยกันดูเเลเรื่องนี้เพราะนายทุน ข้าราชการเเละอดีตข้าราชการบางคนดำเนินการเเบบนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทรัพยากรของชาติไม่ควรโดนทำลาย เเละควรรอคำสั่งศาล เเต่ตนเป็นส.ส.เเละพรรคพลังประชารัฐจะช่วยติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มที่เเละจะลงพื้นที่ไปพบชาวบ้านรวมทั้งไปติดตามความคืบหน้ากับเจ้าหน้าทีรัฐที่เกี่ยวข้องในวันอาทิตย์เเละวันจันทร์นี้ด้วย

 

Shares :
เปิดอ่าน 1,696 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ