"อรรถพล ใหญ่สว่าง" นั่ง ปธ.บอร์ดอัยการ

ข่าวทั่วไป  :  14 มี.ค. 2562

เลือก ปธ.บอร์ดอัยการ ตาม ก.ม.ใหม่ อัยการเทคะแนน "อรรถพล ใหญ่สว่าง" อดีต อสส.คนที่ 11 ประเดิมนั่ง ปธ. ก.อ. คนแรก กลับผงาดคุมดูแลโยกย้าย-วินัยอัยการ

 

           14 มี.ค.62-เลือก ปธ.บอร์ดอัยการ ตาม ก.ม.ใหม่ อัยการเทคะแนน "อรรถพล ใหญ่สว่าง" อดีต อสส.คนที่ 11 ประเดิมนั่ง ปธ. ก.อ. คนแรก กลับผงาดคุมดูแลโยกย้าย-วินัยอัยการ หลัง คสช. ยึดอำนาจเจอเด้ง เข้าสำนักนายกฯ ยังรอลุ้นคะแนนเลือก ขรก.ดัง-ทหาร ลงสมัคร ก.อ.ทรงคุณวุฒิ อีก 2 คน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ ได้มีการตรวจนับบัตรลงคะแนนเลือก "ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)" และ "ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ" ที่อัยการทั่วประเทศร่วมลงคะแนนเลือก

          โดยในส่วนของ "ประธาน ก.อ." นั้น ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่ให้มีการลงคะแนนเลือกบุคคล ตามกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2561 ที่ผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 พ.ย.61 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกนั้นต้องเป็นอดีตข้าราชการอัยการ ห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในช่วง 10 ปีที่มีการเลือกนี้

          ซึ่งแต่เดิม ตำแหน่ง "ประธาน ก.อ." นี้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง "อัยการสูงสุด" จะได้เป็นประธาน ก.อ. โดยตำแหน่ง โดยกฎหมายใหม่กำหนดให้ "อัยการสูงสุด" เป็น รองประธาน ก.อ.

 

          "อรรถพล ใหญ่สว่าง" นั่ง ปธ.บอร์ดอัยการ

          ขณะที่องค์ประกอบ "คณะกรรมการ ก.อ." จะมี 15 คน คือ ประธาน ก.อ. 1 คนที่ได้รับเลือกจากอัยการ , อัยการสูงสุด เป็น รองประธาน ก.อ. 1 คน , รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส 5 คน เป็น กรรมการ ก.อ. , กรรมการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คน ที่อัยการทั่วไปประเทศ ลงคะแนนเลือกจากกลุ่มอัยการชั้น 5 ขึ้นไปเข้ามา , กรรมการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 2 คน ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการซึ่งไม่ใช่อัยการ ที่อัยการทั่วไปประเทศลงคะแนนเลือกเข้ามาเช่นกัน

          โดยตำแหน่งประธาน ก.อ.และ กรรมการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ จะมีวาระดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปี และได้เป็น ก.อ.เพียงวาระเดียว ซึ่งเดิมกฎหมายกำหนดให้กรรมการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละ 2 ปีและอาจได้รับเลือกหรือแต่งตั้งใหม่ได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้

          ส่วนอำนาจหน้าที่กรรมการ ก.อ. ทั้ง 15 คนนั้น ก็จะพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการ และการพิจารณาดำเนินการทางวินัยและการสั่งลงโทษทางวินัยข้าราชการอัยการที่กระทำผิดระเบียบ รวมทั้งการพิจารณาออกระเบียบบริหารงานบุคคลอัตรากำลังข้าราชการฝ่ายอัยการ

            "อรรถพล ใหญ่สว่าง" นั่ง ปธ.บอร์ดอัยการ

          ทั้งนี้สำหรับการเลือก "ประธาน ก.อ." ของอัยการกันเองครั้งแรกในประวัติศาสตร์นี้ มีผู้ผ่านคุณสมบัติตามกฎหมายเสนอตัวลงสมัครทั้งสิ้น 5 คน  ประกอบด้วย 1.นายทวีศักดิ์ วรพิวุฒิ อดีตรองอัยการสูงสุด 2.นายปรีชา วราโห อดีตรองอัยการสูงสุด 3.นายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุดคนที่ 8 (ปี 2548-2550) 4.นายสมชาย คูวิจิตรสุวรรณ อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 5.นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด คนที่ 11 (ปี2556-2557)

          โดยเริ่มนับบัตรลงคะแนน ตั้งแต่ เวลา 09.30 -13.13 น. ซึ่งมีบัตรลงคะแนนส่งมาทั้งสิ้น 3,061 ใบ และผลปรากฏว่า "นายอรรถพล ใหญ่สว่าง" อดีตอัยการสูงสุด ได้คะแนนสูงสุด 1,810 คะแนน จึงได้รับเลือกเป็น ประธาน ก.อ. คนแรกจากการลงคะแนนเลือกของอัยการตามกฎหมายนี้ ขณะที่ผู้ได้คะแนนมาเป็นอันดับที่  2 คือ "นายพชร ยุติธรรมดำรง" อดีตอัยการสูงสุด จำนวน 1,036 คะแนน , นายทวีศักดิ์ วรพิวุฒิ อดีตรองอัยการสูงสุด คะแนนเป็นอันดับที่สาม 91 คะแนน , นายสมชาย คูวิจิตรสุวรรณ อดีตอธ.อัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจฯ คะแนนอันดับสี่ 63 คะแนน และนายปรีชา วราโห อดีตรองอัยการสูงสุด อันดับที่ห้า 61 คะแนน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นายอรรถพล ใหญ่สว่าง" นั้น เคยดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดคนที่ 11 ผู้บริหารสูงสุดในสำนักงานอัยการสูงสุด ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.56 – เดือน มิ.ย.57 โดยระหว่างที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้เพียง 8 เดือนเศษ เมื่อมีการยึดอำนาจ ทำการรัฐประหารโดย คณะ คสช.วันที่ 22 พ.ค.57 แล้ว ต่อมาเดือน มิ.ย.57 คสช. ได้มีคำสั่งเด้งให้ "นายอรรถพล" พ้นจากตำแหน่งอัยการสูงสุด แล้วให้ไปดำรงตำแหน่งช่วยงานที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2557 เรื่อยมา "นายอรรถพล" ก็ยังคงลงสมัครรับเลือกเป็น ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้สำหรับ "นายอรรถพล" ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการอัยการนั้น ก็ได้เป็นที่รู้จักสื่อมวลชนเมื่อเป็นโฆษกสำนักงานอัยการฯ ขณะที่มีผลงานคดีใหญ่คดีดังเป็นที่รู้จักเช่น คดียุบพรรคไทยรักไทย และเมื่อเป็นอัยการสูงสุดก็สั่งฟ้องคดีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีต ผอ.ศอฉ. ในความผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่งปฏิบัติการขอคืนพื้นที่การชุมนุมจาก นปช.ช่วงปี 2553   

          ทั้งนี้ "นายประยุทธ เพชรคุณ" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการลงคะแนนเลือก ประธาน ก.อ. ผ่านการลงคะแนนเสียงจากอัยการทั่วประเทศครั้งแรกตามกฎหมายใหม่ว่า เป็นการเลือกประธาน ก.อ. ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 18 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2561 มาตรา 3 ซึ่งกฎหมายที่แก้ไขใหม่ดังกล่าวได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 พ.ย.61 ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 22 พ.ย.61 โดยการจัดให้ลงคะแนนเลือกประธาน ก.อ.นี้ ก็ดำเนินการภายใน 120 วันนับแต่ที่กฎหมายใหม่เริ่มบังคับใช้ ทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยในส่วนของการลงคะแนนเลือก ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒินั้นขณะนี้ (เวลา 17.50 น. วันที่ 14 มี.ค.) ยังไม่แล้วเสร็จ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่เสนอตัวลงชิงชัยเป็น ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการ มีด้วยกัน 9 คน แต่จะเลือกผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดเพียง 2 คนเท่านั้นจากผู้สมัครที่ไม่ใช่ข้าราชการฝ่ายอัยการและไม่เคยเป็นอัยการนั้น ประกอบด้วย 1.พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ 2.นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ประธานคณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม 3.นายณัฐเมศวร์ เรืองพิชัยพร อดีต ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ 4.นายธรรมนิตย์ สุมันตกุล อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 5.นายนันทวัชร์ สุพัฒนานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบบริหาร 6.พล.ต.ต.บุญส่ง จีระเรืองวัฒนา อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี 7.นางพิมพร โอวาสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ 8.นายไพรัช วรปาณิ กรรมการผู้อำนวยการสถาบันการเงิน 9.นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม

          ขณะที่ กรรมการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คนที่ให้เลือกจากกลุ่มอัยการชั้น 5 ขึ้นไปและอดีตข้าราชการอัยการบำนาญนั้น รอบนี้มีอัยการเสนอตัวสมัครรวมทั้งสิ้น 17 คน โดยมีอัยการซึ่งเป็นที่รู้จัก อาทิ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด , นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ , นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่