royal coronation
วันที่ 19 กันยายน 2562
ข่าวทั่วไป

ปชช.เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องก่อนแก้ รธน.

วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 - 10:13 น.
ปัญหาปากท้อง,ค่าครองชีพ,ปัญหาหนี้สิน,แก้รธน,รายได้ลด,รายจ่ายเพิ่ม
Shares :

โพล เผย ปชช.เดือดร้อนค่าครองชีพสูง รายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม หนี้สินพุ่ง เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องค่าครองชีพ ก่อนแก้รธน. หรือตั้งเป้าโจมตีโค่นล้มกัน

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง แก้รัฐธรรมนูญ หรือ แก้ปากท้องก่อน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,093 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 10 - 13 ก.ค. พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

 

เมื่อถามถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเจออยู่ทุกวันนี้ พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 79.9 ระบุ ค่าครองชีพสูง รายจ่ายเพิ่ม รายได้ลด รองลงมาคือ ร้อยละ 43.5 ระบุ ปัญหาหนี้สิน ร้อยละ 38.1 ระบุ ปัญหาตกงาน งานไม่มั่นคง ร้อยละ 38.0 ระบุค่ารถโดยสารขึ้นราคา ร้อยละ 34.2 ระบุ ปัญหาปัญหาสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ร้อยละ 33.9 ระบุ ขาดแคลนเงินทุน ด้านการศึกษาของคนในครอบครัว ร้อยละ 32.5 ระบุ ปัญหาจราจร ความไม่ปลอดภัยทางถนน ร้อยละ 26.0 ระบุปัญหามลพิษ ขยะพิษ ร้อยละ 23.9 ระบุอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ชุมชน และร้อยละ 18.7 ระบุปัญหาความขัดแย้งของคนในชุมชน ตามลำดับ

 

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความต้องการ แก้รัฐธรรมนูญก่อน หรือ แก้ปัญหาปากท้องก่อน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.2 ต้องการให้แก้ปัญหาปากท้องก่อน ในขณะที่ร้อยละ 25.8 ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญก่อน นอกจากนี้ เมื่อจำแนกออกตามจุดยืนการเมืองของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่ของทุกกลุ่มต้องการให้แก้ปัญหาปากท้องก่อน อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลมีสัดส่วนของคนที่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญก่อน มากกว่า คนในจุดยืนการเมืองอื่นๆ คือ ร้อยละ 41.4 ของคนที่สนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 24.0 ของคนไม่สนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 22.8 ของกลุ่มพลังเงียบต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญก่อน

 

ที่น่าสนใจคือ เมื่อจำแนกออกตามกลุ่มคนเลือกพรรคการเมืองต่างๆ พบว่า กลุ่มคนที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 81.3 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 89.5 และพรรคอื่นๆ ร้อยละ 89.4 คือกลุ่มคนที่ต้องการให้แก้ปัญหาปากท้องก่อน มากกว่ากลุ่มคนเลือกพรรคพลังประชารัฐที่ต้องการแก้ปัญหาปากท้องก่อนที่มีอยู่ร้อยละ 53.8 พรรคเพื่อไทยร้อยละ 75.1 และพรรคอนาคตใหม่ร้อยละ 75.2 

 

ในขณะที่ กลุ่มคนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐจำนวนมากหรือร้อยละ 46.2 กลับต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน มากกว่า กลุ่มคนเลือกพรรคอื่นๆ  

 

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลนี้มีนัยสำคัญว่า ปัญหาปากท้องค่าครองชีพ ปัญหาหนี้สิน ปัญหาตกงาน งานไม่มั่นคง ปัญหาสิทธิเสรีภาพทางการเมือง และการขาดแคลนทุนการศึกษาของคนในครอบครัว เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุด พรรคการเมืองทุกพรรคเอาความจริงของความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นโจทย์ตั้งไว้และแก้ไขให้ตรงโจทย์มากกว่าการตั้งเป้าโจมตีโค่นล้มกัน ถ้าสาธารณชนได้เห็นภาพของการจับมือกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และแกนนำฝ่ายค้าน น่าจะทำให้บรรยากาศบ้านเมืองและกำลังใจสุขภาพจิตของประชาชนทั่วไปดีขึ้นได้บ้าง.

 

 

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ